บทที่ 8 EP. 02|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (3/4)

แค่เรื่องที่ไปทำกับครอบครัวเขามันก็หนักหนาพอแล้ว ทำไมพ่อฉันถึงได้ใจดำอำมหิตคิดจะฆ่าคนอีก

“ฉันถามแกไม่ได้ยินหรือไง”

เมื่อเสียงดุเอ่ยตักเตือนขึ้นมาซึ่งมันบ่งบอกได้เลยว่าคนพูดหงุดหงิดมากแค่ไหน ก็ทำให้สติของฉันห้วนคืนกลับมายังปัจจุบัน

“หนูทำตามที่พ่อบอกทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ”

ด้วยความลนและกังวลกลัวว่าจะถูกจับได้มันทำให้สมองของฉันตีกันไปหมด จนไปเผลอพูดคำต้องห้ามออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว

“แกเรียกฉันว่าอะไรนะ!”

ปึก**!**

เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นไปทั่วร้าน โดยที่คนได้ยินเสียงนี้มีเพียงแค่ฉันและพนักงานบางคนเท่านั้น การมาคุยเรื่องสำคัญแบบนี้แน่นอนว่าพ่อของฉันได้จัดการเคลียร์ลูกค้าท่านอื่นออกไปหมดแล้ว

“ขอโทษค่ะคุณลุง”

ฉันเอ่ยคำขอโทษออกไปพร้อมกับก้มหน้าก้มตาด้วยความอายและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

แค่คำว่าพ่อฉันก็ไม่สามารถเรียกได้เลย

พ่อของฉันไม่ต้องการให้ฉันเรียนเขาว่าพ่อและคนรอบข้าง อาทิเช่นคุณมิราก็เข้าใจกันว่าพ่อของฉันเป็นเพียงคุณลุงอย่างที่ฉันใช้เรียกสรรพนามเขานั่นแหละ

ส่วนถ้าทุกคนถามหาแม่ของฉันก็คงต้องบอกแล้วล่ะว่าแม่ของฉันท่านเสียไปนานแล้วเพราะท่านป่วยด้วยโรคร้าย

แต่ก่อนฉันอยู่กับแม่เพียงแค่สองคนยังไม่มีพ่อเข้ามาหรอกนะ แต่พอแม่ป่วยฉันก็เลยต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองทุกอย่างดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองจบพยาบาลให้ได้ตามที่แม่เคยต้องการ

และฉันก็ทำมันสำเร็จ แต่กลับเป็นความสำเร็จที่ขมขื่นเหลือเกิน เพราะวันที่ฉันจบการศึกษากับตรงกับวันที่แม่ฉันเสียพอดี ก็นั่นแหละ เพราะงั้นกรณีของน้องแมวฉันก็เลยเข้าใจเธอมาก

ช่วงนั้นพ่อคงรู้ว่าแม่เสียแล้วและยังเหลือฉันที่ตัวคนเดียวก็เป็นพ่อของฉันที่รับฉันมาดูแลต่อและส่งฉันเข้าทำงานในที่ดี ๆ อย่างที่ทุกคนได้เห็น

แต่สุดท้ายมันกับเป็นการสร้างภาพของพ่อฉันเพื่อให้ฉันตายใจเพราะทุกอย่างที่ท่านจัดเตรียมไว้ให้ กับเป็นสิ่งที่ฉันจะต้องตอบแทนด้วยเรื่องที่ฉันไม่อยากทำจนถึงปัจจุบันนี้ยังไงล่ะ

“นายครับน้อง ๆ แคดดี้มารอกันแล้วครับ”

บรรยากาศที่น่าอึดอัดในตอนแรกมันก็ค่อย ๆ ลดลงเมื่อลูกน้องของพ่อเดินเข้ามารายงานบางอย่างที่ทำให้พ่อของฉันดูมีความสุข

“งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เมื่อเห็นว่าพ่อเองมีเรื่องที่ต้องทำต่อฉันก็เลยขอตัวออกมาก่อนเพราะคิดว่าธุระของฉันกับพ่อในวันนี้มันหมดแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องอยู่ต่อ

“เดี๋ยว ตามมา” ขณะที่ฉันกำลังยกกระเป๋าขึ้นมาสะพาย พ่อของฉันก็เอ่ยห้ามและสั่งให้ฉันเดินตามท่านออกไปยังสนามที่เขากำลังจะไปเล่นกอล์ฟ

“…”

ฉันเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ และไม่ได้เอ่ยถามอะไรในสิ่งที่ตัวเองก็อยากถามเพราะรู้ดีว่าถามไปก็คงไม่ได้คำตอบกลับมาอยู่ดี

สนามหญ้า

“พาเธอไปแต่งตัว”

เมื่อเดินมาถึงโต๊ะพักผ่อนแถวสนามหญ้าที่มีน้อง ๆ คนสวยนั่งอยู่สองสามคนและมีคนที่เหมือนพี่เลี้ยงน้อง ๆ อีกคนที่เป็นสาวสอง พ่อของฉันก็สั่งให้พี่สาวสองคนนั้นพาฉันไปแต่งตัวอะไรสักอย่าง

“คุณลุงจะทำอะไรคะ ?”

ฉันถามออกไปพร้อมกับลอบมองพี่คนดังกล่าวไปด้วย พี่เขาเองก็เพียงแต่ส่งยิ้มมาให้ฉัน

“อย่างแกมีสิทธิ์มาตั้งคำถามด้วยเหรอ ฉันสั่งอะไรก็ทำซะอย่าถามมาก”

“…” ฉันเลือกที่จะเงียบและได้แต่ถอนหายใจอย่างแผ่วเบาแทน ก่อนจะยอมให้พี่สาวสองพาฉันเดินไปทางห้องอีกห้องที่เป็นห้องมืดทึบ

หลายนาทีผ่านไป

ฉันยืนมองตัวเองในกระจกพร้อมกับตั้งคำถามมาหลายนาทีแล้วว่าพ่อของฉันคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ให้ฉันแต่งตัวเหมือนกับว่าฉันกำลังทำงานเป็นแคดดี้อยู่

แต่ก็นะมันน่าจะเสียเวลาเปล่า เพราะงั้นฉันรีบออกไปด้านนอกดีกว่า

“อะ! นั้นไงมาพอดีเลยมานี่สิหนูน้ำขิง”

พอก้าวขาออกมาจากห้องที่ใช้แต่งตัวได้ไม่เท่าไหร่คำถามมากมายที่ฉันใช้เวลาหลายนาทีในการทำความเข้าใจ ตอนนี้มันกลับกระจ่างหมดแล้วโดยที่ฉันไม่ต้องเอ่ยถามคนที่เป็นพ่อของฉันเลยสักนิด

เพราะตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าพ่อต้องการทำอะไรกันแน่

“นี่กองพลลูกชายของเพื่อนลุงเอง ไหว้พี่เขาสิลูก”

ฉันได้แต่รู้สึกขมขื่นภายในจิตใจแทน การที่พ่อจะเรียกฉันว่าลูกและพูดดีกับฉันได้มันต้องมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอสินะ

“สวัสดีค่ะพี่กองพล”

ฉันยกมือไหว้ผู้ชายหน้าตาดีที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากพ่อของฉันเท่าไหร่ ซึ่งดูจากหน้าแล้วก็คงเป็นพี่ฉันไม่กี่ปีอย่างที่พ่อฉันแนะนำมาคร่าว ๆ นั่นแหละ

“นี่น้ำขิงหลานของผมเองครับ”

ฉันเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้อีกอันในระหว่างที่พ่อเขากำลังแนะนำฉันอยู่ แต่ระหว่างนั้นก็โดนสายตาดุพุ่งมาทำให้ฉันต้องย้ายไปนั่งในที่ที่มันใกล้กับพี่กองพลแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป