บทที่ 9 EP. 02|เล่ห์เหลี่ยมลวงหลอก (4/4)
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำขิง” ฉันเพียงแค่ยิ้มส่งตอบไปพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
**“ให้พี่ช่วยดีกว่านะครับ” **
ฉันที่กำลังจะเดินไปยกถุงกอล์ฟออกมาก็ต้องหยุดการกระทำไปเมื่อพี่กองพลอาสาจะแบกถุงกอล์ฟนั้นลงมาเอง
ตอนนี้ฉันพี่กองพลพ่อและลูกน้องพ่ออีกนิดหน่อยได้ขับรถกอล์ฟเข้ามายังสนามใหญ่ที่ใช้ตีกอล์ฟแล้ว
“ขอบคุณค่ะ”
ในเมื่ออยากช่วยฉันก็ไม่ปฏิเสธเพราะว่ามันหนักฉันเองก็แบกไม่ไหวเหมือนกัน
“น้องน้ำขิงมาที่นี่บ่อยเหรอครับ” ระหว่างที่จัดอุปกรณ์อยู่พี่เขาก็ถามขึ้นมา
“เธอเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเลยครับแถมยังเล่นไม่ค่อยเป็น อีกยังไงผมไหว้วานให้คุณกองพลสอนหลานผมหน่อยได้ไหมครับ ถ้ามันไม่เป็นการรบกวนเกินไป” พ่อฉันเป็นคนตอบคำถามของพี่กองพลเองทุกคำ ฉันก็ได้แต่ยืนยิ้มแทน
“ไม่มีปัญหาเลยครับ” พี่เขาพูดพร้อมกับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแถมสายตาก็ไม่ได้หันไปมองพ่อฉันด้วยแต่กับจ้องหน้าฉันเหมือนคนโรคจิต
“เอ้า! ไอ้กองพล!”
เสียงคุ้นหูตะโกนเสียงดังมาจากทางด้านหลังของฉันพร้อมกับลมที่พัดเข้ามาพอดีทำให้ฉันต้องยกมือขึ้นไปจับผมไว้แล้วหมุนตัวหันไปมองคนที่เอ่ยทักทายพี่กองพลด้วยความยากลำบากเล็กน้อย
“เฮ้ย! ไอ้ราเดล มาได้ไงวะ”
“…”
ต่อให้ตอนนี้ลมมันจะพัดมาแรงแค่ไหนแต่มันกลับไม่ได้ทำให้สิ่งรอบตัวของฉันไวขึ้นเหมือนดั่งลมที่พัดอยู่เลย เหมือนกับเวลารอบตัวหยุดหมุนเมื่อฉันได้มาเจอหน้ากับคนที่ไม่อยากเจอในตอนนี้อีกครั้ง
ทำไมต้องมาเจอในสถานการณ์แบบนี้ด้วย ทั้งฉัน เขา และพ่อของฉัน
เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับมากับผู้หญิงคนใหม่ที่ไม่ใช่เบล มันเป็นภาพที่แปลกตามาก เขาไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็นานมาแล้วการเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนสินะ
“ก็นี่ถิ่นกู”
เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาจับมือกับพี่กองพลเหมือนกับกำลังทักทายกับแบบพวกผู้ชายที่ชอบทำกันอยู่ โดยที่ในช่วงเวลานั้นสายตาของเขาก็มองมาที่ฉันแบบเหยียดหยามด้วย
“คิดถึงว่ะเพื่อนไม่เจอกันนานเลย”
พี่กองพลบีบ ๆ ไปที่ลำแขนของพี่ราเดลพร้อมกับมองตั้งแต่หัวจดเท้าของพี่ราเดล ถ้าตัดภาพมาที่ฉันกับพ่อเหมือนคนนอกที่มาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลย
“ว่าแต่นี่มึงมากับ...”
“อ้อ! ลืมแนะนำเลยว่ะ ขอโทษทีนะครับพอดีผมตื่นเต้นที่ได้เจอเพื่อนเก่าไปหน่อย คนนี้เพื่อนพ่อกูเองชื่อลุงนายส่วนอีกคนหลานลุงนายชื่อน้องน้ำขิง” พี่กองพลหันมาขอโทษพ่อฉันเล็กน้อยก่อนจะแนะนำตัวให้เราได้รู้จัก ซึ่งถ้าให้พูดตามตรงเราสามคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว
“เจอกันอีกแล้วนะครับน้องน้ำขิง”
พี่ราเดลเดินมาตรงหน้าฉันพร้อมกับก้มตัวลงมาเล็กน้อยเพราะพี่เขาตัวสูงกว่าฉันและพูดออกมาเหมือนว่าพี่เขาไม่ได้เกลียดฉันทั้งที่ก่อนหน้านั้นพี่เขายังทำเป็นไม่รู้จักฉันอยู่เลย
“อ้าว นี่รู้จักกันด้วยเหรอ”พี่กองพลเดินเข้ามาพร้อมกับทำหน้างง
“ไม่รู้จักได้ไง ก็กูทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกันกับลุงนาย ส่วนน้ำขิง...” พี่ราเดลอธิบายให้พี่กองพลฟังจากนั้นก็เว้นช่วงที่พูดถึงฉันและเงียบไป จนพี่กองพลขมวดคิ้วและฉันเองก็เริ่มเหงื่อผุดว่าเขาจะพูดถึงฉันยังไง จะบอกพี่กองพลหรือเปล่าว่าฉันไม่ใช่หลานอย่างที่พี่กองพลเข้าใจ
ฉันใช้สายตาไปมองพ่อหลายรอบมากจนพี่ราเดลหัวเราะออกมา
“อะไรของมึง เงียบทำไมวะ”
พี่กองพลกลายเป็นคนหงุดหงิดขึ้นมาเอง
“หึ น้ำขิงกูเพิ่งมารู้จักว่ะ เพราะเขาเป็นเพื่อนกับเลขาคนใหม่ของไอ้แดนมัน ใช่ไหมครับน้องน้ำขิง ดูสิไอ้กองพลมันดูแลไม่ดีหรือเปล่า ทำไมถึงได้มีหน้าตาซีดเชียว” เขาพูดพร้อมกับยกยิ้มมุกปากมาให้ฉันแล้วก็ขยับมือยกขึ้นมาเหมือนกับว่า
“นอกจากจะเป็นพยาบาลแล้ว ยังรับงานเสริมนอนกับผู้ชาย รวย ๆ ตามคำสั่งของพ่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ไม่สิน่าจะเต็มใจทำมากกว่า ดูแลคนอื่นแล้วอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยไม่รู้ว่าจะมีกี่โรคอยู่ในตัวของเธอ!”
เขาพูดกระซิบเสียงเบาที่พอจะให้คนได้ยินเพียงแค่คนสองคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เท่านั้นก็คือ ฉันและเขา
“หยุดเลยไอ้ห่า! กลับไปดูแลเด็กที่มึงควงมาด้วยเถอะ น้องมันหน้าบูดหมดแล้วนั้น”
ฉันกำมือแน่นหลังจากที่พี่ราเดลพูดจบ อันที่จริงพี่ราเดลทำเหมือนจะยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อให้ฉันตามกรอบหน้า แต่ตรงนั้นมันเป็นแค่การแสดงของเขาที่ต้องการทำเพื่อบดบังสิ่งที่เขาจะมาพูดไม่ดีกับฉันมากกว่า แต่ก็ต้องหยุดการกระทำไปเมื่อพี่กองพลเดินเข้ามากระชากพี่ ราเดลให้ถอยออกไปแทน
พี่กองพลคงคิดว่าพี่ราเดลจะมายุ่มย่ามกับฉันและฉันอาจจะหันไปมองพี่ราเดลมากกว่าตัวเอง พี่เขาก็เลยเกิดอาการ ‘หวงของ’ ขึ้นมา แต่สิ่งที่เป็นความจริงกลับไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด เพราะสิ่งที่พี่ราเดลทำคือการกำลังด่าและดูถูกฉันอยู่ต่างหาก
