บทที่ 1 How it all begins: สะดุดรักนางฟ้ามาจุติ 1
ร่างสูงใหญ่ของแม็ทธิว แม็คคินลี่ที่กำลังเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิตกเป็นเป้าสายตาของผู้พบเห็นบริเวณนั้นแทบทุกคู่ นอกจากความสูงถึง 190 เซนติเมตรอันโดดเด่นเป็นที่เตะตาแล้ว เขายังมีใบหน้าอันหล่อเหลาราวดาราฮอลลีวูดก็ไม่ปาน
และถึงแม้จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าซอมซ่ออย่างเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นแค่เข่า ทว่าไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาในตัวเขาเลือนหายไปแม้แต่น้อย หากกลับทำให้เขากลายเป็นผู้ชายมาดเซอร์ที่ดูดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้...
หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันเดินทางมาเมืองไทยเพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์น้องสาวอย่างลัลล์สลิตาที่เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว และต้องการตัดความสัมพันธ์กับคู่ขาช่างตื๊ออย่างทิฟฟานี แอนเดอร์สันอีกด้วย ชายหนุ่มจึงแอบหนีมาไทยแบบไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว จึงเป็นสาเหตุให้เขาต้องมาขึ้นเครื่องด้วยสภาพไม่ต่างจากนักเลงหัวถนนสักเท่าใดนัก
แม็ทธิวนั่งแท็กซี่ตรงมายังโรงแรมใจกลางเมือง The Orchid Grand Plaza ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของอัครศกุลไพศาลกรุ๊ป ร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับชายสายพันธุ์ตะวันตกก้าวลงจากรถแท็กซี่ที่มาจอดส่งเขาตรงบริเวณประตูโรงแรม
และเดินตรงไปยังประตูโรงแรม ในขณะเดียวกัน เลขานุการตาคมของท่านประธานใหญ่แห่งอัครศกุลไพศาลกรุ๊ป นคนันทินี เพียรรักก็กำลังเดินเร็วๆ ออกมาจากโรงแรมเพื่อไปทำธุระให้เจ้านาย
ในระหว่างที่สองขายาวของหนุ่มลูกครึ่งเดินผ่านประตูโรงแรมหรูนั้น ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนของเขาก็หันไปปะทะกับร่างงามของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินสวนกับเขาออกไปข้างนอกพอดี
แม็ทธิวมองภาพสาวสวยที่กำลังเดินผ่านเขาไปไม่ต่างกับมองภาพสโลว์โมชั่น หนุ่มเจ้าเสน่ห์ตกตะลึงในความงามราวกับนางฟ้าตกสวรรค์ และเธอก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าอยู่ ณ เวลานี้
แม็ทธิวยืนจ้องนางฟ้าเดินดินแน่นิ่งอยู่กับที่ราวชั่วกัปชั่วกัลป์...
ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงได้เกิดมาสวยงามเพียบพร้อมได้ขนาดนี้ ใบหน้าเรียวรูปไข่รับกับดวงตาคมเฉียบที่ปกคลุมด้วยขนตางามงอนโดยไม่ต้องพึ่งของปลอม จมูกโด่งเป็นสันได้รูปตามนิสัยคนดื้อรั้น ริมฝีปากรูปกระจับอิ่มน่าลองลิ้มเอาความหอมหวานจากกลีบปากสีแดงนั้น ผมสีดำยาวพลิ้วสลวยดังแพรไหมยามเยื้องย้ายกาย...
พระเจ้าช่วย!! คนนี้แหละคือตัวจริง
แม็ทธิวตัดสินได้ในทันที เขาไม่คิดแม้จะรอพูดคุย ทำความรู้จัก หรือเรียนรู้อุปนิสัยใจคอของสาวสวยคนนี้เสียก่อน เขาตกลงปลงใจโดยไม่จำเป็นต้องคิดหน้าคิดหลัง เพราะมันคือความรู้สึกที่ส่งตรงจากใจ...
มันคือสัญชาตญาณที่บอกกับเขาว่า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาเฝ้าคอยให้มาเป็นเนื้อคู่ และเธอได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ณ บัดนี้
ร่างสูงเดินตามอนาคตแม่ของลูกซึ่งกำลังเดินตรงไปที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทันที ขายาวๆ ที่กำลังเดินตามหลังเลขาสาวก้าวเร็วๆ ขึ้นมาหยุดขวางทางร่างเล็กเอาไว้ด้านหน้า ใบหน้าคมเข้มก้มลงพิจารณาสาวสวยหาที่ติไม่ได้ตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งสายตาชวนฝันให้กับคนตัวเล็กที่กำลังยืนหน้ามุ่ยเพราะฝรั่งตัวโตและยังไร้มารยาท...
“Excuse me! Do I know you? Can I help you with something?” (ขอโทษค่ะ เรารู้จักกันหรือคะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ)
นคนันทินีที่กำลังรีบสุดชีวิตกลับต้องหยุดเดินเพราะมีคนไร้มารยาทมาขวางทางเอาไว้ แต่ก็ยิ้มให้และถามไปอย่างสุภาพในฐานะเจ้าบ้านที่ดี ด้วยการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อาจจะหลงทางหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่
...แต่ไอ้สีหน้าและแววตาที่กำลังจ้องมายังเธออย่างสำรวจตรวจตรานี่สิ มันน่าควักลูกตาให้อีกากินนักเชียว อดคิดในใจไม่ได้ว่าไปรู้จักกับคนตัวโตมาแต่ชาติปางไหนหรือเปล่า
“Do you believe in love at first sight or should I walk by again?” (คุณเชื่อในรักแรกพบหรือเปล่าครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ จะให้ผมเดินวนกลับมาใหม่อีกครั้งก็ได้นะครับ)
แม็ทธิวเปิดปากถามไปอย่างที่ใจสั่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้มุกตลาดๆ อย่างนี้แม้แต่น้อย แต่ผู้หญิงตาคมผมยาวผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ที่ตรงตามสเปกที่เขาตั้งไว้ทุกอย่างต่างหาก ทำให้หัวใจเพลย์บอยของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนส่งผลให้ระดับความเป็นมือพระกาฬในการจีบสาวลดเหลือแค่ศูนย์
ไม่สิ...มันติดลบไปต่างหาก
“I think you should keep walking!!” (ฉันว่านายมาจากทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย!!)
เลขาสาวที่ตอนนี้รู้แล้วว่าคนตรงหน้าก็แค่ฝรั่งโรคจิตคนหนึ่งเท่านั้น จึงแว้ดกลับไปอย่างไม่รักษาน้ำใจ
‘หน็อย! อีตาฝรั่งขี้นก คิดจะจีบฉันหรือ เร็วไปหนึ่งล้านปีแสงย่ะ’
“Does it hurt when you fall from heaven?” (ไม่ทราบว่านางฟ้าอย่างคุณเจ็บหรือเปล่าครับตอนตกลงมาจากสวรรค์)
แม้จะถูกตอกกลับมาอย่างปวดแสบปวดร้อน แต่หนุ่มจอมตื๊อก็ยังตามติดด้วยมุกจีบสาวอันไร้ซึ่งความอายบนใบหน้าหล่อเหลา งานนี้แม็ทธิวขอยึดคติด้านได้อายอด
“Not as much as that line.” (ไม่เจ็บเท่าคำหลีสาวห่วยๆ ของนายหรอก)
สาวตาคมตอกกลับอย่างไม่ยอมกัน ไม่มีปัญญาจีบผู้หญิงดีๆ หรือไง ถึงได้เอาแต่พ่นมุกลิเกออกมา
“I forgot my phone number. Can I have yours?” (ผมลืมเบอร์โทรศัพท์ของผมแล้วครับ ถ้างั้นขอเบอร์คุณแทนละกัน) ก็คนมันหลงรักตั้งแต่แรกพบไปแล้วก็ต้องตามตื๊อให้ถึงที่สุด
“Sure. 02- DONTCALLME.” (ได้สิยะ 02- อย่าโทรมาเป็นอันขาดนะยะ)
เลขาตาคมที่ตอนนี้รำคาญคนตัวโตที่รูปร่างหน้าตาไม่มีคุณสมบัติอะไรให้เธอหันไปชายตาแลได้แม้แต่น้อย สวนกลับไปอย่างเจ็บแสบให้คนฟังเจ็บๆ คันๆ
สเปกผู้ชายของเธอต้องเป็นหนุ่มผิวขาวหน้าตี๋จากประเทศเกาหลีเท่านั้น...
‘เชอะ มาขอเบอร์ฉันหรือ ให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนแล้วฉันจะตกลง’
“OK I give up. Hi, my name is Matthew. I think you’re very pretty. What’s your name?” (โอเค ผมยอมแพ้แล้ว สวัสดีครับ ผมชื่อแม็ทธิว คุณสวยมากๆ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ) เมื่อใช้มุกจีบสาวไม่ได้ผล แม็ทธิวจึงต้องเริ่มด้วยวิธีคลาสสิกด้วยการถามกันตรงๆ แล้วจะได้ผลหรือเปล่าก็ต้องรอลุ้นเอา...
“Whatever my name is, it’s none of your business! And get out of my way. I’m in a hurry.” (ฉันจะชื่ออะไรก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย หลีกไป! ฉันรีบ!)
เมื่อขี้เกียจต่อปากต่อคำ เสียงหวานจึงดังขึ้นกว่าเดิม เธอตั้งใจไล่คนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา แล้วเดินหนีไปทันทีแต่มีหรือว่าหนุ่มทะเล้นอย่างแม็ทธิวจะยอม ยิ่งเห็นหญิงสาวเดินหนีไปเร็วเท่าไร เขายิ่งเดินตามเร็วเท่านั้น
