บทที่ 10 Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 2

Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 2

นอกจากมาทำตัวเป็นไม้กันหมาให้กับน้องสาวแล้ว แม็ทธิวยังทุ่มเททุกเสี้ยววินาทีตามขายขนมจีบแถมซาลาเปาให้กับสาวตาคมในดวงใจอย่างเอาเป็นเอาตาย ออดอ้อนให้เธอพาเขาไปเที่ยวชมความสวยงามของสถานท่องเที่ยวต่างๆ

นคนันทินีเองไม่คิดจะร่วมทริปไปกับผู้ชายที่ตนไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็นเลยแม้แต่น้อย หากเธอโดนลัลล์สลิตาที่ทำหน้าที่เป็นแม่สื่อมือหนึ่งคะยั้นคะยอจนเธอเบื่อจะฟัง กอปรกับลูกตื๊อแสนลิเกของเขาทำให้เธอตอบตกลงไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองกับหนุ่มลูกครึ่งในที่สุด...

“อรุณสวัสดิ์ครับน้อยหน่า”

แม็ทธิวที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยมุกจีบสาวแบบลิเกๆ อีกต่อไป ทักทายสาวตาคมที่เดินหาวหวอดๆ มายืนรอรถตู้ซึ่งจะมารับทั้งคู่ไปยังท่าเรือเพื่อไปเที่ยวยังอุทยานกันในวันนี้...วันที่โลกทั้งใบเป็นสีชมพูและท้องฟ้าแสนสดใสในความคิดของแม็ทธิวอย่างที่สุด

“หวัดดี นายไม่ง่วงหรือไง”

นคนันทินีซึ่งอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางโดยมีบิกินีลายดอกไม้อยู่ข้างในคู่กับกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีเหลืองถามคนที่ทำหน้าระรื่นจนปิดไว้ไม่มิด ปิดปากหาวเพราะง่วงนอน เธอไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย เพราะตอนนี้เพิ่ง 6 โมงครึ่ง แต่เพราะทริปที่ไปกันวันนี้เป็นวันเดย์ทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ จึงต้องออกเดินทางแต่ไก่ยังไม่ทันโห่อย่างนี้

“ไม่ง่วงเลยสักนิดครับ เพราะผมตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวกับคุณ...ขอบคุณมากนะครับ”

แม็ทธิวพูดจากใจจริง เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้หลับ นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงใหญ่เพื่อรอให้ถึงตอนเช้า เพราะครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่จะได้ทำความรู้จักกันแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่การตามจีบแบบหนก่อนๆ อีกต่อไป อีกอย่างท่าทีของหญิงสาวก็อ่อนลงมากแล้ว ตั้งแต่รับรู้ว่าเขาคือพี่ชายของเพื่อนรัก...

“ไม่เป็นไร...ฉันก็ไม่ได้เต็มใจไปกับนายสักเท่าไหร่หรอกนะ บอกไว้เลย แต่เพราะนายเป็นพี่ชายเพื่อนฉันหรอก ฉันถึงยอมไปด้วย และจะเป็นการดีมากๆ ถ้าจะกรุณาถอดชุดพระเอกลิเกทิ้ง เพราะฉันเบื่อที่จะฟังนายเล่นลิเกแล้ว”

“ผมไม่ได้เล่นลิเกให้คุณฟังนะครับ ทุกสิ่งที่ผมพูดล้วนออกมาจากใจทั้งนั้น” หนุ่มลูกครึ่งแก้ต่างให้ตัวเอง

“นั่นไง พูดยังไม่ทันขาดคำ” นคนันทินีกลอกตาคมอย่างเบื่อหน่าย พร้อมกับหาวตามอีกหนึ่งคำรบ

“แล้วถ้าผมเลิกเล่นลิเกอย่างที่คุณขอ ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้เล่นเลย...คุณจะลองหันมาพิจารณาผมบ้างหรือเปล่าครับ...” แม็ทธิวส่งสายตาหวานแต่จริงใจให้สาวตาคม ซึ่งยืนอึ้งกับท่าทีจริงจังของหนุ่มทะเล้นทะลึ่งอย่างเขา

ตลอดชีวิตสาวสวยอย่างนคนันทินี ถึงแม้จะมีหนุ่มมาตามขายขนมจีบมากมาย หากเธอไม่เคยให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ และยังไม่เคยมีใครเข้ามาจีบเธอเหมือนอย่างหนุ่มลูกครึ่งร่างยักษ์ตรงหน้าเธอสักคน เธอไม่รู้ว่าท่าทีที่ชายหนุ่มแสดงออกมานั้นเป็นเพราะเป็นคนขี้เล่นทะลึ่งตึงตังหรืออะไรกันแน่ แต่จะให้เธอเชื่อเรื่องรักแรกพบอย่างที่เขาพูดมันคงเร็วไปสักนิด...

“คงไม่ได้หรอก ฉันมีแฟนแล้ว และฉันก็รักเขามากๆ” เธอปฏิเสธหน้าแดงๆ เมื่อนึกถึงหนุ่มในฝันขึ้นมา

“จริงหรือครับ แล้วทำไมลูกตาลไม่เห็นบอกผมเลยล่ะครับ ว่าคุณมีแฟนแล้ว”

หนุ่มลูกครึ่งหน้าสลดเพียงแค่ได้ยิน ทั้งๆ ที่รู้มาจากน้องสาวว่าเธอยังไม่มีคนรัก มีแต่ชายในฝันซึ่งเป็นดาราเกาหลีชื่อบินๆ อะไรสักอย่าง แต่สำหรับเขาแล้วมันฟังเหมือนพวกบ้าดารามากกว่า...

“เอาเป็นว่าฉันมีแฟนแล้ว สำหรับนายฉันเป็นให้ได้แค่เพื่อนกับเพื่อนของน้องสาวเท่านั้น เข้าใจไหม”

นคนันทินีตัดไฟแต่ต้นลม ทั้งเพื่อตัดกำลังใจหนุ่มลูกครึ่งและเพื่อเตือนตัวเองถึงความเป็นไปไม่ได้ระหว่างพวกเขาทั้งสอง แผลในใจของเธอมันยังเรื้อรังและยากเกินจะเยียวยา ถ้าเกิดเธอไปหลงรักผู้ชายเพลย์บอยอย่างเขาขึ้นมาจริงๆ แล้วเกิดต้องผิดหวังเหมือนที่มารดาเคยประสบมา เธออาจจะต้องไปบวชเป็นชีตลอดชีวิตเป็นแน่ๆ

“แต่ผมจะตามจีบคุณ จนกว่าคุณจะยอมรับรักผมให้ได้”

แม็ทธิวประกาศจริงจัง สีหน้าเขาดูจริงใจ แววตาคมมั่นคงจนคนเห็นแอบหวั่นไหว...

หากบทสนทนาของทั้งคู่ต้องหยุดลงกลางคันเพราะรถตู้มาถึงพอดี จึงพากันขึ้นรถแล้วตรงไปยังท่าเรือ สมทบกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เพื่อนั่งสปีดโบ๊ทไปยังอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะสมุยไปประมาณ 20 กิโลเมตร

จริงๆ แม็ทธิวจะจ้างเรือยอชต์แสนหรูพาสาวตาคมไปเที่ยวแบบเป็นการส่วนตัวก็ได้ หากเขาต้องการทำตัวให้เหมือนชาวต่างชาติทั่วๆ ไป และยังไม่ต้องการให้หญิงสาวรู้ถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริงของเขา...เพราะความร่ำรวยมั่งคั่ง หลายครั้งหลายครามันนำพาความลำบากและคอยแต่ดึงสาวๆ ที่คอยจ้องแต่จะถลุงเงินถุงเงินถังของเขา

เขาอยากพิสูจน์รักแท้ที่เขาแสนมั่นใจ อยากให้หญิงสาวรักเขาที่เป็นเขา ไม่ใช่เงินทองของนอกกายของเขา

“นายทำงานทำการอะไรหรือ” นคนันทินีถามขึ้นระหว่างเดินทาง อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เป็นโจรอย่างที่เธอคิด และไม่อยากคุยกับเขาในเรื่องราวที่คุยค้างไว้อีกต่อไป

“เอานี่แซนด์วิช กินรองท้องก่อน กว่าจะถึงเที่ยงเดี๋ยวหิวตาลายพอดี” มือบางหยิบแซนด์วิชที่พกติดกระเป๋าเป้ใบเล็กออกมาส่งให้ชายหนุ่ม ก่อนจะหยิบอีกอันหนึ่งขึ้นมาแกะทานเอง เธอพกของกินเล่นมาพอสมควร เพราะทัวร์วันนี้มีการจัดเลี้ยงเฉพาะอาหารเที่ยงเท่านั้น

“ขอบคุณครับ...ผมทำธุรกิจส่วนตัวครับ เอ่อ...ธุรกิจในครอบครัวน่ะครับ”

เขาตอบพลางเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ อย่างมีความสุข ผู้หญิงยังไงก็คิดรอบคอบกว่าผู้ชายจริงๆ เขาไม่ได้พกอะไรมาเลยนอกจากกล้องถ่ายรูปกับน้ำดื่มหนึ่งขวด ในขณะที่อีกฝ่ายคงเป็นตู้เย็นเดินได้ย่อมๆ

แม็ทธิวยังไม่ต้องการเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่แน่ใจในตัวหญิงสาว หากเขาอยากทำการพิสูจน์ใจของเธอด้วย และที่เขาพูดก็ไม่ได้ผิดเลยสักนิด เพราะธุรกิจที่เขาบริหารอยู่นั้น เขาได้รับมรดกตกทอดมาจากคุณปู่เมื่อสี่ปีที่แล้ว

“ดีนะ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง สะดวกดี จะไปไหนมาไหน ตอนไหนก็ได้...แล้วนายกะจะมาเที่ยวที่ไทยกี่วัน”

เธอเองก็ใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง ทุกวันนี้เก็บเงินเก็บทองเอาไว้ เผื่อจะได้มีโอกาสนั้นสักวัน

“ยังไม่แน่ใจเลยครับ เพราะงานที่โน่นก็ยุ่งๆ นี่ก็ฝากญาติให้ดูแลเอาไว้ก่อนหนีมาเที่ยวที่นี่”

หนุ่มลูกครึ่งหนีมาไทยแบบสายฟ้าแลบ ทั้งๆ ที่งานล้นมือ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะเขามีญาติสนิท อีธาน แมคคอย ที่เป็นผู้ช่วยฝีมือดีคอยดูแลอยู่ และที่สำคัญเขาก็ยังอยากมีเวลามาพักผ่อนเติมพลังก่อนไปเริ่มทำงานอีกครั้ง ยิ่งช่วงที่ผ่านมาด้วยราคาน้ำมันพุ่งติดเพดาน ทำให้ธุรกิจแท่นขุดเจาะน้ำมันของเขาได้ผลกำไรมากมาย

หากการตัดสินใจหนีมาเที่ยวครั้งนี้ถือเป็นความคิดที่ดีที่สุดของเขา เพราะเขาได้เจอเนื้อคู่แสนสวย จิตใจดี ที่นั่งเคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก โดยไม่ต้องคอยห่วงสวย คอยเก๊กท่าเป็นนางพญาเหมือนกับสาวๆ ที่เขาพบเจอมามากมาย

ผู้หญิงที่ดูง่ายๆ แต่มันคงไม่ง่ายสำหรับเขาที่จะได้ครองใจทั้งดวงของเธอ...

แล้วจู่ๆ สปีดโบ๊ทที่พวกเขานั่งมาก็ลดความเร็วลง และค่อยๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ นคนันทินีจึงเงยหน้ามามองวิวรอบๆ ก่อนจะเบิกตาหวานโพลง อ้าปากค้าง เพราะตื่นตะลึงกับทัศนียภาพแสนสวยงามของหมู่เกาะหินปูนน้อยใหญ่ เรียงรายกระจัดกระจายไปทั่วๆ ท้องทะเลบริเวณนั้น

“โห สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยคล้ายละเมออยู่ในฝัน ร่างเล็กยืนขึ้น หยิบกล้องถ่ายรูปขนาดเล็กจากกระเป๋ามาเก็บภาพความทรงจำอย่างรวดเร็ว

แม็ทธิวเองก็ยืนเต็มความสูง ชื่นชมความสวยงามของทิวทัศน์รอบตัวเพียงชั่วครู่ก่อนหันมามองสาวตาคมตรงหน้า เขาคลี่ยิ้มหวานอย่างมีความสุข...เธอสวยยิ่งกว่าวิวข้างนอกนั้นเป็นไหนๆ มือหนาคว้ากล้องถ่ายรูปขนาดกลางหากประสิทธิภาพสูงขึ้นมาซูมใบหน้างามที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานพร่างพราว

นี่ต่างหากล่ะภาพน่าตื่นตาตื่นใจของเขา...แม็ทธิวรัวชัตเตอร์ไม่ยั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป