บทที่ 12 Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 4

Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 4

“ขอบใจ...นายหันไปอีกทางหนึ่งเลยนะ ห้ามแอบมองด้วย”

แม็ทธิวทำตามอย่างว่าง่าย ถึงเขาจะทะลึ่งตึงตัง ปากว่ามือถึง แต่ก็เป็นลักษณะฉาบฉวยอยู่ภายนอกเท่านั้น...เขาไม่ใช่ผู้ชายฉวยโอกาสกับผู้หญิง สิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อคราวที่เจอกับหญิงสาวครั้งแรกนั้น เป็นไปเพราะหัวใจเรียกร้องออกมาอย่างเฉียบพลัน และมันก็ไม่ได้เป็นการล่วงเกินจนเลยเถิด

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ดูเหมือนจะเลยขอบเขตไป หากไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น และเขาก็ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิดในตัวเขามากไปกว่านี้...

“เสร็จหรือยังครับ ได้เวลาไปที่อื่นกันแล้วนะครับ” แม็ทธิวเร่ง เพราะได้ยินพนักงานดูแลทัวร์ตะโกนบอกให้แขกกลับขึ้นสปีดโบ๊ทเพื่อเดินทางไปยังจุดชมวิวจุดต่อไป

“เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ...อุ๊ย ตะคริวกิน” นคนันทินีชวน พลางหันหลังว่ายน้ำกลับไปยังตัวเรือ หากเธอเกิดตะคริวขึ้นที่เท้าเล็กขึ้นมากะทันหัน เจ็บปวดจนต้องร้องออกมา และว่ายน้ำต่อไปไม่ได้

“ถ้างั้นผมพาคุณว่ายน้ำไปเอง เกาะหลังผมไว้นะ” หนุ่มลูกครึ่งว่ายน้ำไปหยุดด้านหน้าร่างเล็ก รอให้หญิงสาวกระโดดขึ้นเกาะ “ขึ้นมาสิครับ เรือกำลังจะออกแล้วนะครับ” เขาเร่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชักช้าอยู่

“ตะ...แต่ฉัน...” คนไม่เคยทำอะไรใกล้ชิดแบบนี้ตะขิดตะขวงใจ กับผู้ชายคนไหนๆ ก็ไม่เคยคิดจะขึ้นไปเกาะบนหลัง ยกเว้นกับหนุ่มในฝันของเธอ แล้วนี่ดันเป็นคนที่เธอรู้สึกไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว ที่เขามาเห็นอกอวบของเธอโดยไม่ต้องดิ้นรน เธอก็อายพอแล้ว...

“ขึ้นมาเถอะครับ อยู่กลางทะเลอย่างนี้ผมจะไปทำอะไรคุณได้ มัวช้าอยู่เกิดฉลามว่ายน้ำผ่านมาแถวนี้ มันไม่ปล่อยเนื้อหวานๆ ของคุณไปแน่ๆ” แม็ทธิวคะยั้นคะยอ ตามด้วยขู่เล็กๆ หากแต่ความหอมหวานของเนื้อนวลกลับทำให้เขาร้อนวูบวาบขึ้นมา ทั้งๆ ที่ควบคุมมันไว้ได้แล้ว

“อีตาแม็ทธิวปากเสีย ไม่เคยได้ยินที่ผู้ใหญ่ว่าไว้ เข้าป่าอย่าพูดถึงเสือ ลงเรืออย่าพูดถึงจระเข้หรือไง”

คนกลัวฉลามแหว หันซ้ายหันขวาสำรวจรอบๆ ว่ามีสัตว์ในความคิดอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่า

“ว้าว ในที่สุดคุณก็ยอมเรียกชื่อผมแล้ว” เขาครางด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็สำเร็จไปขั้นหนึ่ง “และผมก็ไม่เคยได้ยินที่ผู้ใหญ่ที่ไหนก็ไม่รู้ว่าไว้...ไปกันดีกว่าครับ คนอื่นๆ รอเราแย่แล้ว” เสียงทุ้มเร่งอีกครั้ง

นคนันทินีจึงยอมกระโดดขึ้นหลังของเขาแต่โดยดี แขนเล็กโอบกอดรอบคอแกร่ง ขาเรียวเกี่ยวลำตัวใหญ่ไว้แน่นด้วยความกลัว หากสัมผัสของเนื้อสาวแสนนุ่มหยุ่น...ถึงอยู่ภายใต้ร่มผ้าก็ทำให้แม็ทธิวรู้สึกไม่ต่างจากโดนไฟฟ้าช็อต ความร้อนที่โหมขึ้นก่อนหน้าแล่นไปรวมที่สรีระของความเป็นชายอีกครั้ง แม็ทธิวสูดลมเข้าปอดเต็มที่เพื่อลดความร้อนรุ่ม ก่อนเริ่มว่ายน้ำตรงไปยังสปีดโบ๊ทที่รอพวกเขาทั้งสองอยู่

ใบหน้าหวานที่อยู่ชิดท้ายทอยของเขาจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจหอมกรุ่นทำให้คนตัวโตสะท้านไปทั้งตัว นอกจากเขาจะรักเธอแล้ว เธอยังทำให้เขามีปฏิกิริยาระหว่างหญิงชายเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ ความรู้สึกเหล่านี้มันไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ นักสำหรับเพลย์บอยหนุ่มอย่างเขา แม็ทธิวเฝ้านับหนึ่งถึงร้อยในใจ พลางผ่อนลมหายใจหนักๆ หลายครั้งเพื่อควบคุมความร้อนในตัวไว้ให้ได้ก่อนขึ้นกลับไปบนเรือ ไม่งั้นเขาต้องขายขี้หน้าประชาชีเป็นแน่...

แรงกระทบเพียงแผ่วเบาของอกสวยบนแผ่นหลังแกร่งทำให้หญิงสาวร้อนผ่าวๆ ไปทั้งตัว ดวงหน้าหวานแดงก่ำและต้องบังคับหัวใจไม่ให้เต้นเร็วเกินไป ทั้งอับอายจากเหตุการณ์ก่อนหน้า จนต้องมาแนบชิดติดอยู่กับผู้ชายทะลึ่งที่เธอไม่เคยคิดจะเสวนาด้วย หากก็เป็นเขาคนเดิมที่ได้อภิสิทธิ์การใกล้ชิดกับเธอมากมายเสียจนหญิงสาวหวั่นใจ

“ขอบใจนะ” นคนันทินีบอกคนที่กำลังย่อตัวลงต่อหน้าเธอ

หลังจากกลับขึ้นสปีดโบ๊ทกันมา แม็ทธิวก็จัดการนวดเท้าเล็กเพื่อคลายอาการตะคริวให้เธอโดยไม่รังเกียจรังงอน ทั้งๆ ที่เจ้าตัวปฏิเสธเสียงดัง แต่ก็สู้แรงชายของเขาไม่ได้ จนต้องยอมนั่งนิ่งๆ ให้เขาทำหน้าที่ไป

นัยน์ตาหวานลอบสังเกตใบหน้าคมคล้ามที่ก้มลงมองขาเรียวสีน้ำผึ้งของเธอด้วยความรู้สึกสับสนอยู่ข้างใน ผู้ชายลามกที่เธอพบโดยบังเอิญ...ผู้มีใบหน้าคมเข้ม ขนตายาวเรียงเป็นแพในแบบที่ผู้หญิงเห็นแล้วอาย จมูกโด่งคมสันที่มันแอบสูดดมผมหอมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ปากได้รูปสีแดงสุขภาพดีที่มันปล้นเอาจูบแรกไปจากชีวิตสาวของเธอ

ถ้าให้พูดกันตามตรง เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีใช่ย่อย และถ้าไม่นับสภาพผมเผ้ารุงรังกับหนวดเคราที่บดบังใบหน้าคมสันนั้นไว้ เขาคงดูหล่อเหลาไม่ต่างกับเทพบุตรกรีกเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกถ้าใจเธอจะรู้สึกสั่นๆ กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ยิ่งได้รับการปฏิบัติอย่างกับคนรักเยี่ยงนี้อีก หัวใจสาวก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะยิ่งขึ้นไปอีก

“ค่อยยังชั่วหรือยังครับ” เสียงทุ้มพร่าดังขึ้น พร้อมเงยใบหน้าคมขึ้นสบกับดวงตากลมที่กำลังจ้องสำรวจเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย นคนันทินีตกใจรีบเสไปมองทางอื่น ก่อนตะกุกตะกักตอบ

“หะ...หายแล้วล่ะ นะ...นายไม่ต้องนวดแล้ว ขอบใจนะแม็ทธิว”

“ไม่เป็นไรครับ...ต่อไปเรียกผมอย่างนี้ตลอดไปได้ไหมครับ” เขาขอด้วยเสียงที่ยังสั่นๆ ยิ้มหวานให้เธอ

แม็ทธิวต้องควบคุมอารมณ์ไว้ให้ได้ ดูภายนอกเหมือนเขากำลังตั้งใจนวดเพียงอยากเดียว หากผิวนวลลออดุจใยไหมทำให้เขาร้อนผ่าวๆ ไปทั้งตัว จนอดคิดไม่ได้ว่าแล้วถ้าเขาได้ลูบไล้อะไรมากไปกว่านี้ เขาจะทนได้หรือ...

“ก็ถ้านายไม่ทำอะไรบ้าๆ บอๆ ฉันก็คงไม่ต้องสรรหานิคเนมแปลกๆ มาเรียกนายหรอก” เธอยังไม่วายกัด “แล้วที่ฉันเรียกไปน่ะ ผิดบุคลิกนายเสียที่ไหน ทะลึ่งเอย ลามกเอย แล้วไหนจะสูงใหญ่จนแทบคว้ามะพร้าวได้จนไม่ต้องพึ่งไม้สอยอีก” เธอสะบัดเสียง สะบัดหน้าว่าตามมา

แม็ทธิวหัวเราะร่า ขำกับคำพูดของคนมีอารมณ์ขันตรงหน้า นี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เขาและเธอมีร่วมกัน แล้วจะไม่ให้เขาคิดว่าหญิงสาวเป็นเนื้อคู่ของเขาได้อย่างไร

จุดท่องเที่ยวต่อไปคือเกาะวัวตาหลับซึ่งมีจุดชมวิวซึ่งสูง 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ด้วยเส้นทางปีนเขาอันหฤโหด ยิ่งสูงทางยิ่งลาดชัน ทำให้ผู้ร่วมชะตากรรมล่าถอยไปเป็นทิวแถว แม็ทธิวที่มีสภาวะร่างกายแข็งแรงพร้อมก็เพียงแค่หายใจเร็วขึ้น และคอยส่งมือคอยช่วยหญิงสาวข้างกายที่เริ่มอ่อนแรง หากนคนันทินีที่เริ่มหายใจทางผิวหนังกัดฟันปีนป่ายไปตามหินผา ทางเดินแสนแคบโดยมีเชือกเส้นใหญ่ตลอดแนวให้ผู้ปีนเขาจับพยุงตัวขึ้นไป เพราะไหนๆ เธอก็มาถึงที่แล้ว อยากจะขึ้นไปชมทัศนียภาพอันสวยงามให้เป็นขวัญตาตัวเอง...

“โอว สะ...สุดยอด สวยจริงๆ ถ้าขึ้นมาไม่ถึงเสียดายตายเลย”

นคนันทินีครางยาวเมื่อขึ้นมาถึงจุดสูงสุด ลืมความเหน็ดเหนื่อยแทบทันที มือบางปาดเหงื่อบนใบหน้าหวานที่ไหลออกมาราวกับก๊อกแตก สิ่งสวยงามตรงหน้าคุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อและแรงงานที่เสียไปจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป