บทที่ 13 Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 5

Head Over Heels: รัก…หัวปักหัวปำ - 5

ภาพหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่ทอดตัวเรียงรายไปบนพื้นน้ำสีครามช่างเป็นทัศนียภาพที่สวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ท้องทะเลกว้างไกล มองไปจนสุดลูกหูลูกตา ช่างเป็นภาพที่น่าพิสมัย จิตใจเธอปลอดโปร่งจนต้องหลับตาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดหลายครั้งหลายหน

“ครับ สวยมากๆ สวยจริงๆ”

มหาเศรษฐีอย่างเขาท่องเที่ยวไปทั่วทุกมุมโลก เห็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนสวยงามมาก็มาก หากต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่นี้ สวยไม่แพ้ที่ใดในโลกเลย สายตาคมสอดส่ายวิวไปทั่วๆ ก่อนมาหยุดที่สาวข้างกายที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่

“รวมทั้งคุณด้วย สวยที่สุด…You’re beautiful inside and out”

เสียงทุ้มหนักแน่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหวานหยาดเยิ้ม ยิ่งรู้จักผู้หญิงตรงหน้าเขายิ่งรู้สึกว่ารักเธอ ชอบเธอมากขึ้นในทุกๆ วินาที ยิ่งได้ร่วมหัวจมท้ายปีนเขาบนเส้นทางแสนลำบากลำเค็ญมาด้วยกัน แม็ทธิวยิ่งประทับใจในตัวหญิงสาว เธอมีความมานะพยายาม ไม่บ่น ไม่งอแง สู้ยิบตา ทั้งๆ ที่เหนื่อยจนขาสั่นพั่บๆ

นคนันทินีเขินสายตาร้อนแรงของเขาจนต้องเสหลบ แต่ก็ยังคงความเป็นตัวของตัวเอง

“เฮอะ ฉันว่านายคงอยากลองของแปลกมากกว่า เบื่อฝรั่งผิวขาวล่ะสิ ถึงมาปากหวานใส่หญิงไทยตัวดำๆ อย่างฉัน” ใบหน้างามเชิดขึ้น ราวกับไม่แยแสในสิ่งที่เขาพูด

“ไม่ได้ปากหวาน ผมพูดจริงๆ นะครับ แต่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้ เพราะผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองกับตาว่าผมจริงจังและจริงใจ ในทุกคำพูดและทุกการกระทำของผม”

และสายตาคมดุจเหยี่ยวทะเลทรายของเขาก็ทอประกายเจิดจ้าเพื่อยืนยันคำพูด จนคนเห็นและคนฟังอย่างเธอต้องหันหลังหนีไปชื่นชมวิวแทน หากใจเจ้ากรรมกลับเต้นตึกตัก เพราะท่าทีของเขาดูจริงจังจนเธอกลัว

หลังจากดื่มด่ำกับทัศนียภาพจากบนยอดเขาจนอิ่มหนำแล้ว ทั้งคู่จึงชวนกันเดินกลับลงมา ขาขึ้นว่ายากแล้ว ขาลงยิ่งยากยิ่งกว่าเพราะความสูงชันกอปรกับความเหนื่อยล้าของร่างกาย ทำให้เกิดการทุลักทุเลกันพอสมควร นคนันทินีที่เหนื่อยอ่อนจนแทบไม่มีแรง เกิดเสียหลักจนล้ม โชคดีที่แม็ทธิวเดินนำลงไปก่อนเห็นเหตุการณ์พอดีจึงคว้าร่างเล็กเอาไว้ทัน ทำให้เขาล้มลงกองกับพื้นด้วยโดยใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังร่างเล็กเอาไว้

“ว้าย นายเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” นคนันทินีร้องด้วยความตกใจ ถามสวัสดิภาพเพื่อนร่วมทริปด้วยความเป็นห่วง มือน้อยจับแตะสำรวจร่างใหญ่ไปทั่ว จนเห็นรอยเลือดแดงฉาดตรงฝ่ามือใหญ่

“ตายแล้ว มือนาย”

“คงโดนหินบาดตอนล้มลงน่ะครับ” เพราะตอนเสียจังหวะล้มมาด้วยกันเขาใช้มือค้ำพื้นเอาไว้ไม่ให้ทั้งคู่ตกเขาไป จึงได้แผลเป็นของกำนัลแทน

“ฉันมีชุดปฐมพยาบาลอยู่ในเป้น่ะ แต่อยู่บนเรือ ไว้ลงไปข้างล่างแล้วฉันทำแผลให้นายละกัน”

เธอบอกพลางสำรวจแผลบนฝ่ามือที่ลึกพอควร และเลือดยังไม่ยอมหยุดไหล เพราะต้องการให้ตัวเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอจึงไม่ได้พกอะไรขึ้นมานอกจากขวดน้ำและกล้องถ่ายรูป

“นี่คุณพก first aid kit มาด้วยหรือครับ” แม็ทธิวยิ้ม ทึ่งในความรอบคอบ คิดการณ์ไกลของเธอ

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันรู้ล่วงหน้าว่าต้องมาปีนเขาลงห้วยกันเลยเตรียมมาด้วย แล้วมันก็กำลังจะได้ใช้ประโยชน์ใช่ไหมล่ะ” ก่อนมาเธอหาข้อมูลการท่องเที่ยวล่วงหน้าจากอินเทอร์เน็ต ทำให้รู้ว่าต้องไปทำอะไรที่ไหนบ้าง และการปีนป่ายอย่างนี้มันไม่แปลกที่จะได้แผลติดตัวกลับลงไปสักแผลสองแผล

เมื่อเห็นว่าเลือดยังไม่หยุดไหล และไม่มีอะไรในตัวที่จะใช้ห้ามเลือดได้ เธอจึงฉีกปลายเสื้อเชิ้ตเนื้อบางออกมาพันรอบมือเพื่อช่วยปิดปากแผลเอาไว้

“พันไว้อย่างนี้ก่อนละกัน คงช่วยห้ามเลือดได้บ้าง”

“ขอบคุณครับ” หนุ่มลูกครึ่งจ้องดวงหน้าหวานตาไม่กะพริบ

สิ่งที่เธอทำยิ่งทำให้แม็ทธิวยิ่งทึ่งในตัวคนสวยตรงหน้า เธอสวยไปทั้งเนื้อทั้งตัวจริงๆ ทั้งข้างนอกข้างใน เพียงแค่ได้รู้จักกันเพียงวันเดียว เขาก็รู้แล้วว่าหญิงสาวเป็นคนจิตใจดี...ถึงจะมองเหมือนเป็นสาวปากร้าย กัดจิกให้เขาเจ็บๆ คันๆ อยู่ตลอด แต่ภายในกลับมีน้ำใจให้เพื่อนมนุษย์อย่างเหลือเฟือ

“ขอบใจนะ ถ้าไม่เพราะนายช่วยรับฉันไว้ คงไม่เจ็บตัวอย่างนี้” เธอบอกอย่างรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ ผมยอมเจ็บตัวแทนคุณ”

คำพูดคล้ายเผยความในใจ ทำให้เธอรู้สึกผิดปกติขึ้นมาอีกครั้ง หากเสแสร้งแกล้งไม่สนใจ ก่อนชวนเขาเดินทางกลับลงไปที่เรือกัน และทำแผลให้เขาอย่างอ่อนโยนจนแม็ทธิวแทบเอาไปเพ้อฝันตอนกลางวันแสกๆ

จุดหยุดเรือต่อไปคือเกาะแม่เกาะซึ่งทางบริษัททัวร์มีอาหารเที่ยงแบบบุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยง หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มหนำและนั่งพักให้อาหารย่อยสักพักแล้ว สองหนุ่มสาวก็ชวนกันไปชมทะเลในซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มสีเขียวมรกต โอบล้อมไว้ด้วยโขดหินสูงและแมกไม้เขียวขจี เป็นทัศนียภาพแสนสวยงามและหาดูได้ยากยิ่ง

หลังจากนั้นทั้งคู่กลับลงไปพายเรือคายัคร่วมกับคณะลูกทัวร์อื่นๆ เพื่อชมทิวทัศน์รอบหมู่เกาะ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แม็ทธิวชวนหญิงสาวคุยอย่างออกรสออกชาติ และนคนันทินีเองก็ไม่ได้มีท่าทีห่างเหิน ให้ความสนิทสนมกับชายหนุ่มมากขึ้น...ทว่าในฐานะเพื่อนเท่านั้น

กว่าสองหนุ่มสาวจะกลับถึงรีสอร์ตพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าแล้ว นคนันทินีพาร่างเหนื่อยล้าแต่อิ่มเอมกับความสวยงามของท้องทะเลไทยเดินตรงไปที่ลิฟต์ หากแม็ทธิวเรียกไว้พร้อมเดินมายืนตรงหน้า

“น้อยหน่าครับ เดี๋ยวสิครับ”

“มีอะไรหรือ ฉันเหนื่อยน่ะ ขอไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” ใบหน้าหวานแหงนมองคนตัวโต

“เอ่อ...ขอบคุณมากนะครับที่ไปเที่ยวกับผม”

“อืม ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนายด้วยนะ...สำหรับทุกๆ เรื่อง” ดวงหน้าหวานแดงซ่านขึ้นทันตาเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเปิดเผยอะไรให้คนตัวโตเห็นบ้าง “ฉันไปนะ...พรุ่งนี้ลุกไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้” เธอลาพร้อมบ่นเล็กๆ

หากมือหนาคว้าร่างเล็กที่กำลังเดินจากไปให้หันมาเผชิญหน้าอีกครั้ง

“ผมชอบคุณมากๆ เรามาคบเป็นแฟนกันได้ไหมครับ” แม็ทธิวขอตรงๆ โต้งๆ ตามที่หัวใจสั่งมา

นคนันทินีตาโต ตกใจยืนตัวแข็งทื่อ เธอรู้ว่าผู้ชายตัวโตใหญ่ยักษ์ตรงหน้าให้ความสนใจเธอเป็นพิเศษ แต่ไอ้ที่อยู่ๆ จะมาขอเป็นแฟนกันมันดูจะไวไฟเกินกว่าที่เธอจะรับได้...

“เรื่อง!! อย่ามาทำตัวเป็นเพลย์บอยใจร้อนใส่ฉันนะ นายกับฉันรู้จักกันกี่วัน เคยพูดดีๆ กันกี่ประโยค นายรู้จักฉันดีแค่ไหน ฉันมีข้อเสียอะไรบ้างนายรู้หรือยัง...อย่าพูดอย่างนี้ให้ฉันได้ยินอีกนะ” ดวงตาหวานจ้องหน้าคมเขม็ง

“ยังไม่รู้ก็มาทำความรู้จักและเรียนรู้กันสิครับ ได้ไหมครับ” เขายังไม่เลิกเกลี้ยกล่อม “...ให้ผมได้พิสูจน์ให้คุณรู้ว่าตัวจริงของผมเป็นยังไง ข้อดีข้อเสียของผมมีอะไรบ้าง ถ้าคุณยอมรับในข้อเสียของผมไม่ได้ ผมก็จะยอมแพ้”

ปากบอกยอม แต่ในใจแม็ทธิวไม่มีคำว่า ‘ยอมแพ้’ อยู่เลย

“อย่าเสียเวลาเลย...ฉันบอกแล้วไง ฉันให้นายได้แค่เพื่อนเท่านั้น” นคนันทินีปฏิเสธเสียงแข็งหากใจสั่นๆ กลัวทั้งใจตัวเอง และใจของเขา

ร่างเล็กเดินหนีไปทันที ไม่อาจมองสบตาคมที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้งกับคำขอเป็นแฟนแบบตรงๆ และดูเป็นการเป็นงานของเขา ก็ในเมื่อเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับอีตานั่นสักนิด ได้แต่คิดว่าคงเป็นเพราะเขาดันมาเห็นหน้าอกอวบของเธอนั่นเอง...

แม็ทธิวมองตามร่างเล็กตาละห้อย เขาคงรุกหนักไปหน่อยจริงๆ หญิงสาวพูดถูก มันคงเร็วเกินไป ยิ่งกับผู้หญิงที่ไม่ชอบหน้าเขาตั้งแต่ต้นอย่างนคนันทินี...ชีวิตเขาคงจะเคยชินกับการมีสาวๆ มาห้อมมาล้อมโดยที่เขาไม่ต้องดิ้นรนนานเกินไป จนลืมไปแล้วว่าการจีบสาวจริงๆ นั้นเป็นยังไง

หนุ่มลูกครึ่งสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมกำลังใจ เพราะยังไงเขาก็ไม่ยอมตัดใจเป็นอันขาด งานนี้แม็ทธิว พอล แม็คคินลี่ขอสู้ไม่ถอย...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป