บทที่ 3 The Worst Pickup Line: จีบสาวตาคม...ผมจึงต้องลิเก - 2
“นี่แม่หนูพาแฟนไปหาหมอหน่อยเถอะ พ่อเขาคงลุกไม่ไหวจริงๆ” แม่ยกสูงวัยตัวจริงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเพื่อทั้งเชียร์ทั้งช่วยพระเอกลิเก เอ็นดูคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่กำลังเล่นพ่อแง่แม่งอนกันอยู่ จนต้องยื่นมือเข้าช่วยพูด
“นั่นสิ หน้าสวยๆ อย่าทำใจดำกับพ่อเขาเลย พ่อคงเจ็บจริงๆ ยังไม่เห็นลุกขึ้นเลยป่านนี้แล้ว” อีกหนึ่งเสียงแม่ยกทับถมตามมา
“ใช่ๆ หน้าสวยหวานคมอย่างงี้ น่าจะเป็นนางเอกนะ อย่าทำใจยักษ์ใจมารเหมือนนางอิจฉาในละครเลย” และอีกหนึ่งเสียงตามมาแบบเข้าข้างคนสำออยสุดฤทธิ์
และหนึ่งเสียงสุดท้ายที่น้ำเสียงบาดหูคนฟัง หน้าตาก็บาดตาคนดู
“อย่าทำตัวเป็นชะนีขี้น้อยใจไปเลยย่ะ เขาไปหาแฟนใหม่แล้วจะร้องไห้น้ำตาไหลพรากเป็นน้ำตกไทรโยคนะยะ หรือถ้าหล่อนไม่เอาฉันขอเซ้งต่อนะยะ ไซซ์ใหญ่โตอย่างนี้ลูซี่ชอบค่า”
คำพูดนี้กลั่นออกมาจากปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดของไทยมุงสาวประเภทสอง ที่กำลังกระซิบกระซาบอยู่ข้างหลังเลขาตาคม พูดเสร็จก็ยกมือป้องปากหัวเราะเป็นนางมารร้ายเสียเอง พร้อมส่งสายตาหวานเยิ้มหยดย้อยให้พระเอกลิเกจำเป็นจนเจ้าตัวเองก็รู้สึกหวั่นๆ
“ค่ะๆ เดี๋ยวหนูจะพาเขาไปหาหมอเองค่ะ” นคนันทินีทนไม่ไหวจนต้องยอมรับไปในที่สุด แต่ก็โกรธจนต้องนับหนึ่งถึงร้อยในใจ ‘ฮึ่ม คอยดูเถอะอีตาฝรั่งโรคจิตฉันจะเอาคืนให้หนักเลยทีเดียว’
“นายลุกขึ้นสิ จะได้ไปหาหมอกัน ชักช้าเสียเวล่ำเวลาทำมาหากินหมด” ก่อนหันมาแหวใส่ตัวต้นเหตุที่นั่งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อีกครั้ง
“โอ๊ย!!! แต่ผมเจ็บครับ คงลุกไม่ไหว ช่วยพยุงหน่อยสิครับคุณนางฟ้า” แม็ทธิวโอดโอยปนออดอ้อน
เขาแทบไม่ได้เจ็บได้ปวดอะไรเลย แต่ถ้าไม่ใช้โอกาสอันดีงามนี้ในการสัมผัสจับต้องตัวแม่ของลูกในอนาคตในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไร
“ใจปลาซิวจริงๆ นะ รถล้มแค่นี้ทำเป็นลุกไม่ขึ้น” เธอเบ้ปากเย้ยหยัน รู้ทันหรอกว่าจะหลอกแต๊ะอั๋งฉันล่ะสิ
“ผมลุกไม่ไหวจริงๆ ครับ สงสัยกระดูกหัก” คนแกล้งเจ็บปดคำโต ยังไม่เลิกความพยายามในการพิสูจน์ความนุ่มนิ่มของเนื้อนวลสาวตรงหน้า
“กระดูกพันธุ์อย่างนายต้องใช้รถบดมาทับ แถมอย่างมากก็คงแค่กระดูกเดาะ” คนรู้ทันประชดไปทันที ตัวใหญ่ขนาดนี้หากโดนรถชนมาจริงๆ นอกจากเขาจะไม่เป็นอะไรแล้ว คงเป็นตัวรถเองที่เสียหายชนิดที่ซ่อมไม่ได้จนต้องขายซากทิ้งไปอย่างเดียวเท่านั้น
“ก็พยุงพ่อเขาหน่อยเถอะแม่หนู คงจะเจ็บจริงๆ” แม่ยกสูงอายุเร่งหญิงสาวยิกๆ เมื่อยังเห็นว่าทั้งคู่ไม่มีใครลดราวาศอกให้กัน
“ค่ะๆ” เธอตอบรับ ยิ้มแหยๆ ให้แม่ยกสูงวัยที่ดูท่าแล้วน่าจะกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนุ่มลิเกเข้าแล้วจริงๆ นคนันทินีได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็ยอมทำตามคำขอร้องของคนแกล้งเจ็บโดยดี
หญิงสาวจึงย่อตัวลง สอดแขนเรียวไปบริเวณใต้รักแร้ของเขา แล้วโอบหลังแกร่งเอาไว้พร้อมออกแรงพยุงคนตัวโตขึ้น แต่แทนที่อีกฝ่ายจะให้ความร่วมมือกลับขืนตัวแกล้งเธอเอาไว้ ทำให้แรงสาวที่มีน้อยกว่าหลายเท่าเกิดเสียหลักล้มทับชายหนุ่มลงไปทั้งร่าง ซึ่งช่างประจวบเหมาะที่ใบหน้าเล็กดันซ้อนอยู่บนตำแหน่งเดียวกับใบหน้าคมพอดิบพอดี ส่งผลใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบและรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหน้าอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้แก่ทั้งคู่ไม่ใช่เล่น...โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ตอนนี้จินตนาการไปไกลถึงดาวพลูโตแล้ว
พระเอกลิเกหน้าใหม่พิศพิจารณาคนบนร่างอย่างละเอียดถี่ถ้วน สายตาคมกริบไล่ลงมองต่ำเรื่อยๆ ผ่านลำคอระหงจนไปหยุดนิ่งอยู่บนเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นเนินบราเซียร์ออกมานอกเสื้อเชิ้ตรัดรูปของหญิงสาว
คัปบี ไม่เลว...สายตาหื่นกระหายที่กำลังคาดคะเนขนาดหน้าอกของนคนันทินีนั้นเรียกสติสตังของเธอให้กลับร่างมาอีกครั้ง
“กรี๊ด!!” คนโดนลวนลามทางสายตาตกใจหวีดร้องเสียงดังไปแปดบ้านสิบบ้าน รีบดันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นทันที และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มเองก็ดันตัวให้ลุกขึ้นตามกันมา แต่คราวนี้โชคร้ายเป็นของหญิงสาวเพราะทั้งคู่เสียหลักหงายลงไปนอนวัดพื้นเข้าอีหรอบเดิมอีกครั้ง
ส่วนคนโชคดีคือแม็ทธิวที่นอกจากจะได้นอนทับร่างนุ่มนิ่มอย่างที่จินตนาการเอาไว้ เพราะอกแกร่งเบียดแนบอกนุ่มหยุ่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่านได้ แล้วริมฝีปากแดงๆ ก็ดันประทับลงบนกลีบปากอิ่มอย่างแม่นยำราวกับจับวาง เพราะมันคือความตั้งใจของหนุ่มเจ้าเล่ห์จริงๆ ที่อยากลองลิ้มรส อยากลองสัมผัสเรียวปากอวบอิ่มนั้นตั้งแต่ได้เห็นหน้าสาวสวยในคราแรก...
และในขณะที่นคนันทินีกำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนุ่มลูกครึ่งกลับใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีในการใช้มือหนาสำรวจทรวดทรงองค์เอวของคนใต้ร่างอย่างถือสิทธิ์ที่เขาคิดว่ายังไงเขาก็มีสิทธิ์ เพราะมันคือการสำรวจร่างกายอนาคตแม่ของลูก...
“อืม เต็มไม้เต็มมือดีจัง” เสียงทุ้มครางพร่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความเต่งตึงของนวลเนื้อแท้ของแม่ของลูก
อย่างนี้สิ แม่พันธุ์ที่ดี...
“กรี๊ด ไอ้ฝรั่งมือไว ตายเสียเถอะ อย่าอยู่ให้มันหนักโลกเลย งานนี้ฉันยอมไปนอนกินข้าวแดงในตะราง”
คนโดนลวนลามทางกายโวยวายคล้ายคนเสียสติ เพราะตกใจแทบสิ้นสติที่อยู่ๆ ก็โดนฝรั่งโรคจิตแถมยังชีกอปล้นเอาจูบแรกในชีวิตสาวไป แล้วไหนจะความสูญเสียทางภายนอกจากการจับ จูบ ลูบ คลำของมือปลาหมึกนั้นอีก
มือบางทั้งทุบทั้งข่วนทั้งตีคนฉวยโอกาสเป็นพัลวัน และยกขึ้นเช็ดถูปากอิ่มของตัวเองด้วยจนแดงเห่อไปหมด ในใจคิดคำนวณเสร็จสรรพว่าโทษฐานของการฆ่าคนตายโดยตั้งใจจะโดนติดคุกกี่ปี แต่จะกี่ปีก็แล้วแต่ สาวตาคมก็ไม่สนทั้งนั้น...ศักดิ์ศรีครั้งนี้ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้
“ขอเอาเลือดหัวออกเพิ่มด้วยละกัน นี่แน่ะ”
มือน้อยยังประทุษร้ายไม่หยุดหย่อน เธอเกลียดผู้ชายปากว่ามือถึงที่สุด
ชาตินี้เคยสาบานเอาไว้แล้วว่าขออย่าให้ได้พบได้เจอ ดันมาต้องเสียจูบแรกให้อีก คิดแล้วยิ่งโกรธคนตรงหน้าเข้าไปใหญ่ หน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งในขณะนี้มีทั้งรอยฝ่ามือ รอยเล็บข่วน และรอยอีกสารพัด...
