บทที่ 6 The Worst Pickup Line: จีบสาวตาคม...ผมจึงต้องลิเก - 5

The Worst Pickup Line: จีบสาวตาคม...ผมจึงต้องลิเก - 5

“ไอ้โจรลามก ใครจะไปแต่งงานกับนาย อย่าคิดไปถึงขั้นตบแต่ง ตบอย่างเดียวคงได้ แต่อย่าหวังไปถึงเรื่องแต่ง”

นคนันทินีตอกกลับเสียงหลง เพราะไม่เคยคิดจะชายตาแลฝรั่งมังค่าอยู่แล้ว จึงลงมือประทุษร้ายหนักเข้าไปอีก อารมณ์ขุ่นเคืองกำลังพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง

“อ้าว!! พอแล้วครับ พอแล้ว ผมขอบอกคุณไว้ตรงนี้เลยว่าผมไม่ใช่โจร แล้วเงินที่คุณเห็นก็เป็นเงินของผม” มือหนาจึงต้องจัดการรวบมือบางเอาไว้อีกครั้ง พร้อมอธิบายถึงสถานะที่แท้จริงของเขาให้เคลียร์กันไปเลย

แม็ทธิวเป็นเจ้าของธุรกิจเรือสำราญและแท่นขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงความรวยแล้ว...เขาก็มหาเศรษฐีดีๆ นี่เอง

“...และถ้าผมจะเป็นโจรจริง ก็คงเป็นโจรปล้นใจ...ของคุณไงครับ” หนุ่มลูกครึ่งปิดท้ายด้วยคำพูดที่กลั่นออกจากใจชายหนุ่มแต่มันแสนลิเกในความคิดของคนฟังอีกครั้ง

“แหวะ” หญิงสาวทนไม่ไหวต้องเบ้ปากแกล้งทำอาเจียนแสลงคำพูดลิเกนั้น

“ท้องแล้วหรือครับ ท้องได้ยังไงคุณยังไม่ได้สัมผัสกับอนาคอนดาของผมเลย” สีหน้าและแววตาของหนุ่มลูกครึ่งแสดงความเจ้าชู้เพลย์บอยออกมาทันที

“อีตาโรคจิต ไอ้โจรลามก ไอ้ฝรั่งขี้นก” เสียงหวานตะคอกก่นด่าไม่ยั้ง ใบหน้าหวานอดซับสีเลือดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อต้องนึกถึงอาวุธประจำกายของนายยักษ์ปักหลั่นคนนี้ มันจะใหญ่แบบอนาคอนดาจริงๆ หรือ

บรื๋อ แค่คิดก็สยองพองขน ใบหน้าหวานสะบัดไปมา พยายามสลัดภาพงูเงี้ยวเขี้ยวขอออกไปจากจิตสำนึก

“นอกจากโจรปล้นใจคุณแล้ว ผมขอเป็นโจรหื่นกามอีกอย่างหนึ่งเท่านั้นครับ ไม่เอาโจรอย่างอื่น” หนุ่มลูกครึ่งโต้เถียงหญิงสาวเสียงเรียบแต่แววตาช่างยียวนกวนบาทาคนฟังอย่างมากมาย

“กรี๊ด ทุเรศที่สุด ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอผู้ชายทุเรศอย่างนายเลย ฉันไปล่ะ ชาตินี้หรือชาติไหนอย่าให้ได้มาพบกันอีกเลย” สาวตาคมหวีดร้องเสียงดังอีกครั้ง ก่อนสะบัดหน้าพรืดหันหลังเดินหนีคนโรคจิตไปอย่างเร็ว

“เดี๋ยวสิครับคุณ คุณยังไม่ได้บอกชื่อผมเลย” ท่อนขายาวของแม็ทธิวเร่งก้าวขึ้นมาขวางทางเอาไว้

“Whatever my name is, it’s none of your business! And get out of my way. I’m going back to work.” (ฉันจะชื่ออะไรก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ หลีกไป! ฉันจะกลับไปทำงาน!) นคนันทินีใช้คำตอบเดิมจากที่ชายหนุ่มถามเธอครั้งแรก ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปรู้จักมักจี่กับผู้ชายประเภทมือไวปากไวอย่างนายฝรั่งคนนี้

“นะครับ บอกชื่อผมมาเถอะครับ ถ้าไม่รู้ชื่อของคุณ ผมคงนอนตายตาไม่หลับ” แต่ผมไม่ยอมตายจนกว่าจะได้คุณมาครอง แม็ทธิวไม่ยอมแพ้ตามถามต่อกระชั้นชิด

“ก่อนตายกินกาแฟเอสเพรสโซ่ไปหลายแก้วหรือไงถึงตาค้างน่ะ” ดวงหน้าหวานคมเชิดขึ้นอย่างเยาะเย้ย

“ฮ่าๆ คุณนี้นอกจากจะสวยหยาดฟ้ามาดินแล้วยังฝีปากจัดจ้านจริงๆ แถมยัง...หอมหวานมากๆ เสียด้วย” แววตาหนุ่มลูกครึ่งวาววับกรุ้มกริ่มทันทีที่พูดถึงเรื่องพรรค์อย่างว่า

“อีตาชีกอ จะชมหรือจะด่าฉันกันแน่” เลขาสาวแว้ดเสียงดังอีกครั้ง ปรอทเธอกำลังจะพุ่งสู่ขีดสุดอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้คือผู้ชายประเภทที่เธอต้องหลีกหนีไปให้ไกลที่สุด

“ชมครับชม ชมมาจากใจจริงเลยครับ...ใจที่มันยกให้คุณไปแล้วทั้งดวง” มุกลิเกๆ เล็ดลอดผ่านเรียวปากแดงๆ นั้นออกมาอีกครั้ง

“เฮ้อ!! นายพระเอกลิเก วงดนตรี ระบบแสงสีแสงไฟ หรือพวกแม่ยกก็ยกขบวนกลับกันไปหมดแล้ว นายยังไม่เลิกเล่นลิเกอีกหรือ” นคนันทินีถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยล้ากับพระเอกลิเกคนนี้เหลือเกิน

“นะครับ บอกชื่อผมมาเถอะ” เสียงทุ้มอ้อนวอนอีกครั้ง น้ำเสียงจริงจัง ไม่คิดจะโต้แย้งคำพูดถากถางของหญิงสาว

“ไม่เอา ฉันกลัวนายเอาไปทำคุณไสยใส่ฉัน...ไปล่ะ” ร่างเพรียววิ่งปรู๊ดหนีชายหนุ่มเข้าไปในโรงแรมทันที โดยไม่คิดเหลียวหลังมาดูคนที่ยืนยิ้มอารมณ์ดีอยู่กับที่สักนิดเดียว

แม็ทธิวส่ายหัวไปมาอย่างทั้งรักและเอ็นดูคนตัวเล็กที่วิ่งฉิวไปอย่างเร็ว ไม่คิดจะตามเธอไปเพราะในเมื่อหญิงสาวทำงานอยู่ที่โรงแรมนี้ คิดว่ายังไงเสียก็คงได้เจอกันอีก และเขาจะทำทุกวิถีทางให้พบกับนางในดวงใจอีกครั้ง

แล้วอีกอย่างเขาไม่อยากให้หญิงสาวตื่นตกใจกับแนวรุกของเขามากเกินไป เนื่องจากที่ทำไปวันนี้ก็มากจนน่ากลัวและเขาเองก็ยังมีเวลาอีกถมเถที่จะทำความรู้จักกับหญิงสาวก๋ากั่นเจ้าของนัยน์ตาหวานคมคนนี้ นอกจากนี้เขายังมีน้องสาวคนเก่งที่สามารถส่งเข้าไปสืบเรื่องราวของสาวปริศนาให้กับเขาได้อย่างแน่นอน...

หนุ่มลูกครึ่งคิดอย่างอารมณ์ดี คลี่ยิ้มกว้างเต็มใบหน้าหล่อเหลาก่อนเดินตรงไปบริเวณล็อบบี้เพื่อเช็กอินเข้าห้องพัก ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางและจากความตื่นเต้นจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้เขาหลับเป็นตายทันทีที่หัวถึงหมอนนุ่มบนห้องสวีตที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรม

ทางฝ่ายนคนันทินีเมื่อกลับไปถึงห้องทำงาน ก็อดคิดไปถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้อีกครั้ง รวมทั้งเรื่องที่เขาบอกเธอก่อนหน้าที่เธอจะจากเขามาอีก

...เขาอยากรู้จักเธอจริงๆ หรือ...

...เขาหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบจริงๆ หรือ...

...เธอสวยเหมือนนางฟ้าเดินดินจริงๆ หรือ...

...แล้วคนเรามันจะตกหลุมรักใครสักคนหนึ่งได้ง่ายๆ กันอย่างงั้นเชียวหรือ...

แต่จนแล้วจนรอด คำตอบเดียวที่นคนันทินีมีให้กับตัวเองได้ก็คือ คงเป็นเพราะความกะล่อนมากรัก ที่อยากจะฟันผู้หญิงไปวันๆ ต่างหาก ทำให้เขาแสดงท่าทีให้ความสนใจในตัวเธอมากมากมายขนาดนั้น

“เชอะ อย่าหวังว่าจะได้เห็นขาอ่อนสีน้ำผึ้งของฉันเสียให้ยากเลยนายไม้สอยมะพร้าว”

ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างถือดี เค้นเสียงหวานออกมาดูถูกคนที่กำลังหลับอย่างอ่อนเพลียแต่ฝันดีแบบสุดๆ อยู่บนชั้นบนสุดของตึกเดียวกัน

โดยนคนันทินีเองก็คาดไม่ถึงว่า ในที่สุดแล้ว นอกจากชายหนุ่มจะทั้งได้เห็นขาอ่อนคู่งามของหญิงสาวแล้ว เขายังได้จับจูบลูบคลำผิวกายสีน้ำผึ้งของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลยอีกต่างหาก...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป