บทที่ 7 The Sisters and The Future Alter-Ego: สองศรีพี่น้องกับหนึ่งหนุ่มแปลกหน้า

ในตอนเย็นวันเดียวกัน นคนันทินีเดินทางกลับไปถึงบ้านสวนที่จังหวัดราชบุรีด้วยอารมณ์ขุ่นมัวที่โดนฝรั่งลามกแต๊ะอั๋งไม่พอ ยังมาเสียจูบแรกที่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ดาราเกาหลีสุดที่รักอีกด้วย ร่างบางเดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นบันไดบ้านไม้จนนารีผู้เป็นมารดารู้สึกได้ว่าเรือนไม้สั่นสะเทือนไปทั้งหลัง

“เบาๆ สิยัยน้อยหน่า เดินกระทืบแรงๆ เดี๋ยวเรือนก็ได้พังไปจริงๆ หรอก บ้านเรามันเป็นบ้านไม้นะ แล้วนั่นไปโกรธใครมาล่ะ ทำหน้าทำตาอย่างกับจะฆ่าคนได้” นารีถามเมื่อเห็นลูกสาวคนโตเดินหอบพายุอารมณ์ขึ้นเรือนมาด้วย

“ก็ฉันรู้สึกอยากจะฆ่าคนจริงๆ นะแม่ โดยเฉพาะไอ้ฝรั่งชีกอนั่น” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวกระทืบเท้าเร่าๆ แล้วจินตนาการว่ากำลังกระทืบคนโรคจิตไม่พอ ยังกระทืบตรงไปยังจุดยุทธศาสตร์อยู่ด้วย

“เดี๋ยวแม่ฟาดสักเผียะหรอก ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พอๆ ยัยน้อยหน่า ไม่งั้นเรือนก็ได้พังพอดีหรอก” มารดาร้องห้ามเสียงดัง เพราะเรือนไม้ที่อาศัยอยู่อายุอานามมันก็หลายทศวรรษอยู่

“เฮอะ อย่าให้เจอหน้าอีกนะ แม่จะสอนให้ลามกไม่ออกเลย ไอ้คนทุเรศ” นคนันทินีปรามาสลอดไรฟัน ก่อนหันไปถามถึงน้องสาว นลินทินีที่อายุห่างกันสามปีพอดิบพอดี

“แม่จ๋า แล้วนลินไปไหนล่ะ ปิดเทอมแล้วไม่ใช่หรือ”

“ออกไปสถานทูตอเมริกาตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เมื่อกี้น้องก็โทรมาบอกว่ากำลังจะกลับมาน่ะ...โน่นแน่ะ มาโน่นแล้ว” นารีบอก แต่เมื่อได้ยินเสียงหมาเห่าอยู่นอกชานบ้านจึงรู้ว่าลูกสาวคนเล็กกลับมาแล้ว ก่อนเดินกลับเข้าไปทำกับข้าวในครัวต่อ

“เป็นไงบ้าง เรียบร้อยดีหรือเปล่านลิน” พี่สาวถามน้องสาวที่หน้าตาสวยคมเข้มแบบในพิมพ์เดียวกัน

นลินทินีกำลังศึกษาอยู่ในปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยของรัฐชื่อดัง และในช่วงปิดเทอมจึงสอบโครงการ Work and travel ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เดินทางไปทำงานหาประสบการณ์และท่องเที่ยวไปด้วยในตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมเป็นเวลาสี่เดือน

“เรียบร้อยแล้วจ้ะพี่น้อยหน่า ประมาณกลางสัปดาห์หน้าทางสถานทูตคงจะส่งพาสปอร์ตพร้อมกับวีซ่าคืนมาให้น่ะจ้ะ” นลินทินีตอบ เมื่อเช้าที่ผ่านมา หญิงสาวออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เพื่อไปดำเนินเรื่องขอวีซ่าเดินทางเข้าประเทศที่สถานทูตอเมริกา ซึ่งเสียเวลาไปกว่าครึ่งค่อนวันกว่าจะเสร็จเรื่องเสร็จราว

“สรุปว่าได้ตั๋วหรือยัง แล้วเดินทางวันไหน” พี่สาวถาม

“ได้แล้วค่ะ ก็คงเดินทางตามกำหนดเดิมน่ะ วันจันทร์หน้าเลยค่ะ...ขอบคุณพี่มากนะ ที่ออกตังค์ให้นลินคราวนี้ ไว้นลินจะเก็บตังค์ให้ได้เยอะๆ แล้วเอามาคืนทุกบาททุกสตางค์เลย”

น้องสาวผู้รู้ซึ้งในพระคุณให้คำมั่น การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ ก็ได้พี่สาวคนเก่งและแสนขยันทำงานออกเงินค่าใช้จ่ายให้ ซึ่งมันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย

นคนันทินีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ถึงแม้นารีจะขายผักขายผลไม้อยู่ด้วย แต่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพที่สูงขึ้น รวมทั้งค่าเทอมของนลินทินีก็ได้บุตรสาวคนโตที่คอยส่งเสียน้องสาวอยู่

“ไม่เป็นไรจ้ะนลิน พี่ก็มีน้องอยู่คนเดียว แค่นี้ไม่มีปัญหาหรอก”

“อีกหน่อยนลินเรียนจบ พี่ก็ไม่ต้องทำงานหนักอย่างนี้แล้ว” ผู้เป็นน้องวาดหวังว่าจะได้ช่วยแบ่งภาระ เพราะทุกวันนี้พี่สาวก็ทำงานหนักเพื่อรับผิดชอบอีกสองชีวิต

ครอบครัวของทั้งสองสาวถือว่าพอมีกินมีใช้ พ่อและแม่ของพวกเธอหย่าขาดจากกันตั้งแต่ทั้งสองยังเล็ก สาเหตุก็เพราะฝ่ายชายนั้นเจ้าชู้ คอยแต่จะออกไปหาเศษหาเลยกับสาวๆ จนอยู่มาวันหนึ่ง ก็มีคู่ขาของบิดาเธอเดินเข้ามาทวงสิทธิ์ให้กับลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมา และวันนั้นจึงเป็นวันที่นารีตัดสินใจหย่าขาดกับสามีโดยเด็ดขาด

นคนันทินีที่ตอนนั้นโตพอรู้เรื่องรู้ราวแล้ว จำเหตุการณ์อันน่าสลดใจได้ดี ถึงแม้เด็กน้อยจะเห็นฝ่ายบิดากินเหล้าเมามายและทุบตีผู้เป็นแม่อยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนรุนแรงเท่าครั้งนั้น...ภาพมารดานอนจมกองเลือดเพราะถูกโชคชัยผู้เป็นบิดาของเธอซ้อมแทบปางตายในวันที่ขอหย่าจากกัน ยังติดตาเธอมาจนถึงทุกวันนี้ และนี่ก็เป็นสาเหตุให้หญิงสาวมีอคติต่อผู้ชายแทบทุกคน โดยเฉพาะพวกเจ้าชู้เพลย์บอย...

นคนันทินีเรียนจบด้านเลขาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเมืองไทย อนาคินรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาท่านประธานของอัครศกุลไพศาลกรุ๊ปทันที หลังจากได้สัมภาษณ์หญิงสาวตั้งแต่สมัยจบมาใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นการให้โอกาสกับนิสิตจบใหม่อย่างเธอเป็นอย่างมาก

และหญิงสาวก็ไม่เคยทำให้เจ้านายต้องผิดหวัง เธอเป็นคนมีระเบียบวินัยในตัวเองสูง มีความสามารถรอบตัว ขยันขันแข็ง และที่สำคัญ ไม่เคยคิดที่จะจ้องจับชายหนุ่มอย่างที่เลขาคนก่อนๆ ตั้งใจทำกันเป็นพิเศษนั่นเอง

สำหรับนคนันทินีแล้ว ทุกอย่างระหว่างเธอกับเจ้านายสุดหล่อคือความเป็นมืออาชีพ เขาคือเจ้านาย เธอคือลูกจ้างเท่านั้น ต่อให้อนาคินหล่อรวยล้นฟ้ากว่านี้สักร้อยเท่าพันเท่า เธอก็ไม่อาจชายสายตาคมคายของเธอไปมองเจ้านายหนุ่มได้ เพราะหัวใจของเธอนั้นได้มอบให้กับชายในฝันไปแล้ว...ทุกวันนี้เธอเพียงแค่หวังว่าเมื่อไรเธอจะได้เจอตัวจริงของชายในฝันของเธอสักที

และถึงแม้จะเกิดมามีหน้าตาสวยหยาดหยด และมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาตามจีบมากหน้าหลายตา แต่เธอก็ไม่เคยเปิดใจรับใคร ด้วยทั้งความเข็ดขยาดจากประสบการณ์ใกล้ตัวซึ่งทำให้เธอเข็ดหลาบมาตั้งแต่ยังเด็ก...

วันจันทร์ต่อมา เวลา ตี 5 ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

หลังจากเช็กอินกับสายการบินเสร็จเรียบร้อยแล้ว นลินทินีที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาในวันนี้พร้อมกับเพื่อนๆ ในกลุ่มอีก 4 คน ยืนกอดคอลาพี่สาวคนสวยที่ตื่นแต่เช้ามาส่งเธอขึ้นเครื่อง

“ไปถึงที่โน่นแล้วห้ามซนนะ โตเป็นสาวแล้ว เรียนก็ใกล้จบแล้ว ต้องรู้จักทำตัวเป็นผู้ใหญ่นะ” คนเป็นพี่ที่ยืนหาวตลอดเวลาสอนน้องสาวแสนซน ที่ยังทโมนไม่ต่างจากเด็กเล็กๆ สักนิด

“แหม พี่น้อยหน่า หนูน่ะโตเป็นสาวแล้วนะ จะมีแฟนอยู่วันคืนวันพรุ่ง” นลินทินีครางในลำคอ พูดไปก็เขิน กลัวเพื่อนชายที่ตัวเองแอบชอบได้ยิน สายตาหวานคมไม่ต่างจากของผู้เป็นพี่เหลือบไปมองเพื่อนชายที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันและร่วมทริปไปพร้อมกัน

ใช่ เธอแอบชอบเพื่อนสนิทอยู่ และการเดินทางไปประเทศอเมริกาครั้งนี้ นลินทินีก็มีภารกิจพิชิตใจเพื่อนชายอยู่ในสิ่งที่ต้องทำเมื่อไปถึงที่โน่นด้วย

“เฮ้ย ยัยนลิน อย่าบอกนะว่าเราน่ะแอบชอบนายภูอยู่”

นคนันทินีเดาได้ไม่ยาก เพราะในจำนวนนักศึกษาที่เดินทางไปด้วยกันนั้น มีผู้ชายอยู่เพียงสองคน คนแรกคือนายภูเบศ ซึ่งดูเป็นผู้ชายแท้ หน้าคมเข้ม และรูปร่างสูงโปร่ง ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นคือยัยลิลลี่ซึ่งนอกจากจะเอามาทำแฟนไม่ได้แล้ว ยังจะมาเป็นคู่แข่งน้องสาวเธออีกด้วย เพราะดูแล้วตุ้งติ้งยิ่งกว่าหญิงแท้อย่างเธอเสียอีก

“พี่น่ะ อย่ากระโตกกระตากไปเซ่ เดี๋ยวนายนั่นก็รู้ตัวพอดี” คนแอบชอบเพื่อนเตือนพี่สาวที่พูดเสียงดังออกมา

“แอบชอบน่ะพี่ไม่ว่า จะเป็นแฟนกันพี่ก็ไม่ว่า แต่อย่าไปทำอะไรให้มันเสียหายที่โน่นล่ะ พี่ไม่ชอบ และพี่ก็หวังว่าน้องสาวของพี่คงโตพอที่จะตัดสินใจได้เองว่าอะไรควรไม่ควร” คนหวงน้องสาวสอนเสียงเข้ม

นคนันทินีไม่ต้องการให้น้องสาวมีความรักก่อนวัยอันควร จะว่าก่อนวัยอันควรก็ไม่เชิง เพราะน้องสาวก็เรียนใกล้จะจบเต็มทน แต่เธอไม่อยากให้น้องสาวออกนอกลู่นอกทางก็แค่นั้น ยิ่งไปอยู่ไกลหูไกลตายิ่งน่าเป็นห่วง

“โห พี่น้อยหน่า นึกว่าแม่มาเองเสียอีก” คนเป็นน้องล้อ

“พี่ไม่ได้พูดเล่นนะ สัญญากับพี่นะว่าจะไม่ทำตัวเหลวไหล” เสียงพี่สาวจริงจังจนคนเป็นน้องหน้าสลด

“ค่ะ สัญญาค่ะ ว่าจะเป็นเด็กดี” นลินทินีรับคำ แต่ยังคิดหวังเรื่องพิชิตใจเพื่อนชาย

“ดี อย่าทำให้พี่กับแม่เสียใจนะ ตั้งใจทำงานหาประสบการณ์นะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเก็บเงินกลับมาหรอก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไกลบ้านมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอ”

นคนันทินียังสอนน้องสาวต่อ เวลาสี่เดือนที่นลินทินีจะไปอยู่ที่โน่น เธอไม่ต้องการให้น้องหวังว่าจะไปรวยมีเงินเก็บล้นมือกลับมา แค่ให้น้องรู้จักการใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเป็นการเพิ่มประสบการณ์ชีวิต แค่นี้ก็บรรลุความตั้งใจของเธอที่ตัดสินใจส่งน้องไปกับโครงการนี้แล้ว

“แล้วนี่นลินพกของจำเป็นมาครบนะ ยาดม ยาลม ยาหม่อง เอ้อ แล้วยาแก้ปวดประจำเดือนด้วย” ก่อนวกมาคุยเรื่องการเดินทางต่อ นลินทินีมีอาการเมาเรือเมารถอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งอาการปวดท้องในวันเบาๆ ของผู้หญิงด้วย จึงต้องคอยมีของอย่างนี้ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

“ครบแล้วจ้า มีทุกอย่างครบ” เสียงหวานบอก มือบางตรวจในกระเป๋าถือของตัวเอง ก่อนร้องเสียงดังเมื่อนึกได้ถึงของสำคัญ “ตายๆ ลืมซื้อยาแก้เมารถมา ถ้างั้นนลินวิ่งขึ้นไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแป๊บเดียว เดี๋ยวมา” พูดเสร็จก็พาร่างเพรียวของตัวเองวิ่งขึ้นไปยังชั้นบนของตัวอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป