บทที่ 8 The Sisters and The Future Alter-Ego: สองศรีพี่น้องกับหนึ่งหนุ่มแปลกหน้า - 2

ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มตี๋รูปงาม อติวิชญ์ ธรรมภิบาล เดินอารมณ์เสียออกมาจากบริเวณผู้โดยสารขาเข้า จริงๆ เขาสมควรจะมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่เครื่องดันดีเลย์อยู่ที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้มาถึงไทยช้าเอาป่านนี้

อติวิชญ์เป็นนักศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ University of California วิทยาเขต Berkeley วันนี้เขาเดินทางกลับไทยเพื่อมาเยี่ยมครอบครัวและหยุดพักผ่อนจากการทำวิทยานิพนธ์ที่แสนคร่ำเคร่ง จึงอยากใช้เวลามาอยู่เมืองไทยสักพัก

และในระหว่างที่เขากำลังเดินดุ่มๆ พร้อมกับเป้สะพายหลังเพียงใบเดียวเท่านั้น ร่างสูงก็เซเล็กน้อยเพราะมีหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหน้าตั้งไม่มองทางจนชนเข้ากับเขาอย่างจัง

“ขอโทษครับ” อติวิชญ์บอก

“โอ๊ย ขอโทษค่ะ” เสียงหวานร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างเล็กของนลินทินีล้มไปกองกับพื้น ถุงของที่เพิ่งซื้อจากร้านค้าหล่นตกกระจัดกระจายออกมา และสิ่งของสำคัญชิ้นหนึ่งที่เธอไม่ควรซื้อ แต่เธอก็ดันซื้อมา มันก็กระเด็นออกมากองตรงหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอเพิ่งวิ่งชน...

นลินทินีตกใจ หน้าแดงก่ำเมื่อเห็นว่าของต้องห้ามที่ตัวเองแอบซื้อมานั้นหลุดออกมาจากถุงตั้งโชว์หราต่อหน้าเธอและชายแปลกหน้าที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ และที่สำคัญ เขาก็กำลังมองมายังเธอด้วยสายตาดูถูกและเหยียดหยาม...

กล่องถุงยางอนามัยที่หล่นลงมากองอยู่บนพื้นตรงหน้าเขาทำให้อติวิชญ์ต้องกัดฟันกรอดกับพฤติกรรมแบบเด็กใจแตกของหญิงสาวหน้าตาสวยสด คมขำ หน้าตาจิ้มลิ้มหาตัวจับยาก เขาคงไม่คิดดูถูกเจ้าหล่อน...ถ้าตัวหญิงสาวไม่ได้ดูเยาว์วัยแบบนี้ เพราะดูยังไงแล้วเธอคนนี้ก็น่าจะยังเรียนหนังสืออยู่

เดี๋ยวนี้หญิงไทยใจกล้าขนาดซื้อคอมดอมด้วยตัวเองแล้วหรือ ผู้ชายหัวโบราณอย่างอติวิชญ์คิดอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ถึงเขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอกกว่าครึ่งชีวิต แต่ความคิดความอ่านของเขายังเป็นไทยเต็มร้อย โดยเฉพาะเรื่องคู่ครองที่สมควรทำตัวอยู่กรอบของประเพณีที่ยึดติดกันมาแต่นมนาน...

มือเล็กสั่นระริกลนลานคว้ากล่องสี่เหลี่ยมเจ้าปัญหาขึ้นใส่ไว้ในช่องซิปในกระเป๋าถือของตัวเอง พร้อมกับคว้าของใช้ชิ้นอื่นๆ ที่ตกระเนระนาดอยู่กลับใส่ในถุง แล้วเตรียมหันหลังหนีความอับอายตรงนั้นไปทันที หากคำรำเพยที่หลุดออกมาจากเรียวปากได้รูปแสนเย้ยหยันทำให้ร่างเล็กหยุดกึก...

“เด็กใจแตก” เสียงทุ้มเปรยกับตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับได้ยินชัดแจ๋ว และมันก็ทำให้ควันออกมาจากหูเด็กทโมนอย่างนลินทินี

“เรื่องอะไรมาว่าหนูอย่างนี้” สาวมหาวิทยาลัยเชิดหน้าหวานคมแว้ดกลับ แกล้งเน้นให้เขารู้ถึงความสูงวัยด้วยการเรียกแทนตัวเองแสนเด็ก หน็อย มาว่าฉันใจแตก จูบแรกยังไม่เคยเสียไปเลย

“หรือมันไม่จริง ถึงขั้นซื้อถุงยางเอง ไม่เรียกว่าเด็กใจแตก แล้วจะให้เรียกว่าเด็กเรียบร้อยหรือไง” อติวิชญ์วิจารณ์ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะต่อปากต่อคำกับเด็กสาวเท่าไร แต่ท่าทีเย่อหยิ่งแสนหาเรื่องทำให้เขาทนไม่ไหว

“ตาเฒ่าล้านปี ไม่รู้เรื่องอะไรก็หุบปากไว้เลย”

นลินทินีเริ่มปรี๊ดแตก ชี้หน้าต่อว่าคนตัวโต ทั้งโกรธทั้งอาย ยิ่งเห็นสีหน้าและบุคลิกของอีกฝ่ายที่แสนคร่ำเคร่ง แถมยังดูเอาจริงเอาจังไม่ต่างจากคนสูงวัยสักนิด ยิ่งทำให้เธอเข้าใจว่าชายคนนี้คงอายุขึ้นเลขสี่ไปแล้ว

“เด็กไม่มีมารยาท พูดกับผู้ใหญ่อย่างนี้ได้ยังไง”

ว่าที่ดอกเตอร์สั่งสอนลอดไรฟันด้วยความโมโหเด็กแสนพยศ เตรียมหันหลังเดินหนี เพราะไม่มีความจำเป็นต้องต่อปากต่อคำกับเด็กสาวใจแตกที่เขาเพิ่งได้พบครั้งแรก และหวังว่าเป็นครั้งสุดท้ายด้วย...

“ถ้าผู้ใหญ่ทำตัวน่าเคารพ ก็จะก้มลงไปกราบเลย แต่กับลุงปากร้ายเห็นจะไม่จำเป็น...อีกอย่างพกคอนดอมก็ยังดีกว่าติดเอดส์ตายล่ะ”

นลินทินียียวนทิ้งท้าย ก่อนสะบัดใบหน้างามที่แดงก่ำเดินหนีชายแปลกหน้าที่เธอคิดว่าโลกคงไม่กลมขนาดต้องพาเธอโคจรมาพบเขาอีกครั้ง...

หากพวกเขาคิดผิด...เพราะในอีกไม่ช้าสองหนุ่มสาวกลับต้องมาร่วมหัวจมท้ายอยู่ด้วยกัน จนเกิดความผูกพันและกลายเป็นความรักต่างวัยกันในที่สุด...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป