บทที่ 10 บทที่ 8
บทที่ 8
“ความจริงเรื่องที่ผมไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจและผมไม่เหลืออะไรแล้ว ถ้าผมพูดไปใครจะเชื่อโดยเฉพาะนาท เธอก็คงไม่ยอมปล่อยผมไปอย่างแน่นอน คงคิดว่าผมโกหกเพื่อจะผลักไสเธอและมาแต่งงานกับลูกหิน”
ฉัตรฉายมองเห็นความยุ่งยากชัดขึ้นและมันก็ชัดมากเมื่อได้อยู่ใกล้กับนีรนาท เธอเป็นคนดี ดีใจหาย แต่เวลาร้ายก็ร้ายน่าดู เหมือนจะอ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้วร้ายลึกและเก็บทุกรายละเอียด
“ฉายก็เลยเลือกวิธีนี้…ฉายใจดำมากนะที่ทำกับหินแบบนี้ ฉายมั่นใจว่าหินรักฉายและจะไม่มีวันปล่อยให้ฉายกับนาทแต่งงานกัน ฉายวางแผนทุกอย่างมาเป็นอย่างดี”
บิดายกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเองเพราะรู้สึกใจหายเมื่อลูกชายมองหน้าเขานิ่ง
“หินไม่มีวันปล่อยให้ผมลงเอยกับนีรนาท และหินจะทำทุกอย่างที่จะหยุดเรื่องนี้...” ฉัตรฉายย้ำประโยคนี้ออกมาราวกับพูดกับตนเองมากกว่าจะพูดกับบิดา
ถ้าชนัญชิดาบอกว่ารู้จักฉัตรฉายดี ฉัตรฉายก็อยากจะบอกเหมือนกันว่าเขาก็รู้จักเธอดีไม่ต่างกัน
“ฉาย...แต่ฉายลืมไปอย่างหนึ่งนะลูก หินเป็นคนและมีหัวใจ คนเรามันจะเจ็บซ้ำซากได้สักเท่าไหร่กันเชียว พ่อไม่เห็นด้วยและโกรธฉายมาก ถึงเจ้าสัวจะไม่เอาเรื่องฉายแต่พ่อไม่ยอมแน่ ๆ”
ฉัตรฉายเข้าไปหาเจ้าสัวสุรชัยบิดาของชนัญชิดาเมื่อท่านอารมณ์เย็นลงแล้ว เข้าไปกราบขอโทษและสารภาพผิดทุกอย่าง ไม่ใช่พ่อก็เหมือนพ่อ เจ้าสัวให้อภัยแต่ท่านก็ยื่นคำขาดกับเขาเช่นเดียวกัน
‘อาฉายลื้อก็รู้ว่าอั๊วกับพ่อลื้อหวังเรื่องแต่งงานไว้แค่ไหน แต่ผิดไปแล้วก็ผิดไปเถอะ เห็นกับว่าที่ดีมาตลอด อย่าทำแบบนี้กับลูกอั๊วอีกน้า ไม่อย่างนั้นแม้แต่พ่อลื้ออั๊วก็ไม่เอาไว้!’
“ผมจะไปคุยกับลูกหินเอง เธอยังไม่ได้ขยับตัวอะไรคงรอให้ผมไปเคลียร์ หินไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล และรู้ว่างานแต่งยกเลิกไปแล้ว” คนเป็นพ่อถอนหายใจ
“ฉายต้องการผู้หญิงแบบไหน แบบที่ทำงานงก ๆ หาแต่เงินและทำเพื่อคนอื่นอย่างลูกหิน หรือคนที่อ่อนแอ บอบบางเอางานบ้านงานเรือน คะขาจ๊ะจ๋าแต่เอาเงินเป็นที่ตั้งแบบนีรนาทนั่น”
บิดาพูดจบฉัตรฉายก็ยกมือกุมหัว
“พ่อก็รู้ว่าผมเลือกอะไร ผมทราบครับว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันแย่มาก แต่ผมก็อยากจะแก้กระดุมเม็ดที่ติดผิดให้ถูกเสียที และผมสัญญากับพ่อว่าจะทำให้ถูกต้องและเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำผิดกับลูกหิน” เขายืนยันหนักแน่นแบบที่ไม่เคยพูดกับบิดามาก่อน
“พ่อไม่ใช่ลูกหิน ฉายต้องไปบอกน้องเอง”
“ก็นั่นแหละครับ ผมอยากให้พ่อช่วย”
‘ตั้งลิ้มสกุล’ เป็นร้านวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท ผู้ที่กุมบังเหียนกิจการยังคงเป็น ‘เจ้าสัวสุรชัย’ แต่คนที่ทำงานเต็มตัว คือลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ‘ชนัญชิดา ตั้งลิ้มสกุล’
หญิงสาวผิวบางวัยยี่สิบห้าปี ที่เธอชอบสวมชุดหมีมาทำงานมากกว่าจะสวมสูทใส่เดรสหรูราคาแพง
ตั้งแต่ลูกสาวคนโตกลับมาทำงานภรรยาเล็กของเจ้าสัวที่ชื่อนวลปรางค์ก็ไม่เคยกล้ามาปรากฏตัวที่ร้านค้าอีกเลย
ทุกคนในบริษัทสะใจกันทั้งนั้น เพราะไม่มีใครชอบภรรยาเล็กของเจ้าสัวสุรชัย แต่ในเมื่อเจ้านายอย่างชนัญชิดาไม่ถือหางใคร ก็ไม่มีใครกล้านินทาอะไรให้เธอได้ยินหรอก
ความเด็ดขาดและน่ากลัวของชนัญชิดาทุกคนประจักษ์แก่สายตาเป็นอย่างดี
กลับมาจากเรียนต่อปริญญาโทแล้ว วันแรกที่เข้าบริษัทก็เข้ามาขอเช็กดูบัญชีย้อนหลังห้าปีทั้งที่ก่อนไปก็ตรวจสอบไปแล้ว
แผนกบัญชีต้องสแตนด์บายทำงานกันแบบข้ามวันข้ามคืน เพราะออดิตที่เจ้านายจ้างเข้ามาตรวจสอบบริษัทต้องการอะไรก็ต้องได้ในทันที ชนัญชิดาเป็นคนสั่งไว้และไม่ใช่แค่พนักงานเท่านั้นที่อยู่เพราะเจ้าของอย่างเธอก็อยู่เช่นกัน
แผนกบัญชีต้องมีหัวหน้าอยู่แล้ว และยิ่งเป็นหัวหน้านั่นเท่ากับว่าอยู่มานาน เมื่อชนัญชิดาทำแบบนี้ก็เท่ากับสั่นคลอนอำนาจของหัวหน้าบัญชีคนนี้
จนเกิดเป็นความไม่พอใจ แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้บริษัทสั่นคลอนไปอยู่พักหนึ่ง เมื่อชนัญชิดารู้ต้นตอของปัญหาเหล่านี้ก็สั่งให้เลขาหน้าห้องไปเรียกหัวหน้าบัญชีมาพูดคุยกันอย่างเปิดอก
‘คุณหินเรียกพบ’
ชนัญชิดาสอบถามความจริงว่าหัวหน้าบัญชีว่าเป็นคนกุเรื่องว่าชนัญชิดาต่อว่าคนนู้นคนนี้จริงหรือเปล่า คนทำผิดไม่ยอมรับ แต่ชนัญชิดาถือความซื่อสัตย์เป็นหลักถ้าไม่ยอมรับนั่นเท่ากับว่าอยู่ด้วยกันไม่ได้
เมื่อมีทั้งหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่ชัดทั้งภาพและเสียงว่าหัวหน้าบัญชีอาศัยการทำงานมานานก็เป่าหูคนนู้นทีคนนี้ที ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำในบริษัท และดูเหมือนว่าหัวหน้าบัญชีคนนี้สนิทสนมกับนวลปรางค์เสียด้วย
ชนัญชิดาจะไม่ปล่อยให้เหลือบไรมาชอนไชเพราะฉะนั้นเธอต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม!
สุดท้ายหัวหน้าบัญชียอมรับว่าเป็นคนกุเรื่องทั้งหมด เจ้านายอย่างชนัญชิดาสั่งพักงานแบบไม่มีกำหนด โดยไม่สนใจว่าหัวหน้าบัญชีคนนี้ทำงานมาตั้งแต่รุ่นเจ้าสัวสุรชัย
‘ตั้งลิ้มสกุลในยุคที่ฉันบริหารเราจะเอาความจริงใจเข้าแลกกัน ถ้าคุณมีให้ฉันไม่ได้ ที่นี่คงไม่เหมาะสำหรับคุณ คุณมีความคิดอยากจะไปทำงานที่ไหนไหม ฉันจะอำนวยความสะดวกด้วยการเซ็นใบผ่านงานสิบปีของคุณอย่างเร็วที่สุด’
ห้างสรรพสินค้าขนาดย่อมที่ขายทุกอย่างเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง รายใหญ่เจ้าเดียวในสระบุรี เดินที่เดียวมีครบจบทุกสิ่งอย่าง สโลแกนร้านค้าที่ชนัญชิดาเป็นคนคิด หญิงสาวเป็นคนหัวสมัยใหม่และในช่วงสองปีนี้กิจการตั้งลิ้มไปได้สวยแบบที่เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่
ทุกโครงการหมู่บ้านจัดสรรทั้งจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง วัสดุต่าง ๆ อิฐ หิน ปูน ทราย ทีมก่อสร้างเล็กใหญ่ที่เป็นบริษัทลูกของพวกเรา ทั้งหมดควบรวมที่ตั้งลิ้มสกุลและโรจน์วรนิช แค่เพียงสองแห่งเท่านั้น
จึงไม่แปลกที่ตั้งลิ้มสกุลประมูล โรจน์วริชสร้าง เรือล่มในหนองทองมันจะไปไหน
“จะไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือคุณหิน?”
ทั้งที่คำถามนี้ไม่ควรถูกถามในที่ประชุมเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่คณะกรรมการอยากจะรู้เรื่องนี้มากกว่าเรื่องที่เธอประมูลโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่แก่งคอยมาได้เสียอีก
“ไปเอาข่าวมาจากไหนคะ?” นี่เป็นครั้งแรกที่ชนัญชิดาเปิดปากเรื่องแต่งงานของเธอและฉัตรฉาย
โดยปกติไม่ว่าใครจะถามเธอก็จะยิ้มและเลี่ยงหนีซะแต่เห็นทีวันนี้หนีต่อไปคงไม่ได้
“มีข่าวว่าคุณหินเอาโรงโม่คุณฉายไปเสนอท่านพิศาล”
‘พิศาล’ เป็นนักลงทุนที่ชอบกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร
“ถ้าหินให้คนที่เขาอยากจะทำจริง ๆ ไปทำต่อ มันก็น่าจะมีประโยชน์กว่าไม่ใช่หรือคะ?”
ชนัญชิดาตอบคำถามก่อนจะส่งยิ้มให้ คสว. คนสูงวัยในห้องที่นั่งใส่สูทหน้านิ่วคิ้วขมวดมองเธอเหมือนกำลังจับผิด
“แต่คุณหินก็รู้ว่ามีที่ดินเหนือโรงโม่ของคุณฉาย และมีนายทุนต้องการสร้างรีสอร์ตบนนั้น คุณหินคิดจริงเหรอว่าคนที่ซื้อไปต้องการเอาธุรกิจนี้ไปทำต่อไม่ใช่ทำลายและสร้างรีสอร์ตแทน”
ไม่ใช่ชนัญชิดาไม่รู้ เธอพรูลมหายใจออกมา เรื่องนี้เธอยังไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดด้วยซ้ำ ทำไมถึงได้กลายเป็นเรื่องไปได้
คนพวกนี้ควรสนใจงานที่เราเพิ่งจะได้มาไม่ใช่เหรอ! แล้วนี่ไล่ถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง! และเมื่อคนพวกนี้ไม่หยุดถามคำถามซอกแซก ชนัญชิดาเริ่มจะหงุดหงิดแล้วเหมือนกัน
แต่เลขาก็ส่งสัญญาณว่าให้เธอใจเย็น ๆ การที่ชนัญชิดาจะสั่งพักงานทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมันไร้ซึ่งความผิด! และเธอกำลังเอาเหตุผลส่วนตัวมาปะปนกับงาน!
แน่นอนว่าเธอมาไกลถึงขนาดนี้ไม่ได้หรอกด้วยตัวคนเดียว ก็หัวหงอกหัวดำพวกนี้ในห้องประชุมช่วยสนับสนุน!
ประเด็นพักงานหัวหน้าแผนกบัญชีก็คงมีคนเคือง ๆ เธอบ้าง บริษัทใหญ่ขนาดนี้มันต้องมีนอกมีใน มีคนของเธอมีคนของฉันแน่นอนอยู่แล้ว
“คุณฉายพักร้อนและก็ไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ด้วย หินจะคุยกับเขาอีกทีแล้วกันค่ะถ้าเขายังอยากจะทำอยู่”
ชนัญชิดาคิดได้แค่นั้นแหละ เธอไม่อยากให้คนมองว่าตัวเธอไม่เป็นมืออาชีพ!
หญิงสาวอุตส่าห์ไปสู้ประมูลโครงการจัดสรรหมู่บ้านมาเลือดตาแทบกระเด็น แต่ดูตาหัวหงอกพวกนี้สิสนใจเรื่องงานที่ไหน! ดันมาสนใจเรื่องส่วนตัว ให้ตายเถอะ!
“ปกติคุณฉายเขาไม่ค่อยลานะครับ” ใครมันรู้ดีกัน!
ฉัตรฉายมันไม่ใช่คนหรือไง ชนัญชิดาอยากจะตวาดออกไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“จะมีคุณฉายหรือไม่มีก็ใช่ว่าเราจะทำงานกันไม่ได้นี่คะ หรือพวกคุณติดเรื่องความสามารถของดิฉัน?” ดวงตากลมโตฉายแววนิ่งขรึม กลีบปากอวบอิ่มแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตรทั้งที่ภายในใจเดือดดาลจนแทบจะทนไม่ไหว
และยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องประชุมก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม
[ตั้งลิ้มสกุลจะไปไกลไม่ได้ หากขาดโรจน์วนิชเช่นเดียวกัน…พี่อยากจะให้หินคิดถึงส่วนรวมไว้ก่อน มีอะไรเรามาคุยกัน]
ข้อความสุดท้ายที่เธอได้จากฉัตรฉายเมื่อวันก่อนและเขาก็ไม่ได้เพียรพยายามติดต่อเธออีก
“ขอโทษที่สายไปยี่สิบนาทีนะครับ” ดวงตาคมเข้มจ้องมองมาที่เธอ ชนัญชิดากำมือแน่น ก่อนจะยอมนั่งลงที่หัวโต๊ะแต่โดยดี
ชนัญชิดาเพิ่งบอกทุกคนไปว่าเขาพักร้อน! แล้วใครปล่อยให้ฉัตรฉายเข้ามาที่นี่!
การปรากฏตัวของเขาในวันนี้ ฉัตรฉายกำลังจะบอกเธอว่าเขาจะไม่มีวันยอมแพ้!
แล้วใครมันจะอยากแพ้เล่า! ก็สู้ ๆ กันไปเลยสิค้าาาาา
เรื่องนี้พระเอกรู้ตัวไว ไม่ใจหมานะคะ
นางเอกโนสนโนแคร์ แต่ก็หวานกรุบ หนุบหนับ
