บทที่ 8 บทที่ 6

บทที่ 6

ทันทีที่ได้ข่าวจากลูกน้องคนสนิทว่าชนัญชิดาลูกสาวคนโตกำลังขับรถเข้ามาที่นี่ เจ้าสัวสุรชัยแทบจะวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความยินดี แต่ก็ต้องมาหัวเสียเมื่อคนงานมาออกันอยู่หน้าบ้านทั้งจัดหน้าบ้าน ตกแต่งสวนอะไรกันเสียงดัง พวกมันไม่รู้หรือไงว่าลูกสาวเขาจะมา!!

เสียงเอะอะดังขึ้นไล่คนที่เป็นส่วนเกินให้พ้นสายตา พร้อมกับการปรากฏตัวของชนัญชิดาที่บ้านหลังใหม่ของเจ้าสัวสุรชัยที่อยู่ห่างจากคฤหาสน์ ‘ตั้งลิ้มสกุล’ เพียงแค่สองซอย

ชนัญชิดาก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่นนั้น นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอยอมเหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้ ดวงตากลมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ฝาผนังประดับไปด้วยรูปถ่ายครอบครัว ระหว่างอาป๊าเธอ เมียเด็กที่ชื่อนวลปรางค์ และลูกชายวัยแบเบาะ หากนับกันแล้วเธอมีน้องชายต่างแม่ที่ห่างกับเธอถึงยี่สิบปีเชียว

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ชนัญชิดาจะต้องสนใจ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เธอไม่โกรธอาป๊าไปตลอดหรอก ทุกคนล้วนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น 

“รถนั่นของเพื่อนคุณนายค่ะ”

“เอาออกไปก่อน นั่นมันที่จอดรถลูกสาวอั๊ว!”

“แต่คุณนาย...”

“อั๊วบอกให้เอาออกไปให้พ้นทางไง! ไป ๆ ลื้ออยากจะตกงานหรือไง!!”

ชนัญชิดามองหน้าบิดาตัวเองก่อนจะยกมือไหว้ท่าน เธอได้ยินเสียงของอาป๊าบริภาษเด็ก ๆ ในบ้าน ตั้งแต่ยังไม่ก้าวลงจากรถยนต์ด้วยซ้ำ และยังไม่ทันที่เธอจะถอดรองเท้าส้นสูงออก รองเท้าสลิปเปอร์ก็ถูกมาวางไว้ตรงหน้าแทนแล้ว

“หินเหนื่อยไหมลูก เข้ามาก่อนนะ เฮ้ยยย รีบไปเอาน้ำมาให้ลูกสาวอั๊วหน่อย”

มือหยาบกร้านของบิดาจับมือทั้งสองของลูกสาวและยิ้มอย่างยินดี เกือบสิบเดือนที่ชนัญชิดาหนีหน้าไม่ยอมมาพบตัวเขาที่เป็นพ่อแม้สักครั้ง แต่ครั้งนี้ลูกสาวยอมเข้ามาหาที่บ้านคงเพราะความขุ่นเคืองในใจจางหายไปแล้ว

เจ้าสัวสุรชัยดีใจอย่างที่สุด เขารู้สึกผิดกับลูกสาวเหลือเกิน ถ้าไม่ติดว่าเด็กที่อุปการะและพลั้งเผลอไปมีอะไรกันจนตั้งท้องแล้วได้ลูกชายคนเล็กมา สุรชัยก็คงไม่มีวันยอมเชือดเฉือนหัวใจตัวเองทิ้งด้วยการหลอกลวงลูกสาวที่รักยิ่งกว่าชีวิตอย่างชนัญชิดาหรอก

“ไม่เป็นไรค่ะป๊า หินมาไม่นาน” ชนัญชิดาตอบท่านกลับไป ก่อนที่ตัวเธอจะบิดมือออกจากการจับกุมและมองไปยังเบื้องหน้า สุรชัยเชื้อเชิญลูกสาวเข้าบ้าน

“ได้ยังไงเล่าลูก เราทานข้าวด้วยกันก่อนนะลูก ทานข้าวกับป๊าสักมื้อนะ” ท่านกุมมือเธอและยื้อไว้ ชนัญชิดายิ้มเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า

บิดายื้อลูกสาวไว้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหากชนิญชิดาบอกว่าไม่ก็คงไม่ ดวงตาหม่นแสงของท่านไม่อาจทำให้คนเป็นลูกใจอ่อน

“หินไม่ว่างค่ะ มีนัดตอนเย็น” เธอตอบออกไปและเปิดกระเป๋าหยิบบางอย่างส่งให้บิดา ขณะที่เราเดินมานั่งกันที่โซฟารับแขกกลางบ้าน

“งั้นก็ได้ลูก หินมีอะไรจะคุยกับป๊าหรือเปล่าลูก” ท่านมองซองสีชมพูอ่อนที่ลูกสาวส่งมาให้ในมือและเลิกคิ้วขึ้น กลิ่นกุหลาบหอมแบบนี้คงเป็นซองงานมงคล แต่ว่ามันของใครกัน

“...นี่มันอะไรหรือหิน”

“การ์ดงานแต่งงานของพี่ฉายกับน้องสาวนวลปรางค์เมียอาป๊าค่ะ”

“ว่าไงนะ!! งานแต่งใครกับใครนะ!! ใครก็ได้ไปเรียกนวลปรางค์มาเดี๋ยวนี้!! ไปเรียกมา!!”

ชนัญชิดาไม่รู้ว่าหลังจากที่เธอบอกอาป๊าแบบนั้น ในบ้านหลังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีก แต่จะเกิดอะไรขึ้นมันใช่เรื่องของเธอหรือไง 

ชนัญชิดาเคยเตือนนวลปรางค์แล้วว่าอย่าได้มายุ่งวุ่นวายกับเธออีก แต่อีกฝ่ายคงจะความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เพราะฉะนั้นเธอจะรื้อความจำให้!

นวลปรางค์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่น้องสาวกำลังทำ ชนัญชิดาแค่นยิ้มร้าย พี่เป็นยังไงน้องมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ และถ้าวันนี้อีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาถ้ามันไม่เข้าหูเธอคิดว่าฝ่ามือคงได้กระทบใบหน้าเมียอาป๊าบ้างแล้ว

ที่จริงเรื่องของอาป๊าและนวลปรางค์ ชนัญชิดาไม่ได้ไม่มีเหตุผลขนาดนั้น แต่ในเมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในบ้านที่เป็นบ้านของแม่เธอ ผู้หญิงสารเลวคนนี้กล้ามายุ่มย่ามข้าวของของมารดาเธอ ชนัญชิดาจำได้ว่าตบหน้านวลปรางค์จนเลือดกบปาก

ส่วนอาป๊าก็มัวแต่หลงลูกชายคนเล็กไม่รู้เรื่องนี้ สุดท้ายเธอจัดการเองและก็เอาคืนนวลปรางค์ไปอย่างสาสม ไม่เช่นนั้นอาป๊าคงไม่ต้องสร้างบ้านหลังใหม่ถัดออกไปสองซอยแบบนี้หรอก

บ้านของแม่เธอ ผู้หญิงสารเลวแบบนั้นมีสิทธิ์มาอยู่หรือไง แม้อาป๊าจะขอโทษจนแทบจะก้มกราบกัน เธอก็ไม่อนุญาตให้คนนอกมาอยู่ในบ้านแม่เธอรวมทั้งอาป๊าด้วย!

ชนัญชิดาจำได้ว่าหัวใจเธอสลายแค่ไหนที่รู้ว่าเสื้อผ้าของแม่ที่แขวนเอาไว้เป็นอย่างดีมาหลายปี ถูกผู้หญิงแพศยาเอาไปเก็บลงกล่องเตรียมจะทิ้ง! แล้วมันบอกว่าไม่รู้!! มันหรือจะไม่รู้!!

หลังจากนั้นเธอก็ตึงกับนีรนาทไปเลย ชนัญชิดาคิดว่านีรนาทรู้สึกผิดแทนพี่สาวแต่ที่ไหนได้ มันจ้องแทงข้างหลังเธออยู่!

แต่เด็กชายตัวน้อยที่เป็นน้องต่างมารดาต้องการแม่แล้วชนัญชิดาจะทำอะไรได้อีก เธอต้องปล่อยวางใจลงและไล่ทั้งอาป๊าและผู้หญิงคนนั้นออกไปให้ไกลสายตา

“เรื่องนี้ปรางค์ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะคะ ปรางค์ก็เพิ่งมารู้ตอนที่เจ้าสัวบอกปรางค์”

กลับมาปัจจุบัน เมียเด็กของอาป๊านั่งคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าอาป๊าเธอและร้องไห้น้ำตาไหลลงมาเป็นทางเมื่อเจ้าสัวสุรชัยฟาดการ์ดแต่งงานลงกับพื้นตรงหน้านวลปรางค์

ชนัญชิดาเห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกสาแก่ใจ เธอต้องการให้นวลปรางค์รู้ซึ้งที่กล้ามาทำอะไรแบบนี้กับเธออีก

จากตอนแรกที่คิดว่าจะไม่อยู่เพราะจบเรื่องของเธอแล้ว แต่ในเมื่อมีละครสนุก ๆ ให้ดู ชนัญชิดาก็จะเป็นผู้ชมที่ดี

“คุณหิน ฮึกกก ปรางค์ไม่ทราบจริง ๆ ว่านาททำแบบนั้น”

ดวงตาของนวลปรางค์ไม่ได้รู้สึกอย่างที่ปากพูด มันกำลังเย้ยหยันเธออยู่

ชนัญชิดามองหน้าเมียเด็กของอาป๊า ก่อนจะมองเลยออกไปนอกประตูบ้าน สายตาไม่ได้เหม่อลอยแต่ในสมองแค่อยากรู้สึกผ่อนคลายบ้างก็เท่านั้น

“ฉัตรฉายจะไม่มีวันได้แต่งงานกับน้องสาวเธอ! ไปจัดการซะนวลปรางค์ถ้าเธอยังอยากจะอยู่ที่นี่!” เจ้าสัวสุรชัยตวาดออกไปเสียงดังลั่นบ้าน เสียงลูกชายคนเล็กงอแงดังมาจากมุมด้านหลังบ้านก็ไม่อาจทำให้สุรชัยคลายความโกรธในตัวเมียคนนี้ได้

“ทำไมเจ้าสัวพูดกับปรางค์ที่เป็นอาม๊าตี๋เล็กแบบนั้นคะ!! แล้วเรื่องนี้มันตบมือข้างเดียวดังหรือไง!!”

“หุบปาก! อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอนะนวลปรางค์ อย่ามาแตะต้องลูกสาวฉัน!!”

ชนัญชิดายกขาขึ้นไขว่ห้างจ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของนวลปรางค์ จะว่าไปพี่น้องคู่นี้ก็เหมือนกันเหลือเกิน หน้าด้านเหมือนกัน...

“ช่างเถอะค่ะอาป๊า เพราะหินตัดสินใจจะยุติทุกอย่างและขายกิจการของพี่ฉาย ที่มาวันนี้หินแค่มาบอกให้อาป๊ารับทราบ เผื่อว่าจะมีคนที่บริษัทถามอะไรมาจะได้ตอบให้ตรงกันว่าอาป๊าหรือพี่ฉายก็ไม่มีสิทธิ์ในธุรกิจตั้งลิ้มสกุลและโรจน์วรนิช มีอะไรก็โยนมาให้หินคุยเอง และไม่ว่าหินจะทำอะไรหลังจากนี้มันไม่เกี่ยวกับใครแล้ว” 

คำว่าไม่เกี่ยวกับใครแล้ว มันหมายถึงว่า....หัวใจของนวลปรางค์เต้นระรัว ความหวังพังครืนลงมาไม่เป็นท่าเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่ออกมาจากปากเจ้าสัวสุรชัยที่เป็นสามีของเธอ!

“เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น แต่ถ้าฉายเป็นคนไม่ดี...ป๊าก็ตามใจหินอยู่แล้ว ทุกอย่างของป๊ามันเป็นของหินทุกอย่าง มันเป็นของหินคนเดียวเท่านั้น! ไม่มีวันกระเด็นไปเป็นของใคร!!”

ชนัญชิดายิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณบิดา ส่วนสายตาเธอไม่ได้มองหน้าอาป๊า แต่กลับมองไปที่นวลปรางค์ที่มองมาทางเธอด้วยสายตาตกตะลึง

“มะ หมายความว่ายังไงคะ” เมียเด็กของอาป๊าถามชนัญชิดาเสียงสั่น สองมือร่วงหล่นลงข้างลำตัว

“ทำตัวดี ๆ นวลปรางค์ เธอยังต้องพึ่งพาฉันอีกมาก…ลูกเธอกำลังจะโตต้องใช้เงินนะ”

ชนัญชิดาอ่านเกมของนวลปรางค์และน้องสาวออกทั้งหมด เพราะเธอเป็นผู้หญิงจึงมองผู้หญิงด้วยกันออก

แต่พวกผู้ชายมันน่าแปลกที่เก่งทุกอย่าง แต่มาแพ้กับมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงพวกนี้

“ของของแม่ฉัน เธอจะเอาไปได้ไงถูกไหม คิดจะทำอะไรทำไมไม่สืบให้ดี ๆ ก่อนว่าอาป๊าเหลืออะไรที่เป็นของเขาบ้าง”

ชนัญชิดาหัวเราะพร้อมกับจ้องมองนวลปรางค์อย่างคนชนะ!

“ไปกราบขอโทษลูกอั๊วซะ! ถ้าลื้อไม่อยากจะเดือดร้อนจนถึงขั้นไม่มีที่ซุกหัวนอน!! ฉันไม่ได้มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติอะไรตั้งแต่แต่งงานกับเธอแล้วรู้เอาไว้ด้วยนวลปรางค์!!” 


อ้าวววววว แย่แล้วนังปรางงงงงงง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป