บทที่ 1 ครั้งแรกที่พบ
Chapter1
ครั้งแรกที่พบ
"เชี้ยเอ้ย!! สาบานเลยว่ากูจะไม่เล่นเกมจนดึก"
เช้าวันแรกของการเปิดภาคเรียน ณภัสหรือนาย เด็กหนุ่มนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ เฟรชซี่หน้าตาหล่อ ใสๆ วิ่งหน้าตื่น เข้าสถาบัน วันนี้เขาตื่นสายเพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ก็เลยนั่งเล่นเกมจนเกือบสว่าง อีกทั้งเป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกมาใช้ชีวิตเด็กหอ เขาฝันไว้ว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องสดใสและดีอย่างแน่นอน
เอี้ยดดดดดด!!!!
เสียงเบรกของรถดังสนั่น เสียงเเตรดังลั่นบ่งบอกอารมณ์ของคนขับ นักศึกษาที่ยืนบริเวณนั่นต่างมองมาด้วยความสนใจ
ชายหนุ่มหงายหลังล้มลงกับพื้นถนนทันทีด้วยความตกใจ ศอกไถลกระแทกฟุตบาท เสียงเบรกรถและเสียงกรี๊ดร้องของผู้คนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ทุกคนที่ผ่านไปมาหยุดมองด้วยความสนใจ
“โอ้ยแม่ง ซวยซิบ!!”
แม่งขับรถอะไรของมันวะนี่ไม่ใช่สนามแข่งนะโว้ย ในมหาวิทยาลัยยังจะขับเร็ว จะรีบอะไรนักหนา นายคิดอย่างไม่พอใจ เมื่อรู้สึกแสบที่ข้อศอก
"มึงอยากตายหรือไง "
เสียงที่ดังออกมาจากตัวรถ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน โดยรวมถือว่าหล่อจัดเลยทีเดียว แต่แม่งเวลานี้ เขาควรชมคนตรงหน้าไหม แต่ทว่า เมื่ออีกคนเปล่งเสียงออกมา ความปากหมากลบความหล่อของมันไปทันที
เจ้าของรถสปอร์ตคันหรูชะโงกหน้าออกมา คิ้วเข้มสวยของชายหนุ่มขมวดเป็นปมอย่างไม่สบอารมณ์อย่างแรง
"อ้าวพี่! ทำไมพูดแมวๆแบบนี้วะ นี่มันถนนของทางมหา’ลัยนะครับ ไม่ใช่สนามแข่ง"
ด้วยความเดือด และเจ็บแผลทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจอีกฝ่ายอย่างแรงเช่นเดียวกัน
แม่ง!! จะชนเขาอยู่แล้วยังมีหน้ามาต่อว่าตนอีก
"เป็นกูผิด?"
อีกคนเลิกคิ้วด้วยความฉงน พร้อมมองคนตัวเล็กกว่า ใจหนึ่งก็รู้สึกโกรธแต่ก็อดขบขันท่าทีของมันไม่ได้ ทำให้คนโดนจ้องหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธที่คิดว่าอีกคนกำลังยิ้มเยาะ
" ทำผิดแล้วไม่มีสำนึก ลงมาดูสักนิดก็ไม่มี "
นายยังคงบ่นต่อ จนคนที่นั่งชะโงกอยู่บนรถต้องก้าวเท้าลงมาจากรถสปอร์ตคันหรู ยืนเก๊กหน้ามองคนที่นั่งอยู่กับพื้นอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน
ร่างสูงอยู่ในชุดนักศึกษากางเกงสแล็กสีดำเข้ารูปสมส่วน เสื้อผ้าสะอาด รองเท้าหนังสีดำงาวับ ทรงผมเชตมาอย่างดีบวกกับใบหน้าคมหล่อ จมูกโด่งเป็นสัน สวมแว่นดำทันสมัย ยืนกอดอกมองมายังคนโวยวายที่นั่งอยู่ไม่ยอมลุกขึ้น
“มายืนเท่อะไรตรงนี้ แทนที่จะมาช่วยพยุง”
“กรี๊ดดดดดด”
เสียงกรี๊ดดังลั่นมาจากบรรดาสาวแท้ สาวเทียมที่ยืนอยู่ใกล้บริเวณ พากันร้องด้วยความดีใจ ท่าทางเคลิบเคลิ้ม ส่งสายตาหวานเยิ้มมาที่ไอ้คนขี้เก๊ก ให้ตายเถอะ!! แทนที่พวกเขาจะห่วงคนเจ็บ แต่กลับไปกรี๊ดอีกคน พร้อมถ่ายรูปกันยกใหญ่ มันเป็นดาราหรือไงทำไมทุกคนให้ความสนใจชิบ!!
นายได้แต่ทำตาประหลับประเหลือกให้ พร้อมจิ๊ปากด้วยความเจ็บ มันรู้สึกแสบจนต้องลูบแขนปรอยๆ แผลถลอกและเลือดไหลเล็กน้อย แต่ปากก็ยังพึมพำพ่นด่าอีกคนไม่เลิก ก่อนจะพยุงตัวเองลุกขึ้น เมื่อเห็นแน่ชัดแล้วว่าคงไม่มีใครมาสนใจตน และคนตรงหน้าคงไม่มีน้ำใจแน่นอน เพราะว่าไอ้คนที่ชนเขายังคงยืนกอดอกยืนมองเด็กหนุ่มหน้าใส ที่บ่นเขาเป็นหมีกินผึ้ง จากการกวาดตามองเด็กหนุ่ม เขาเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เขาระวังอยู่ก่อนแล้ว เพราะเห็นร่างบางของเด็กหนุ่มวิ่งข้ามถนนมาอย่างร้อนรนจึงได้เบรกก่อน จากการแต่งกาย หน้าตาใสๆ วิ่งกระหืดกระหอบมาแบบนี้ ไม่น่าจะพ้นคำว่าปีหนึ่งแน่นอน
นายลุกขึ้นยืนประจันหน้าเจ้าของรถจ้องสบตาอย่างไม่กลัว และเขาก็ไม่สนด้วยว่าคนตรงหน้าจะเป็นใคร สาวๆจะกรี๊ดมากแค่ไหน
"ถ้าวันนี้ผมไม่รีบ รับรองเลยว่าผมไม่ปล่อยพี่ไปแน่ อย่าให้เจออีกละกัน"
"ทีหลังข้ามถนน มึงก็แหกตาดูให้ดี ถ้าคนอื่นเบรกไม่ทันเหมือนกูจะเป็นยังไง" เจ้าของรถคันหรูเปล่งเสียงดุออกมา ใบหน้าหล่อมีสีหน้าจริงจัง
นายได้เพียงทำปากขมุบขมิบ แล้วหันหลังเดินออกไปจากบริเวณนั่น
“ให้กูไปส่งไหม” ถามกลับอย่างมีน้ำใจภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง แต่อีกคนดูจะไม่อยากผูกมิตรสักเท่าไรนัก
“ไม่จำเป็น” จบประโยคนายก็วิ่งกระหืดกระหอบไปที่อาคารวิศวกรรมศาสตร์ โดยไม่หันไปมองเจ้าของรถสีดำหรู จึงไม่รู้ว่ามีสายตาดุมองตามจนลับตา
"เด็กอะไรโวยวายเก่งฉิบ" เตชินพูดพลางโคลงศีรษะและยกยิ้มที่มุมปากสวยเบาๆอย่างเอ็นดู
“แต่ทำไมคุ้นๆหน้าจังวะ” เตชินพูดกับตัวเอง ก่อนจะรีบขึ้นรถหรูขับออกไปยังบริษัทฯ ของบิดา
"ไอ้เชี้ยนาย วันแรกของการเปิดเทอมนะครับเพื่อน มึงยังกล้าสายอีกนะ"
ปอนด์เด็กหนุ่มหน้าตาดี เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของนายมาตั้งแต่มัธยม นายเป็นลูกผู้ดีเก่าเมืองเชียงใหม่ จึงมีผิวพรรณขาวเนียน ตัวเล็กๆ น่ารัก ลักษณะท่าทางจึงเป็นเหมือนลูกคุณหนู แต่จริงๆแล้วนายมีนิสัยมั่นใจในตัวเอง ชอบสนุก เป็นคนจริงใจ ขี้วีนบ้างบางครั้งเพราะมีคนตามใจมาตั้งแต่เด็ก แต่นายก็ไม่เคยรังแกหรือเอาเปรียบใคร ที่สำคัญนายเป็นคนที่รักเพื่อนมากโดยเฉพาะคนที่บ่นเขาอยู่ตอนนี้
ส่วนปอนด์เป็นลูกกำพร้าเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยมีแม่ใหญ่เลี้ยงดูให้ความรักความอบอุ่นจนชายหนุ่มเติบใหญ่ เป็นคนดี ขยัน เอาการเอางาน ปอนด์ไม่เคยคิดที่จะตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง เพราะมีแค่แม่ใหญ่ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นพอแล้ว พ่อแม่ของนายจึงเอ็นดูเหมือนลูกชายอีกคน
"กูเจอเชี้ยมา แม่ง!!ขับรถเกือบชนกูอยู่หน้าตึก แถมยังไม่ขอโทษ หาว่ากูผิดอีก" นายอารมณ์เสีย พูดพลางลูบแขน เริ่มรู้สึกปวดตรงบั้นท้ายที่กระแทกริมฟุตบาทตอนที่ล้มลง
"แล้วมึงเจ็บมากไหม ทำไมไม่เอารถมาขับเองหรือไม่ก็ให้คนที่บ้านมาคอยรับส่งมึงดีกว่าไหม จะได้ไม่ลำบากวิ่งกระหืดกระหอบแบบนี้"
ปอนด์พูดอย่างเป็นห่วงเพื่อน และจะพาเพื่อนไปที่ห้องพยาบาล แต่นายปฏิเสธ เพราะตอนนี้พวกเขาสายมาหลายนาทีแล้ว
"กูอยากใช้ชีวิตเอง กูโตแล้วดูแลตัวเองได้ ทำไมต้องมีคนมาดูแลด้วยวะ มึงก็อีกคน อย่านึกว่ากูไม่รู้นะว่าแม่กูให้มึงตามกูมาเรียนที่นี่" นายพูดพร้อมจ้องหน้าเพื่อนสนิทอย่างเซ็งๆ
"ฮ่าฮ่า..รีบเข้าห้องเถอะครับเพื่อน สายมากแล้ว " ปอนด์รีบเปลี่ยนเรื่องรีบโอบคอเพื่อนรักเมื่อถูกอีกคนหรี่ตาจ้องจับผิด ก่อนจะพากันเดินไปยังห้องเรียนทันที
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า
"เตชิน รีบเข้ามาหาพ่อด่วนที่บริษัท มีเรื่องจะคุยด้วย" นายชินวัฒน์ นักธุรกิจใหญ่ที่มีบริษัทนำเข้ารถหรู แล้วอีกหลายบริษัทที่เขาเป็นเจ้าของกิจการ โทรด่วนหาบุตรชายคนเดียวของตระกูล
"ครับพ่อ"
หลังจากที่วางสาย เตชิน หนุ่มหล่อเข้ม สูง บาดใจสาว ก็รีบเก็บของเพื่อเข้าบริษัทฯ หลังจากที่เข้ามหาวิทยาลัยเพื่อส่งโปรเจคกับกลุ่มเพื่อน โดยมีสายตาสาวๆที่นั่งอยู่ในบริเวณใต้ถุนอาคาร และลานกิจกรรม มองตาไม่กระพริบ เพราะทุกคนรู้ดีว่า กว่าจะได้เห็นหน้า เตชิน หนุ่มหล่อ รวยคนนี้ไม่บ่อยนัก เพราะเขาไม่ค่อยสุงสิงกับใคร มีเพื่อนเพียงไม่กี่คนที่เขาคบและคุยด้วย แทบจะไม่สนทนากับใคร และไม่เคยส่งสายตาให้ใครเลย แต่ความหล่อเนี้ยบนี่หาใครเทียบยาก
"เฮ้ย มึงจะไปไหน พึ่งเข้ามาเองนะไอ้เต" มาร์ค เพื่อนสนิทพูด หลังจากที่เห็นเพื่อนเก็บของทั้งที่พึ่งมาไม่ถึงสามสิบนาที
" พ่อกูมีเรื่องด่วนให้รีบเข้าบริษัทฯ มึงมีอะไรก็โทรมาแล้วกัน ไม่ก็ไปหากูที่คลับ " พูดเสร็จเตชินก็รีบเดินออกไปยังที่จอดรถหรู ทันที
"อะไรของมันวะ กูยังไม่ได้คุยเรื่องสายรหัสเลย"
หลังจากขับรถออกมาได้เพียงนิดเดียว ก็มีเด็กหนุ่มหน้าตาดี หล่อใส รูปร่างดี ชายหนุ่มมัวแต่ก้มหน้าค้นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าใบหรู แล้วรีบเดินข้ามถนนโดยไม่มองดูรถของเขาที่กำลังขับสวนออกมาด้วยความเร็ว
เอี้ยดด!!!!!
เสียงเบรคของรถดังสนั่น พร้อมเเตรดังลั่น
"เฮ้ย แม่ง" เตชิน สบถเสียงดัง ก็เห็นคนข้ามถนนที่ล้มลงตรงฟุตบาท หน้ามุ่ย จ้องเขม็งมายังเขา พร้อมบ่นอุบอิบ เตชินเห็นว่าไม่ได้ชน และดูสภาพร่างกายแล้วไม่เป็นอะไร จึงได้เพียงเดินลงมาจากรถหรูเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าคนขี้บ่น ที่ลุกขึ้นยืน พร้อมปัดเศษฝุ่น แล้วมองมายังเขาตาเขียว
แต่เด็กคนนี้ดูๆไปมันก็น่ารักดี
