บทที่ 11 Diffuser Love หอมกลิ่นรัก 11
Diffuser Love หอมกลิ่นรัก 11
เช้าของวันถัดมา...
เวลาเก้าโมงเช้า ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็พร้อมออกไปทำงาน วันนี้ฉันใส่กระโปรงฮั่นฝูท่อนล่าง ส่วนท่อนบนเป็นเสื้อเนื้อผ้าลื่น ๆ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าอะไรเหมือนกัน แต่พอเดินออกมาถึงหน้าประตูห้องนอนถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ต้องไปรับคุณคนนั้นที่น้องชายไปต่อยจนทำให้แผลเดิมของเขาฉีกขึ้นมา นึกได้แบบนั้นเลยรีบเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดทันที
เลือกเสื้อผ้าอยู่สักพักใหญ่ ก็ได้ชุดเดรสเข้ารูปความยาวคลุมเข่าสีสะอาดมาสวม และปิดทับด้วยเสื้อสูทเข้ารูปจนกลายเป็นชุดทำงานที่ดูสุภาพขึ้นมา
อ่า เหมือนจะไปเซ็นสัญญางานเลย
แอบแซวตัวเองด้วยความขบขัน เมื่อมั่นใจว่าเสื้อผ้า หน้า ผมในวันนี้เรียบร้อย ถึงได้เดินลงไปที่ชั้นล่างของบ้านอย่างมั่นใจ แต่จังหวะที่เท้าก้าวลงบันไดไปกลับต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อสายตามองไปเห็นภาพเบื้องหน้า...
เด็กหนุ่มทั้งห้าคน ไม่สิ ตอนนี้เห็นสี่คนนอนกลาดเกลื่อนอยู่ที่ห้องนั่งเล่น โต๊ะกระจกตรงหน้าโซฟาถูกยกไปตั้งที่มุมด้านหนึ่งทำให้พื้นที่ตรงกลางระหว่างโซฟาตัวใหญ่กับทีวีนั้นกว้างขวาง จนกลายเป็นที่นั่งทำงานและที่นอนของหนุ่ม ๆ ได้อย่างลงตัว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมานอนกันตรงนี้ ห้องนอนก็กว้างขวางทำไมไม่ยอมไปนอนกันล่ะเนี่ย
“อ้าว พี่กัลป์จะออกไปทำงานเหรอครับ” กระทั่งมีเสียงหนึ่งดังจากทางด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นน้องออสก้าที่ถือขวดน้ำเปล่าทำหน้าง่วงอยู่
“ใช่ค่ะ ออสก้าตื่นเช้าจัง หรือยังไม่นอนเนี่ย” แกล้งแซวเพื่อนน้องชาย จากนั้นก็เดินเข้าห้องครัวหยิบแก้วเก็บความเย็นของตัวเองมาล้างอีกครั้ง แล้วเตรียมน้ำแข็งกับน้ำดื่มเทใส่แก้วอย่างปกติ
“พี่กัลป์เรียกผมว่าก้าก็ได้ครับ เรียกชื่อเต็ม ๆ มันยาวอะ แล้วก็...ผมยังไม่นอนเลยครับพี่ ส่วนพวกนั้นมันเพิ่งหลับไปตอนหกโมงเช้านี่เอง” น้องออสก้าเดินตามหลังเข้ามาในห้องครัวรีบเล่าให้ฟัง
“พี่ก็ว่าอยู่ทำไมตื่นเช้าได้ แล้วนี่ยังไง ไปนอนพักได้แล้วมั้ง? อย่าชวนกันฝืนทำงานจนไม่ยอมหลับยอมนอนนะรู้ไหม?” เอ่ยเตือนเด็กตัวสูงที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวและจ้องมาที่ฉัน สายตาที่เขามองมานั้นยากจะคาดเดาไม่น้อย แต่ฉันก็ไม่ได้พูดหรือทักอะไรออกไป เพราะคิดว่าเขาก็เป็นเพื่อนของน้องชาย และเราก็เพิ่งจะเจอกันแบบจริงจังครั้งแรก หลังจากที่ปกติจะเจอกันแวบ ๆ เท่านั้น
อีกอย่าง...ฉันไม่อยากคิดอะไรแปลก ๆ กับสายตาคู่นั้นที่จ้องมองกันอย่างสื่อความหมาย
“พี่อยากกินผลไม้ไหม? หรือจะกินมื้อเช้าดีครับ เดี๋ยวผมทำให้” น้องออสก้ายังคงน่ารัก และเอ่ยถามออกมาอย่างใจดี
“ขอบคุณค่ะ แต่พี่ไม่กินข้าวเช้าน่ะ เราน่ะไปนอนพักได้แล้ว พี่เองก็จะไปทำงานแล้วนะ ไปๆ ไปนอนค่ะ” เอ่ยบอกเพื่อนน้องชายในจังหวะที่ปิดฝาแก้วน้ำเก็บความเย็นของตัวเองเรียบร้อยพอดี
“อ้าว จะไปแล้วเหรอ?” น้องออสก้าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้งแต่ก็ต้องเงียบเสียงไปเมื่อมีเสียงของคาร์โลว์ดังจากทางด้านหลัง หันไปมองก็เห็นว่าน้องชายเดินตาปรือเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาช่วยถือแก้วน้ำและกระเป๋าให้ฉันอย่างน่ารัก คงจะได้ยินเสียงแล้วตื่นขึ้นมาแน่เลย และฉันก็ไม่ได้ห้ามน้องชายในการกระทำครั้งนี้ ปล่อยให้น้องเดินออกมาส่งจนถึงรถ
“รอที่บ้านนะ”
“โอเค กลับไปนอนพักได้แล้ว พากันไปนอนบนห้องดี ๆ จะได้ไม่เมื่อย”
“ครับพี่ ขับรถดี ๆ” น้องชายโบกมือให้ทั้งที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น และยืนรอปิดประตูรั้วบ้านหลังจากที่ฉันถอยรถออกมาแล้วเรียบร้อย ดูเอาเถอะว่าน้องฉันน่ารักขนาดไหน แล้วน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้ฉันรักน้องชายได้ยังไงกัน คิดกับตัวเองขำ ๆ ระหว่างขับรถไปตามเส้นทางที่คุณคนนั้นส่งมา เอาจริง ๆ นะ ฉันลืมชื่อของเขาไปแล้วเรียบร้อย แต่เดี๋ยวถึงหน้าบ้านค่อยดูชื่อในช่องแชตที่เขาส่งพิกัดมาให้แล้วกัน ว่าตกลงเขาชื่ออะไรกันแน่น่ะ
ขับรถมาเกือบยี่สิบนาทีก็ถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในเขตหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่และใหญ่กว่าหมู่บ้านที่ฉันอยู่อีก ขอเรียกที่นี่ว่าหมู่บ้านคนรวยแล้วกันค่ะ บ้านแต่ละหลังเหมือนคฤหาสน์ และบ้านที่ส่งพิกัดมาให้ก็อยู่ลึกถึงท้ายหมู่บ้านเลยเหมือนกัน เมื่อมาถึงก็จอดรถเยื้องขึ้นไปทางหน้าบ้านจากนั้นก็เปิดช่องแชตของคุณคนนั้นดูชื่อก่อนจะกดโทร. หาอีกฝ่าย รอสายสักพักก็ได้ยินเสียงตอบรับกลับมา
“สวัสดีค่ะ ฉันมาถึงแล้วค่ะ” รีบบอกคุณคริสตินที่รับสายแล้ว แต่กลับเงียบใส่ฉัน
(...อืม รอก่อน) อีกฝ่ายบอกมาแบบนั้นฉันก็ไม่ได้ขัดอะไร ระหว่างนั่งรอก็ส่งข้อความแจ้งผู้ช่วยว่าจะเข้าร้านช้าหน่อย ส่วนแบบกล่องที่เช็กแล้วก็ส่งให้โรงงานผลิตตัวอย่างให้ก่อน เสร็จแล้วจะได้เช็กว่าสีเพี้ยนหรือต้องปรับลายไหม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้นเบา ๆ ข้าง ๆ นั้นเป็นร่างสูงที่สวมเสื้อสูทสีดำ ฉันเลื่อนกระจกรถลงยังไม่ทันได้ทักทายอีกฝ่ายก็เปิดประตูด้านหน้าข้างคนขับเสียก่อน
“ไม่นั่งด้านหลังเหรอคะ?” เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่คนขับรถนี่” อีกฝ่ายตอบสั้น ๆ แต่น้ำเสียงของเขาทำให้ฉันไม่อยากคิดเลยว่าเขากำลังจะหัวเราะอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รีบหยิบกระเป๋ากับแก้วน้ำเก็บความเย็นมาไว้ในมือ วางเพียงแค่โทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บโทรศัพท์ ส่วนของในมือฉันเดินไปเปิดประตูด้านหลังแล้ววางไว้บนเบาะเรียบร้อยแล้ว
ใครจะไปรู้ว่าเขาจะนั่งข้างหน้า เพราะฉันดันเตรียมที่นั่งด้านหลังไว้ให้เขา ด้วยการย้ายของมากมายของตัวเองไปด้านหน้าหมด พออีกฝ่ายจะนั่งก็เลยต้องย้ายกลับมาที่เดิมแบบนี้ไงล่ะ
“คุณจะไปที่ไหนคะ?” เมื่อกลับขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้วเรียบร้อย ก็หันไปมองหน้าคนตัวโตเพื่อหาคำตอบ
“ไปโรงแรมวิลสันครับ” คนข้าง ๆ เอ่ยตอบ และแน่นอนว่าโรงแรมใหญ่แบบนี้มีที่เดียวที่อยู่ใกล้เรา ฉันพยักหน้าเข้าใจแล้วค่อย ๆ เคลื่อนรถออกจากบริเวณหน้าบ้านหลังสวย ภายในรถเปิดเพลงเบา ๆ เพื่อที่จะได้ไม่เงียบจนเกินไป
แล้วก็เหมือนเดจาวูอีกครั้งเมื่อฉันหยุดจอดรถที่สี่แยกไฟแดงขนาดใหญ่เหมือนกับเมื่อวาน เพียงแต่วันนี้ฉันไม่ได้ตรงขึ้นไปเจอเพื่อน แต่จะต้องเลี้ยวขวาเพื่อไปโรงแรมวิลสัน ปลายทางของผู้ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
