บทที่ 14 Diffuser Love หอมกลิ่นรัก 14
Diffuser Love หอมกลิ่นรัก 14
“กลิ่นบลูสกายค่ะ เป็นกลิ่นของทางร้านโดยเฉพาะ วันนี้สต๊อกมีเยอะนะคะ เอฟกันได้เลยน้า” ส่งยิ้มทั้งยังเตือนลูกค้าที่เหมือนจะทำสงครามกันผ่านช่องแชตก็ไม่ปาน
“กลิ่นนี้ให้อารมณ์เงียบและสงบค่ะ กัลป์ชอบวางที่ห้องนอนของน้องชาย กลิ่นไม่แรงแต่ติดทนค่ะ เวลาเจอแสงแดดอุ่น ๆ กลิ่นจะละมุน ๆ สดชื่นด้วยนะคะ คุณลูกค้าสนใจพิมพ์ BS เข้ามาได้เลยค่ะ หรือต้องการหลายขวดให้พิมพ์ BS เครื่องหมายเท่ากับแล้วตามด้วยจำนวน...”
“หมดแล้วค่ะ!”
“หา?” ฉันยังพูดไม่ทันจบ ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่พี่นิดารีบบอก กลิ่นนี้มีหนึ่งร้อยขวดเลยนะ
“สักครู่นะคะคุณลูกค้า” ฉันบอกกับลูกค้าที่ดูไลฟ์ก่อนจะมองพี่นิดาอย่างตกใจ
“หมดแล้วจริง ๆ ค่ะคุณกัลป์ คุณซีดับเบิลยูดอตคนเดียว เหมาไปเก้าสิบขวดแล้วค่ะ แล้วก็มีคุณลูกค้าท่านอื่น ๆ อีกคนละขวดเป็นสิบขวดพอดี” พี่นิดายกยิ้มขำเมื่อเห็นว่าฉันทำหน้าจะร้องไห้
“ขอบคุณคุณซีดับเบิลยูดอตนะคะ แต่คุณลูกค้าจะเหมาทุกรอบไม่ได้น้า แม่ค้าตกใจอะ” แซวลูกค้าแต่ยังยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความตกใจ ก่อนหน้านี้ก็มีออร์เดอร์มาเรื่อย ๆ นะ มาจากหลายช่องทางการขายแต่เวลาไลฟ์ก็มีลูกค้าซื้อตลอด แต่กับคุณซีดับเบิลยูดอตนี่ เขาจะเข้ามาเฉพาะตอนที่ไลฟ์แต่ไม่ได้มาบ่อยแต่มาดูทีไรเรียกได้ว่าเหมาได้เหมาเลยนะ
xxx :: เหมือนเอฟ แล้วคุณพี่ขว้างโทรศัพท์ทิ้งนะคะแบบนี้
xxx :: หายจ้อยเลยงานนี้
xxx :: อยากจะกรี๊ดอะ นี่ได้มาหนึ่งขวดถ้วน!
xxx :: โทษนะครับ แต่แฟนอยากได้ มีใครขายต่อไหมครับ?
ในช่องคอมเมนต์มีหลายข้อความปะปนกันไป แต่ยังไร้วี่แววของคุณซีดับเบิลยูดอตที่ไม่ได้กลับเข้ามาตอบข้อความในคอมเมนต์ และพี่นิดาส่งสัญญาณเหมือนว่าเขาจะจ่ายเงินค่าของแล้วนะ
"ทุกคนอย่าเพิ่งร้องไห้ในช่องแชตน้า ก้านไม้หอมยังมีให้เลือกอีกหลายกลิ่นนะคะ สนใจกลิ่นหอมแบบไหนแจ้งแอดมินได้เลยค่ะ เอ๊ะ! เหลืออีกแค่นาทีเดียวแล้วนะคะทุกคน กัลป์ต้องลงไลฟ์แล้ว ยังไงก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูและอุดหนุนวันนี้นะคะ ถ้ามีกลิ่นใหม่ ๆ กัลป์จะเอามาอวดอีกแน่นอนค่ะ วันนี้ฝันดีล่วงหน้านะคะ สวัสดีค่ะ..." ฉันยกมือไหว้ลาคนดู ก่อนจะปิดไลฟ์แล้วหันไปมองพนักงานที่กำลังช่วยกันเคลียร์ออร์เดอร์ที่หลั่งไหลเข้ามา
“คุณคนนั้นที่เหมาเกือบร้อยขวด จ่ายเงินแล้วนะคะคุณกัลป์” พี่จิ๊บรีบบอกฉันทันทีเมื่อเห็นฉันมองพนักงานที่กำลังเคลียร์ออร์เดอร์อยู่
“เร็วมากอะ!” ได้แต่พึมพำอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ลูกค้าคนนี้ทำ ก็ดีใจที่มีลูกค้าอุดหนุนอยู่หรอก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ซื้อไปทีละเยอะ ๆ แบบนี้
“พรุ่งนี้ค่อยแพ็กก็ได้ค่ะทุกคน ดึกแล้วกลับไปพักกันเถอะ” บอกพนักงานทุกคนด้วยความเป็นห่วง ระหว่างนี้ก็ให้ช่วยกันเก็บของให้เป็นระเบียบไปพลาง ทุกวันอาทิตย์ร้านฉันจะปิดบริการเพื่อให้พนักงานได้หยุดพัก แต่ฉันจะมาเปิดร้านเหมือนเดิม โดยเปิดแค่สิบโมงเช้าถึงสี่โมงเย็นเท่านั้น ถ้าสัปดาห์ไหนไม่สะดวกก็จะปิดไปเลยค่ะ
“กลับดี ๆ นะคะ” ฉันและพนักงานแยกกันที่หน้าร้านหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเรียบร้อย เมื่อเดินกลับมาที่รถโทรศัพท์ฉันก็มีสายเรียกเข้ามา เหมือนกับรู้จังหวะว่าตอนนี้คือช่วงที่ฉันว่างพอดี
“สวัสดีค่ะ” เอ่ยทักทายปลายสาย พร้อมเปิดสปีกเกอร์เพื่อคุยกับเขา ขณะที่เริ่มเคลื่อนรถออกจากลานจอด
(เลิกงานหรือยัง?)
“เอ๋? ละ...เลิกแล้วค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ”
(พรุ่งนี้ไปทำงานไหม?)
“ไปค่ะ ทำเหมือนเดิม คุณหยุดไหมคะหรือจะให้ฉันไปรับ” พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าคนที่โทร. เข้ามาหาฉันคือใคร ใช่แล้วละ เจ้าของสายโทร. เข้ามาอย่างปริศนา...คือคุณคริสตินยังไงล่ะ
(อืม มารับสักเก้าโมงครึ่งก็ได้)
“ได้ค่ะ ที่เดิมใช่ไหมคะ?”
(ที่เดิม) ฉันคุยกับคุณคริสตินสักพักแล้วก็ขอวางสายเมื่อถึงบ้าน
คาร์โลว์วิ่งออกมาที่ประตูรั้วบ้านเพื่อเปิดให้ พร้อมกับช่วยถือข้าวของที่ฉันเอากลับมาด้วย ก่อนจะชวนกินข้าวกับเพื่อน ๆ ของเขาที่เหมือนจะช่วยกันออกไปซื้ออาหารมาเตรียมรอฉัน เมนูวันนี้มีทั้งเมี่ยงปลาเผา ส้มตำ และไก่ย่าง ฉันคิดว่าแม่บ้านคงไม่ได้ทำเมนูนี้ให้แน่ ๆ
“พวกผมสั่งมาครับ” คาร์โลว์รีบบอกขณะพาฉันเดินเข้าไปภายในบ้าน ห้องนั่งเล่นมีข้าวของมากมายวางอยู่เหมือนเดิม แต่ดูเป็นระเบียบมากกว่าเมื่อเช้า รวมถึงชิ้นงานที่ดูเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น
“อยากกินเหรอ?” แกล้งถามน้องชาย ขณะที่เดินไปล้างมือ
“ใช่แล้ว อยากกินอะไรแซ่บ ๆ จะได้ตื่น”
“โอเค แต่ระวังท้องเสียด้วยนะรู้ไหม?” เตือนด้วยความเป็นห่วง ขณะที่แก้วเก็บความเย็นถูกเปิดฝาแล้วล้างทำความสะอาด ก่อนจะนำไปคว่ำไว้ที่ชั้นวาง พอหมุนตัวจะเดินไปเปิดตู้เย็นก็เห็นว่าน้องออสก้ากำลังเดินเข้ามาพอดี
“อ้าว พี่กัลป์มาแล้วเหรอครับ”
“กลับมาแล้วจ้า เพิ่งถึงเลย พี่หิวมาก” บอกเพื่อนน้องชายที่เหมือนจะไม่ได้กลัวหรือเกร็งฉันมากเท่ากับเมื่อวาน เตรียมน้ำดื่มต่าง ๆ เสร็จก็ยกออกไปให้เด็กหนุ่มทั้งห้าคน จากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องครัวเพื่อเทน้ำโซดาใส่แก้วให้ตัวเองบ้าง
“พี่เหนื่อยไหมครับ?” ออสก้าที่ล้างผักอยู่ซิงก์ล้างจานเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“นิดหน่อย แต่พี่ชินแล้วน่ะ แล้ววันนี้ยังไงเหนื่อยกันหรือเปล่า” ระหว่างที่ถามก็คีบน้ำแข็งในเครื่องทำน้ำแข็งใส่แก้วของตัวเอง รวมถึงคีบใส่ถังน้ำแข็งใบเล็กเพื่อนำออกไปให้เด็ก ๆ ด้วย
“ไม่เท่าไหร่ครับ แต่บ้านพี่สวยมากเลยนะครับ” ออสก้าหมุนตัวกลับมามองเมื่อล้างผลักเสร็จแล้วพอดี
“อื้อ ขอบใจนะ ไป ๆ กินข้าวกันเถอะ” เป็นอีกครั้งที่เอ่ยชวนเพื่อนน้องชายให้กลับไปกินข้าวพร้อมกัน โดยที่ไม่ลืมส่งยิ้มให้น้องเขาไปอย่างไม่คิดอะไรมาก และนั่นก็ทำให้ฉันได้ร่วมกินข้าวเย็นกับน้องชายและเพื่อน ๆ ของเขา
ฉันหัวเราะได้บ้างเมื่อพบว่าบ้านที่มีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย ไม่ได้เงียบเหงาเหมือนก่อนหน้านี้ที่ต้องอยู่คนเดียว อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่เหงานั่นแหละนะ...
