บทที่ 8 .

“ฮึก...ไม่ค่ะ ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ พ่อฉันติดหนี้พวกคุณเท่าไหร่เดี๋ยวฉันชดใช้ให้เอง” ฉันอ้อนวอนเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เสียงร้องห่มร้องไห้ของฉันมันดังออกมาปานจะขาดใจ

หยดน้ำตามากมายไหลพรากอาบแก้มเนียนไม่ขาดสาย

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สงสารหรือเห็นใจฉันเลยสักนิด

“ก็ชดใช้ด้วยร่างกายของเธอไง ไม่เห็นต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องยาก” คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหนาทำให้ใบหน้าของฉันชาหนึบเหมือนถูกตบ

ง่ายงั้นเหรอ? เขาต่างหากล่ะที่พูดออกมาได้ง่ายๆ ใครมันจะไปยอมมีอะไรกับคนที่ไม่ใช่แฟนของตัวเองกันล่ะ คนดีๆ เขาไม่มีทางทำกันแบบนี้หรอก

“ฉันมีคนรักของฉันอยู่แล้ว ฉันคงชดใช้คุณด้วยวิธีนี้ไม่ได้หรอกค่ะ” ฉันกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอลงไป พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมากกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรฉันไม่ถือ”

“ฉะ...อื๊ออออ” ทุกคำพูดของฉันถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เมื่อใบหน้าหล่อโน้มใกล้เข้ามาหา ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะฉกฉวยลงมาช่วงชิมริมฝีปากของฉันอย่างรุนแรง

จูบแรกที่ฉันเก็บเอาไว้ให้กับคนที่ฉันรัก มันถูกเขาฉกฉวยไปได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่ฉันพยายามถนอมมาเนิ่นนานหลายปี เวลานี้มันกลับดูไร้ค่า

ฉันสะบัดตัวดิ้นขลุกขลักไปมาใต้ร่างของเขา แต่ร่างสูงก็ทิ้งน้ำหนักลงมา เพื่อทาบทับกักกันฉันไม่ให้ดิ้นหนีไปมากกว่านี้

ลิ้นร้อนของเขาเลียวนที่กลีบปากบางของฉันอย่างละเมียดละไม ก่อนจะสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของฉันภายในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

รสชาติของเหล้าขมปร่าที่ติดอยู่ปลายลิ้นของเขาส่งผ่านมาถึงฉันจนรับรู้ได้ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ ทุกอย่างมันล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ฉันเกลียดทั้งนั้น

ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของเขาเอง...

“ถ้ายอมกันง่ายๆ ฉันจะไม่ใจร้ายกับเธอ”

เมื่อเห็นว่าฉันหยุดดิ้นรน ฝ่ามือหนาอีกข้างที่ว่างของเขาก็ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของฉัน

เขาสอดฝ่ามือร้อนผ่าวข้างนั้นเข้ามาในเสื้อที่ฉันสวมใส่ ก่อนจะลูบไล้ตั้งแต่ท้องน้อยของฉันขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงชุดชั้นใน

“ยะ...อย่า” ฉันรวบรวมแรงที่มีอยู่น้อยนิดของตัวเองดิ้นรนขัดขืนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะตะปบฝ่ามือนั้นเข้าที่หน้าอก

เขาคงจะเห็นฉันพูดมากเกินไป ถึงได้ปิดปากฉันด้วยปากหนาของเขา หลังจากนั้นฝ่ามือหนาก็ลงมือบีบเคล้นก้อนเนื้อนุ่มของฉันทันที

ร่างกายของฉันสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว และนอกจากความหวาดกลัวมันก็ยังมีความเกลียดชังแอบแฝงอยู่ด้วย

ฉันเกลียดเขา เกลียดที่สุด...

เขาผละริมฝีปากออกไปเพื่อให้ฉันได้พักหายใจ หลังจากที่เขาจูบฉันเป็นเวลาเนิ่นนานหลายนาที

ฉันไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน มันก็ไม่แปลกที่ฉันจะหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหอบปานจะขาดใจตายเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธสัมผัสของฉันได้หรอก เธอไม่อยากลองหน่อยหรือไง เผื่อจะชอบ” ใบหน้าหล่อเคลื่อนต่ำลงไปที่ลำคอของฉัน ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดลงมาจนพาลทำให้ขนกายฉันลุกชัน

ไม่มีทางที่ฉันจะชอบสัมผัสที่เกิดจากฝีมือของเขา

ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าผู้ชายที่สามารถทำให้ฉันรู้สึกดีมีเพียงแค่คนรักของฉันเท่านั้น

ซึ่งนั่นก็คือเต้

ต่อให้เรายังไม่มีอะไรกันเกินเลย แต่ฉันก็รู้สึกดีที่มีเต้อยู่ข้างกาย ซึ่งมันต่างกับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ นอกจากจะไม่รู้สึกดีด้วยแล้วฉันยังรู้สึกอยากอยู่ให้ห่างจากเขา

“ไม่ค่ะ ฉันไม่ใช่คนอยากรู้อยากลองอะไรขนาดนั้น” หรือต่อให้อยากลองฉันก็จะไม่ลองกับเขา

“งั้นเหรอ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ก่อนที่จะเอ่ยประโยคต่อมาว่า “แต่ฉันอยากลองกับเธอนะ”

หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อเขาพรมจูบไปทั่วบริเวณลำคอของฉัน พร้อมกับดูดเม้มเบาๆ ตามผิวหนังที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าที่ฉันสวมใส่

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องที่ดังขึ้นทำให้ร่างแกร่งบนตัวฉันหยุดชะงักทุกการกระทำ เขาจิ๊ปากในลำคออย่างขัดใจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังลงมือสานต่อสิ่งที่ยังค้างคาต่อไป เหมือนไม่คิดจะหยุด

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“เฮีย เปิดประตูให้ผมหน่อย” คราวนี้นอกจากเสียงเคาะก็ยังมีเสียงตะโกนเรียกดังแทรกขึ้นมาด้วย ซึ่งฉันจำได้ดีว่านี่เป็นเสียงของผู้ชายบึกบึนคนนั้นที่จับตัวฉันมา

“มาขัดได้เวลาจริงๆ นะมึง” ร่างสูงบ่นอุบอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะผละออกไปจากตัวฉัน

ในระหว่างที่เขากำลังลุกลงจากเตียงเพื่อไปเปิดประตูห้อง ฉันก็รีบเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่มผืนใหญ่มาคลุมปกปิดร่างกายตัวเองเอาไว้ พรางถอยกรูดชิดหัวเตียง

“นี่ผมมาขัดคนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเหรอ”

ทันทีที่ประตูถูกกระชากให้เปิดออกด้วยมือหนา วาจาหยาบคายและระคายหูก็ดังออกมาจากปากชายบึกบึนให้ฉันได้ยิน

“เออสิวะ แล้วนี่มึงมีอะไรห๊ะไอ้เฉิง”

เฉิง ก็คงจะเป็นชื่อของผู้ชายบึกบึนนี่แน่ๆ ชื่อช่างเรียบหรูดูดี แต่นิสัยนี่ไม่น่าจะใช่

“ที่บ่อนเกิดเรื่องน่ะครับ นายบอกว่าให้เฮียเข้าไปดูหน่อย”

“เรื่องเหี้ยอะไรอีกล่ะ เกิดได้ทุกวี่ทุกวันจริงๆ เลยนะ เออเดี๋ยวกูไปจัดการให้ แต่กูฝากไรอย่าง ไหนๆ มึงก็พาผู้หญิงคนนี้มาแล้วก็ช่วยดูเธอด้วย ถ้าของๆ กูหายมึงโดน” หลังจากรับปากกับเฉิงเรียบร้อย เขาก็หันมาปรายตามองฉัน ก่อนจะพูดสั่งลูกน้องตัวเอง

“ยังไม่ทันไรก็หวงของซะแล้ว”

“อย่าแซวเดี๋ยวตีนลั่น” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เอ่ยออกมาจากปากของวายุ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งให้ฉันอยู่กับเฉิงตามลำพัง

แล้วรู้อะไรไหม? ระหว่างผู้ชายสองคนนี้ก็น่ากลัวพอๆ กันนั่นแหละ แต่ถ้าให้ฉันเลือกอยู่กับคนใดคนหนึ่ง ฉันจะยอมเลือกอยู่กับเฉิงมากกว่า

เพราะถึงเขาจะชอบพูดข่มขู่ แต่ยังไงเขาก็ไม่ทำตัวคุกคามฉันเหมือนอย่างที่วายุทำ...หรือเปล่านะ

“ระหว่างรอเฮียฉันกลับมาก็พักผ่อนรอซะนะ คืนนี้เธอคงเจอศึกหนัก ฉันไม่มีอะไรจะพูดนอกจากจะบอกว่า...ฉันเอาใจช่วย” รอยยิ้มร้ายกระตุกยิ้มที่มุมปากของเฉิง เพียงแค่เห็นก็ทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ

นี่ขนาดเขาบอกว่าไม่มีอะไรจะพูดยังข่มให้ฉันกลัวได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเขามีอะไรจะพูดนี่มันจะขนาดไหน...

“ฉันหิวข้าว”

“เธอพูดว่าอะไรนะ?” เขาหยุดชะงักมือที่กำลังเอื้อมมาปิดประตู เมื่อได้ยินฉันพูดออกไปแบบนั้น

จริงๆ แล้วฉันไม่ได้หิว ตอนนี้กระเพาะแทบไม่อยากจะย่อยอะไรด้วยซ้ำ แต่ที่พูดออกไปแบบนั้นก็เพราะว่าฉันกำลังจะหาทางหนีออกไปจากที่นี่

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป