บทที่ 8 พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก

หมับ...!!

“คุณครับผมว่า...”

วูบ!

(โอ๊ยยยย...เวรเอ๊ย! ใครมันจะไปอยากเห็นไส้กรอกคอกเทลทั้งวี่ทั้งวันกันห๊ะ...ไม่นะ...กรี๊ดดดดด ~~)

“อ๊ะ....อะ...อื้ออออ ~~ แรงอีกซิคะ...กระแทกเข้ามาแรง ๆ อีก”

“อะ...ผมจะแตกแล้ว มะ...มันไม่ไหวแล้ว อะ...อะ...อ่า...~~”

“โธ่อะไรกันเนี่ยเสร็จไปสองรอบแล้วฉันยังไม่ได้สักรอบเลย...เซ็งเป็นบ้า”

“แฮกๆๆ โธ่อย่างอนเลยนะที่รัก...เฮือก...ขอผมพักสักหน่อยเดี๋ยวผมต่อให้”

“ไม่ต้องแล้วค่ะ…!! ถ้าเวลาทำมันจะสั้นเหมือนดุ้นไส้กรอกคอกเทลคราวหน้าก็ไม่ต้องเรียกมาแล้วนะ...เสียอารมณ์...ชิ”

สิ้นประโยคสุดท้ายจากหญิงสาวรูปร่างดีหน้าอกหน้าใจใหญ่ตูมตามแม้จะเห็นเพียงราง ๆ ก็ตามที ภาพร่างอันเปลือยเปล่าของทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของไส้กรอกคอกเทลที่ตอนนี้ยิ่งหดเหี่ยวลงไปก็พลันจางลงไปพร้อมกับเสียงเรียกของคนในนิมิตเมื่อครู่จะดังแทรกขึ้นมาจนทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์

“คุณครับ...คุณ...”

“เฮือก ~~ อ๊ะ!”

ฉันที่พอได้สติปุ๊บก็รีบสะบัดมือออกจากนิ้วมือของคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังแตะอยู่ยังนิ้วชี้ของฉันทันที

“คุณคิดจะทำอะไรคะ!”

“เอ่อ..ผม”

“กรุณาอย่ามาแตะต้องตัวดิฉันนะคะ ดิฉันไม่ชอบ!”

สายตาดุจากดวงตากลมโตลอดผ่านกรอบแว่นจ้องมองไปยังคนที่ถือวิสาสะจับมือคนอื่นอย่างเอาเรื่อง

“ขะ...ขอโทษครับคือผมไม่ได้ตั้งใจผมแค่...”

และในขณะที่เขายังคงแก้ตัว ฉันที่ไม่คิดจะเปิดช่องสนทนาอะไรกับเขาอีกก็รีบตัดบททันที

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญค่ะ”

ฉันพูดเสียงเข้มจนคนที่มั่นใจแล้วว่าตัวเองโดนปิดประตูสร้างความสัมพันธ์ในครั้งนี้ถึงกับเดินคอตกออกไป

“ฟู่ววววว ~~ ไอ้ไส้กรอกคอกเทลบ้านี่...!!”

เสียงสบถที่พ่นออกพร้อมอารมณ์ที่ขุ่นเคือง และถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะไม่ได้ดังมากตามมารยาทที่พึ่งมีในห้องสมุด แต่ทว่ามันก็ดังพอให้คนที่ทำงานใกล้ ๆ กันได้ยิน

“หนอนหิวข้าวหรอ??”

พี่วิมลบรรณารักษ์ที่ทำงานร่วมกันเอ่ยถามหลังจากได้ยินฉันสบถเมื่อครู่

“ค่ะ...ว่าไงนะคะพี่วิมล”

“พี่ถามว่าเราหิวหรอเห็นบ่นงึมงำอะไรคอกเทล...คอกเทล”

แววตาใสซื่อที่ลอดออกมาจากกรอบแว่นหนาทรงล้าสมัยทำฉันอดสะท้อนไม่ได้ว่าถ้าหากพี่วิมลรู้ว่าไอ้คอกเทลที่ฉันหมายถึงคืออะไรแกจะทำหน้าทำตาเลิ่กลั่กมากแค่ไหนกัน

“ปะ...เปล่าค่ะหนอนไม่ได้หิวค่ะ”

ฉันปฏิเสธพร้อมกับแอบถอนหายใจเบา ๆ

“ถ้าหิวบอกได้นะไปหาอะไรกินจะได้ไม่ปวดท้องรู้ไหม”

พี่วิมลยังไม่วายเป็นห่วง ก่อนที่แกจะถามประโยคที่ทำฉันต้องไปนึกถึงภาพวาบหวามอีกรอบ

“เอ่อ...ว่าแต่หนอนรู้จักกับคุณคนที่เอาหนังสือมาคืนเมื่อกี้นี้หรอ”

พี่วิมลถามหน้าตาใสซื่อ

“ไอ้ไส้กรอกคอกเทลอ่ะนะ…!!”

“ทำไมหนอนไปเรียกเขาแบบนั้นล่ะ”

“อ่ะ...เอ่อ...ขอโทษค่ะหนอนพูดผิดไป...แหะ...แหะ”

ฉันรีบแก้ตัวเพราะรู้ว่าตัวเองโป๊ะแตกเข้าให้แล้ว

“พี่ว่าเราหิวชัวร์”

“ไม่หิวค่ะไม่หิว ว่าแต่พี่วิมลหมายถึงผู้ชายที่เอาหนังสือมาคืนเมื่อกี้ใช่ไหมคะ”

และโชคดีที่พี่วิมลไม่สงสัยอะไรนั่นจึงทำให้ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไม่นี่ค่ะ...มีอะไรหรอค่ะ”

“กะ...ก็ไม่มีอะไรหรอกพี่เห็นเขามายืนมองเราตั้งนานก็นึกว่ารู้จักกัน อีกอย่างพี่เห็นว่าเขาหน้าตาดีน่ะเลยนึกว่าเป็นแฟนหนอน”

พี่วิมลพูดพร้อมกับมือที่ขยับแว่นเล็กน้อยด้วยท่าทีเอียงอาย

(อย่าบอกนะว่าพี่วิมลชอบไอ้ไส้กรอกคอกเทลนั่นนะ...พี่รู้ไหมคะว่าเขา...)

“ไม่รู้จักนะคะแล้วเขาก็ไม่ใช่แฟนหนอนด้วย”

ฉันปฏิเสธเพราะไม่ชอบให้เขามาเข้าใจผิดอะไรแบบนี้

“อะ...อ้าวหรอ”

พี่วิมลหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะหันไปจัดการงานของตัวเอง ส่วนฉันที่ในเวลานี้ไม่ไหวแล้วที่ต้องมาเห็นภาพนิมิตอุจาดในเวลากระชั้นชิดถึงสองครั้งสองคราในระยะเวลาไล่ ๆ กันก็ได้แต่ขอพี่วิมลไปล้างหน้าล้างตาทำใจในห้องน้ำสักครู่...

ซ่าาาา ~~

สองมือที่วักน้ำเข้าหน้าตัวเองแบบไม่กลัวว่าเครื่องสำอางที่ประทินบนใบหน้าบาง ๆ จะหลุดออกไป เพราะถ้ามันสามารถหลุดออกไปพร้อมกับภาพที่ยังคมชัดอยู่ในหัวได้ฉันเองก็ไม่นึกเสียดายเลยสักนิด

“เมื่อไหร่ไอ้พลังบ้า ๆ นี่มันจะหายไปสักทีนะ”

ดวงตากลมโตที่สั่นระริกยามมองภาพตัวเองที่สะท้อนจากกระจกบานใหญ่ฉายแววท้อใจอย่างไม่ปิดบัง

“หึ...นี่นะหรือ...นพนภา...ไม่ใช่ล่ะ..นี่นะหรือชมพูสิรินบรรณารักษ์สาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเจ้าระเบียบที่สุดในหอสมุดแห่งนี้ เฮ้อะไรจ๊ะ...อุตส่าห์รักษาภาพพจน์มาอย่างดีกลับมาสติแตกเอาวันนี้ได้ เฮ้ออออ ~~”

คำพูดตัดพ้อที่มีต่อตัวเองถูกส่งออกมาเบา ๆ ยามมองไปยังสภาพใบหน้าที่เปียกปอนเพียงเพราะต้องการจะชะล้างสลัดให้ภาพอุจาดหลุดออกไปจากสมอง

เพียงแต่...

สิ่งที่ฉันทำไปมันช่างน่าขันสิ้นดี...

ร่างบางเช็ดหน้าเช็ดตาแล้วพยายามเรียกสติให้กลับมาสุขุมดังเดิม ก่อนที่ตัวเองจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งแล้วเดินกลับมานั่งประจำตำแหน่งดั่งที่เคยนั่งอยู่ทุกวัน

แต่ทว่า...ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่พานพาให้ขนบนหัวลุกแปลก ๆ นั้นมันกลับทำให้หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรฉันนั้นถึงรู้สึกใจคอไม่ดีเลย

“จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกไหมเนี่ย ทำไมในใจมันถึงวูบโหวงแปลก ๆ แบบนี้นะ”

กำปั้นที่กดลงไปยังอกข้างซ้ายอย่างต้องการให้ความว้าวุ่นข้างในมันสงบลงในขณะที่สองขาก็กำลังก้าวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน เพียงแต่ว่า...เมื่อคนเรามันถึงคราวพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกอะไรก็ฉุดไม่อยู่เลยจริง ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป