บทที่ 1 PROLOGUE

ถ้าการตื้อคือกีฬา...ฉันคงได้แชมป์โอลิมปิก... เพราะอะไรน่ะเหรอ...ฮึฮึ...ฟังนี่นะ~

ฉันชื่อพริกแกงหรือพระนามเต็มคือพิรัญญา พิมลพรรณ ลูกสาวคนสวยของคุณนายงามพริ้ง พิมลพรรณ เจ้าของร้านขายข้าวแกงและอาหารตามสั่งที่รสชาติเด็ดสุดในย่านมหาวิทยาลัย XX

แต่บอกเลยว่าร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่ข้าวแกง พริกแกงคนสวยก็เด็ดไม่แพ้กัน ฮิ้ววววว~

อวยยศเก้าพุ่มเงินเก้าพุ่มทองให้ตัวเองหนึ่งกรุบ

และที่สำคัญแม่ฉันได้ทำการเช่าผูกขาดร้านกึ่งฟู้ดคอร์ตในคอนโดสุดหรูหราหมาเห่าอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่าแม่ฉันไปเป็นกิ๊กกับนิติคอนโดนี้หรือเปล่า ถึงได้มาง่าย ๆ

นั่นยังเป็นความลับของคุณนายงามพริ้งคนสวยอยู่ดี

แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญอีกต่อไปเมื่อฉันได้พบกับใครคนหนึ่งเข้าล่ะ

ไม่รู้โลกกลมหรือพรหมลิขิตบันดาลชักพาดลให้ฉันได้พบกับรุ่นพี่ในโรงเรียนที่ฉันแอบชอบมาตั้งแต่เรียนม. 1 ตอนนั้นเขาอยู่ม.3 ฉันเป็นเด็กกะโปโลใส ๆ เอาดอกไม้ไปให้เขาตอนวันวาเลนไทน์ ที่สาว ๆ นิยมให้ดอกกุหลาบกับคนหล่อ ๆ กัน

และฉันด้วย...แต่ทว่าขนาดช่อที่มันเอ่อ...ค่อนข้างใหญ่ไปนิดนึงนั้นทำให้ชื่อเสียงเรื่องการทุ่มเทให้ผู้ชายของฉันดังขจรขจายไปทั่ว เพราะผู้สนับสนุนหลักก็คือคุณนายงามพริ้ง ที่อยากให้ลูกสาวมีความสุขนั่นเอง

เรื่องสปอยลูกยกให้นางที่หนึ่ง!

‘ทำอะไรก็ทำ...จะเอาใหญ่แค่ไหนก็สั่ง เดี๋ยวเขาจะหาว่าแม่ค้าขายข้าวแกงอย่างฉันเลี้ยงลูกให้ดีไม่ได้’

นั่นแหละแม่ฉัน ผู้สนับสนุนให้ฉันมีสามีตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย...แฮ่ ๆ ล้อเล่น

แต่เพราะฉันกับแม่นิสัยวัยรุ่นเหมือนกัน ต่อให้อายุห่างกันแต่แม่ฉันไม่ยอมแก่เลย พร้อมกับแต่งตัวเป็นเพื่อนลูกด้วยซ้ำ

แต่เหมือนสวรรค์ยังไม่เห็นใจ ทำให้ช่อดอกไม้ช่อโตที่ถือมานั้นโดนลูกบอลอัดมันกระเด็นติดกำแพง

‘ให้ตายเถอะ...ฉันมาเดินทำไมอยู่แถวสนามฟุตบอลกันนะ’

ดอกไม้ช่อสวยในสภาพที่ดูไม่ได้จึงไม่ได้ส่งถึงมือรุ่นพี่คนนั้น และจากนั้นฉันก็ไม่มีโอกาสอีกเลยเพราะแม่ของฉันย้ายที่อยู่ด้วยปัญหาเรื่องการเช่าที่ทำมาหากิน ทำให้ต้องย้ายโรงเรียนตามไปด้วย

โคตรน้ำเน่า...เฮ้อ...น่าเศร้า!

แต่ยังไม่โจ้บบบบ....ใจเย็นท่านผู้ชมเรื่องมันยังมีต่อ เมื่อคอนโดที่สร้างใหม่ได้จัดสร้างคอมมูนิตี้ที่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ กับฟู้ดคอร์ต คุณนายงามพริ้งผู้มีรสมือระดับซังกงจากห้องเครื่องหลวงที่แดจังกิมยังต้องคารวะ ยื่นเรฟอาหารปิ่นโตชุดใหญ่ไฟกะพริบพร้อมกับยื่นซองประมูลได้มา และนั่นทำให้วาสนาด้ายแดงทำงานอีกครั้งหลังจากมันห่างกันไปนาน 5 ปีเต็ม

เรื่องนี้ว่าไม่ได้นะ...หากใช่คู่กันแล้วคงไม่แคล้วกัน และตอนนี้คนที่ฉันชอบก็มาฝากท้องกับร้านของแม่ฉันทุกวัน จนพี่ ๆ เขาอยู่ปีสามกันแล้ว และฉันก็อยู่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แค่อยู่คณะศิลปะศาสตร์ เอกอังกฤษ  ที่มีเพื่อนร่วมหวีดผู้ชายวิศวะด้วยกันอีกสองชีวิต คือนังลูกฟูกลูกเจ้าของโรงงานกระดาษ กับนังจูเน่ลูกเจ้าของเครื่องดื่มเจ้าดังที่วางขายในร้านสะดวกซื้อ

ด้วยความแน่วแน่อยากจะเป็นเมียวิศวะ...ภารกิจลับในการลูบเกียร์จึงบังเกิดขึ้น

คืนวันจันทร์พระจันทร์เต็มดวงเขาว่าแรง!

ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์เวลาห้าทุ่มห้าสิบเพราะหมอดูบอกว่าต้องเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ ๆ จะขลังมากเป็นพิเศษและพวกฉันสามสาวสวยคณะศิลปะศาสตร์โดดกิจกรรมรับน้องและเดินเตร็ดเตร่อยู่ในมหาวิทยาลัยจนกระทั่งถึงตอนนี้

ตอนที่บอกว่าของแรง เสน่ห์เมตตามหานิยม

ลูบเกียร์ครั้งนี้อีพริกต้องได้ผู้ ลูบเกียร์ครั้งนี้อีพริกจะต้องได้นั่งเฟอร์รารี ลูบเกียร์ครั้งนี้อีพริกต้องกินเฮียปัณณ์!

ฉันภาวนาในใจ

“อีพริก...มึงจำได้ใช่ไหม~ หมอดูบอกว่าเดินลูบชื่อคณะจนไปถึงเกียร์แล้วก็วนสามรอบร่อนเอวไปด้วยแล้วท่องชื่อคนที่อยากได้เป็นผัว”

นี่คือเสียงนังจูเน่ที่ชอบให้เกียรติเรียกสเตจเนมที่เพิ่ม ‘อี’ เข้าไป และไม่เข้าใจพริกแกงก็สองพยาง แต่ว่าเพื่อนชอบเรียกอีพริกมากกว่าพริกแกง ดูจิก ๆ ยังไงก็ไม่รู้

แม่ฉันยังไม่เรียกอีเลยพวกมันจะรู้ไหม๊...ให้ตายสิเพื่อนรักเพื่อนชั่ว

“เออ...รู้แล้วน่า...กูกำลังตั้งสติคำแรกกูจะเอ่ยชื่อพี่ปัณณ์ ปัณณธร วรานันท์โอเคนะ”

ฉันหันไปบอกเพื่อนพลางท่องในใจ ส่วนเพื่อน ๆ นั้นดูต้นทางเผื่อคุณลุงรปภ. จะมาขับไสไล่ส่งเพราะว่ามาทำ  ลับ ๆ ล่อ ๆ ที่ตึกคณะวิศวะและท่าทางไม่น่าไว้ใจ

“เออ...เร็ว ๆ เข้ายุงกัดกู...กูก็ไม่รู้ว่ามึงชอบคนเลว รู้อยู่พวกวิศวะมีแต่ถ่อย ๆ เถื่อน ๆ ทั้งนั้นก็อยากจะได้เป็นผัว ส่วนกูขอมองหมอหล่อ ๆ สะอาด ๆ ดีกว่า”

นั่นคือลูกฟูก อีลูกคุณหนูคือฉายา และไม่ได้มาด้วยโชคช่วยมันคือคุณหนูจริง ๆ แม้ต่อหน้าแม่จะเรียบร้อย แต่บอกเลยว่าตอนอยู่กับพวกฉันก็แรดไม่ต่างจากฉันสักนิด ที่สำคัญมีคอนโดอยู่ตึกเดียวกับร้านข้าวแกงของแม่ฉันด้วย

เรียกได้ว่าตัวแม่...ตัวมัม...ตัวมารดา...ตัวให้นมบุตรมาก สวย รวยครบ

“ถ้ามึงได้เห็นตอนเขากระแทกเข้ามาอย่างหนักหน่วงก้นเนียน ๆ ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อน่าลูบกับท่อนใหญ่ ๆ ขนาด 56 มึงจะเปลี่ยนใจ”

ฉันอวดสรรพคุณผู้ชายที่กล้ามบึกบักใหญ่โตทันที

“ขอบาย...สาบานต่อหน้าเกียร์เลยกูจะไม่เอาวิศวะทำผัว”

ฮึ ๆ...พวกสาบานแบบนี้ สุดท้ายก็เห็นได้กันอยู่ดี แต่เรื่องนั้นฉันจะไม่โต้เถียงใด ๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้สวรรค์ลงโทษคนปากไม่ดีอย่างนังลูกฟูกด้วยตัวเองเถอะ

ตอนนี้สิ่งเดียวที่จะโฟกัสคือลูบเกียร์แล้วก็ท่องชื่อคนที่ฉันจะไปเป็นเมียให้ขึ้นใจ ก่อนจะดูเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่เที่ยงคืนวันจันทร์ในคืนจันทร์เต็มดวงที่ปีนี้มีแค่วันเดียว และต้องรออีกสี่ปีจึงจะเวียนมาอีกครั้ง

ซึ่งอีพริกแกงรอขนาดนั้นไม่ได้

5 4 3 2 1

เวลาถอยหลังเข้าสู่ฤกษ์เสน่หาแล้วพริกแกงก็ไม่รอช้าเดินลูบป้ายคณะวิศวกรรมอย่างรวดเร็ว ก่อนเวลาจะเคลื่อนเลยไปยังเที่ยงคืนหนึ่งนาทีต้องทำให้เสร็จ แต่เมื่อถึงตรงรูปเกียร์เท่านั้นแหละ ใจของอีพริกแกงเต้นกระหน่ำยิ่งกว่ากลองชุดตอนเล่นเพลงร็อกท่อนโซโล

จากนั้นขาขาว ๆ สวมด้วยรองเท้าผ้าใบก็ก้าวเข้าไปก่อนจะตกหลุมลึก

ใช่...หลุมลึกเลย...ไม่ใช่หลุมรัก

พรวด โครม~

เหี้ย~

แค่ก แค่ก แค่ก!!!

ฉันสำลักน้ำในบ่อน้ำและใช่มันใสจนฉันไม่เห็นอะไรเลย

“เฮ้ย...อีพริกมึงร้องเหี้ยทำไมก่อน บอกให้ท่องชื่อผัว เดี๋ยวก็ได้ผัวเป็นเหี้ยหรอก” อีจูเน่ ที่ยังมองด้านหน้าแต่ทว่าปากด่าฉันฉอด ๆ โดยไม่หันมาดูเลยว่าเพื่อนมันสำลักน้ำในบ่อน้ำตรงรอบป้ายเกียร์แล้ว

“พวกมึงมานี่”

สองเพื่อนซี้ปึ๊กเดินเข้ามาพร้อมกับเห็นสภาพฉันจากนั้นมันก็หัวเราะจนกลิ้งอยู่ที่ลานเกียร์

เหี้ยจริง ๆ ไม่ใช่เพื่อนนะ ชีวิตฉันเนี่ยเหี้ยมาก

“มึงลงไปนอนเล่นทำอะไรในนั้น” จูเน่ถามไปหัวเราะไปแล้วแทนที่จะช่วยกลับปล่อยให้ฉันอยู่ในบ่อน้ำ

“มึงเห็นบ่อน้ำตรงใต้เกียร์ไหม”

“เห็น” สองคนตอบพร้อมกัน

“เออ...กูไม่เห็น”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า....นอกจากมันจะไม่ขยับลุกขึ้นมาจากพื้นที่กำลังนอนขำกลิ้งแล้ว มันยังยกมือถือขึ้นมาถ่าย

“จูเน่...ลูกฟูก...ช่วยกูก๊อนนนน”

นั่นคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่สุดแสนอนาถใจของฉันตอนที่ตั้งใจมาลูบลานเกียร์ขอฝากตัวเป็นเมียวิศวะ

Rip

ขอยืนไว้อาลัยให้กับความซุ่มซ่ามของตัวเองหนึ่งนาทีค่ะ

นี่แค่เกริ่นนะ...เดี๋ยวไปชมกันต่อว่าที่บอกว่า * ถ้าการตื้อคือกีฬา...ฉันคงได้แชมป์โอลิมปิก...*  มันคือยังไง

บทถัดไป