บทที่ 2 I พิเศษใส่ไข่หรือใส่ใจดีคะ 1/2

Day 1 ภารกิจเปลี่ยนฉันเป็นแฟนเฮีย

เช้าวันนี้ฉันตื่นตั้งแต่ตีห้า ลากนังลูกฟูกให้ตื่นมาช่วยกันเมคอัพหน้าตีฟาร่าผมยิ่งกว่าภารกิจระดับจักรวาลเสียอีก เพราะอะไรน่ะเหรอ 

ก็วันที่ไปลูบเกียร์ชีวิตเหี้ย ๆ ของอีพริกก็ต้องนอนเดี้ยงไปหนึ่งอาทิตย์ จากนั้นก็ไม่มีเวลาไปเสนอหน้าทำคะแนนกับพี่ปัณณ์น่ะสิ แม้ว่าห้องจะอยู่คนละชั้นกับลูกฟูก แต่ว่าฉันก็ไม่กล้าเอาสภาพโทรม ๆ ของตัวเองไปให้เฮียปัณณ์ของฉันเห็นเด็ดขาด 

เดี๋ยวจะไม่ประทับใจ

“อาจารย์เลื่อนคลาสเรียนบ่าย จะตื่นแต่เช้าทำอะไรมิทราบ” ลูกฟูกที่เป็นช่างผมประจำวันนี้บ่น 

อ้อลืมเล่าไป ห้องนอนห้องนังลูกฟูกมีสองห้อง และด้วยความที่กลัวเพื่อนเหงาฉันกับจูเน่จึงหอบผ้าหอบผ่อนมานอนบ้านมัน ด้วยการเสนอค่าเช่าที่เหมือนอยู่ฟรีให้ 

แต่คนขี้งกอย่างลูกฟูกไม่มีทางที่จะมีน้ำใจบอกให้อยู่ฟรีเด็ดขาด เรียกได้ว่าเขี้ยวกับเพื่อนเอาไว้เปย์กับผู้ 

เพื่อนเลว!

“ฉันไม่ได้เจอเฮียปัณณ์มาหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ เดี๋ยวเขาลืมหน้าฉันพอดี อีกอย่างฉันได้ยินว่าเขาเลิกกับแฟนคนที่ร้อยแล้วมั้ง”

“ก็เห็นว่าเขาเจ้าชู้ มึงก็ยังปักใจ ถามจริงจะเก็บจิ้นไว้ให้อีเฮียปัณณ์คนเดียวว่างั้น”

ลูกฟูกพูดไม่ผิด ถ้าครั้งแรกของฉันต้องเป็นเขาคนเดียว ต่อให้ไม่ได้คบก็ขอให้ได้กัน อย่างน้อยจะได้เก็บเป็นความทรงจำ 

ฟินจะตายไป~~ 

ครืดดด ~ ครืดดด~

ฉันที่ฝันหวานได้ครู่เดียวเสียงโทรศัพท์ของฉันก็สั่นเตือน และไม่รอช้าอีพริกรับทันทีเพราะเป็นเสียงเรียกจากสายสืบตัวฉกาจของตัวเอง

“ฮัลโหลว่าไงพี่หยี่”

(น้อพิเสะหรือยัง) นั่นคือภาษาไทยสำเนียงต่างประเทศแถว ๆ ตะวันตกของไทยที่แปลว่า น้องพริกเสร็จหรือยัง 

“เสร็จแล้วพี่หยี่จะลงมากันแล้วเหรอ”

“ช่า...น้อรินกะน้อปั้น...มากานแล้ว” 

คำว่าน้องรินกับน้องปั้นมากันแล้วหมายถึงพี่รินแฟนพี่ปั้นเพื่อนกลุ่มเดียวกับเฮียปัณณ์นั่นแหละ เพราะเมื่อทั้งสองลงมาจะเป็นเวลาของเฮียปัณณ์ของฉันจะลงมาพร้อมกับแฝดพี่ที่ชื่อเฮียปุณณ์

และสายสืบคนสำคัญอย่างพี่หยี่ที่เป็นลูกจ้างของแม่ฉันตั้งแต่ฉันอายุได้สองเดือนก็ทำให้น้องสาวอย่างฉันที่เลี้ยงมากับมือได้สมหวัง

พี่หยี่น่ารักฟุด ๆ ไปเลย~ 

“พริกจะลงไปเดี๋ยวนี้ แม่เตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้วใช่ไหม” แม่มักจะเตรียมอาหารตอนเช้าเอาไว้ให้เสร็จ ให้พี่หยี่กับลูกจ้างอีกคนที่กินเงินรายวันขาย ส่วนแม่จะไปทำบุญกับหาของสดทุกวัน เป็นแบบนี้จนฉันอายุสิบเก้าปี 

ฉันรีบวางสายคว้ากระเป๋าใส่อุปกรณ์การเรียนขึ้นก่อนจะรีบลงเอาหน้าไปเสนอให้กับผู้ชายที่ฉันชอบ

แน่นอนว่าอาหารที่ทั้งสามคนชอบคือหมูกรอบ ไม่ว่าจะเป็นผัดกะเพราหรือผัดพริกแกง ทั้งสามคนก็จะสั่งแบบเดิม ๆ บางวันจะมีพวกต้มยำหรือต้มจืดด้วย และฉันรู้มาว่าพี่รินก็ทำอาหารเก่งเหมือนกัน แต่ที่ไม่ทำอาหารกินในตอนเช้าหรือมื้อกลางวันเพราะไม่อยากเตรียมของในวัน   ยุ่ง ๆ น้อยครั้งที่ฉันจะเห็นพวกเขามากินมื้อเย็นที่ร้านของแม่ฉัน คงเป็นมื้อที่ทุกคนต่างรวมกันกินที่ห้องใครสักคน

ร้านอาหารแม่งามพริ้งเมื่อใดก็ตามที่มีลูกสาวอย่างพริกแกงมายืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเสนอหน้า เหล่าหนุ่ม ๆ ในคอนโดนี้ก็จะมารุมซื้อกันจนแถวไม่ว่างเลยทีเดียว 

ต้องขอบคุณเบ้าหน้าฟ้าประทานของฉัน แต่ถึงกระนั้นฉันก็ไม่ได้คบใครง่าย ๆ หรอกนะ เพราะฉันก็เลือกกินเหมือนกัน 

แต่คนที่ฉันจีบได้ข่าวว่ากินไม่เลือกนะถ้าผู้หญิงอายุมากกว่า ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกว่าอายุมากกว่ามันเคี้ยวมันกว่าเด็กหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้พบกันอีกครั้ง ฉันเห็นเขาควงแต่รุ่นพี่ที่อายุมากกว่าหนึ่งถึงสองปี ไม่เคยควงปีเดียวกันเลย 

เรื่องนี้ฉันก็อยากรู้และมันน่าสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่เอาไว้ก่อน นั่นเป้าหมายมาแล้วล็อกเป้าแล้วเตรียมจู่โจมกันไปเลย~~~

“สวัสดีค่ะเฮียปัณณ์ เช้านี้จะรับอะไรดีคะ” ฉันฉีกยิ้มชะโงกหน้าไปท้ายแถว และคิดว่าสวยที่สุดตั้งแต่เกิดมาและแน่นอนผมสีเชอร์รี่ที่เพิ่งเปลี่ยนสีย่อมรับกับเบ้าหน้าฟ้าประทานของฉันทั้งยังเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนชวนให้หลงใหล

ฉันมั่นหน้าพอตัวแหละ~

เฮ้อ! 

เสียงถอนหายใจมาจากด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสียงจากเฮียปัณณ์ของฉันเอง แต่ใครจะสนเบื่อยังไงก็ยังมากินข้าวร้านฉันทุกวันอยู่นี่นา นี่ถ้าไม่ใช่รสมือคุณนายงามพริ้งฉันจะคิดว่าพี่เขาติดใจฉันแหละ 

“น้องพริกคะ...อีปัณณ์อยู่หลังสุดแต่เลือกทักก่อนเลยนะ แซงคิวไม่ได้นะคะ” นั่นคือพี่รินคนสวยที่แซ่บสะเดิดมาก ๆ ฉันชอบพี่เขาและพี่เขาเป็นคนตลก 

“พี่รินของแบบนี้เขาเรียกว่าหล่อเลือกก่อนค่ะ”

“ไม่ใช่หล่อเลือกได้เหรอครับ” พี่ปั้นที่ยืนข้างพี่รินรีบมาสมทบพร้อมกับแซวฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป