บทที่ 4 Day 1 I หินหรือเหี้ย 1/2

ฉันยกจานข้าวราดด้วยพริกแกงหมูกรอบแบบพิเศษใส่ไข่ดาว และแน่นอนว่าหมูกรอบของแม่ฉันก็ตักให้ว่าที่ลูกเขยแบบไม่อั้นกลัวไม่อิ่ม และเลือกไข่ดาวฟองใหญ่ที่สุดให้สองฟอง จะได้ฟิตปึ๋งปั๋งซอยบั้นเอวแรงไม่ตก 

          ในหัวคิดมีแต่เรื่องนี้จริง ๆ ผู้หญิงใส ๆ แหละ 

          “นี่น้องพริกแกง...ตักให้ไอ้ปัณณ์ไม่กลัวขาดทุนแบบนี้ คุณแม่ไม่ว่าเหรอจ๊ะ” เรียกชื่อเต็มแบบนี้คุณพี่รินประชดชัวร์ป้าบไม่ต้องสืบเลยแหละ

          “ไม่ค่ะ”

          “ไม่ว่า?”

          “ไม่รู้ต่างหาก-อิอิ” 

          ใช่ถ้าแม่รู้ก็โดนหักเงินน่ะสิ แต่อันที่จริงถ้าใครหล่อจะบริการเป็นพิเศษนิดหน่อยต่างหาก แต่ที่พิเศษสุด ๆ ก็มีแค่คนเดียวคือเฮียปัณณ์เท่านั้นเอง 

          “โธ่...พี่ก็นึกว่าคุณนายงามพริ้งขายข้าวแกงรวยจนให้ลูกสาวแถมให้เยอะ ๆ ก็ว่าจะมาอุดหนุนสามมื้อไปเลย”

          “ขายข้าวแกงจะไปรวยได้ยังไงพี่ริน นี่พริกก็กำลังช่วยแม่หาวิธีลัดอยู่ค่ะ อยากเป็นคนรวยเหมือนกัน” ฉันส่งสายตาพราวระยับให้กับพี่ริน

          พี่รินงงอะสิ วิธีลัดคือวิธีอะไรแต่ฉันเตรียมคำตอบเอาไว้อยู่แล้วล่ะ

          “ทำไม...หนูจะรวยทางลัดแบบเปิดธุรกิจสีเทาเหรอ” พี่รินโน้มหน้าลงมาใกล้ พลางกระซิบให้ได้ยินกันทั้งโต๊ะ!

          ใช่...กระซิบทำไมถ้าจะได้ยินกันทั้งโต๊ะ ฉันก็ไม่เข้าใจพี่แก 

          “หนูก็กำลังจะหาสามีรวยอยู่ค่ะ แม่จะได้ไม่ลำบาก นี่ก็รอพี่ปัณณ์ใจอ่อนอยู่นะ ไม่รู้จะให้หนูรอถึงเมื่อไหร่” 

          “....”! ทั้งสี่คนส่ายหน้าให้ฉัน แต่ฉันมองแต่พี่ปัณณ์คนเดียว ดูเหมือนเขาเย็นชาแม้จะไม่ได้กินชาเย็นก็ตาม

          ใจแข็งเว่อร์ 

          แต่ไม่เป็นไรอาจจะเขินก็เป็นได้ คนหล่อมักไม่ค่อยแสดงออก มันเป็นคาเรกเตอร์

          “แล้วรู้เหรอว่าอีปัณณ์รวย”

          “แน่นอนสิ...ก็พี่รินเล่าให้ฟังเองไง ละเอียดยิบยันชื่อแม่เลยล่ะ ลืมล่ะสิเนี่ยจำอะไรตอนเมาไม่ได้เลย” ฉันแกล้งเฉไฉไป เพราะมีอยู่วันหนึ่งพี่ ๆ ผู้ชายไม่ว่างพี่รินชวนฉันขึ้นไปกินเหล้า สุดท้ายพี่รินเมามากแล้วก็ถามอะไรบอกหมดเลย 

          ฉันก็เลยรู้ว่าพี่ปัณณ์น่ะเป็นคนที่รักเพื่อนมาก ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าพี่รินมีแฟนฉันยังคิดว่าพวกเขาเป็นกิ๊กกันแน่นอน เพราะสนิทยิ่งกว่าแฟนอีก หากคนนอกมองเข้าไปเคมีเคใจโคตรดี 

          “ไอ้เหี้ยริน!”

          เสียงพี่ปัณณ์สบถทั้งทำปากขมุบขมิบเหมือนแช่ง แต่ฉันรู้ว่าเขาโกรธไม่จริงหรอก หากโกรธจริงคงไม่คบกันมาขนาดนี้ ได้ข่าวว่าวีรกรรมระหว่างเพื่อนน้อยที่ไหนกัน 

          “ก็มึงโสด...ก็ต้องช่วยเชียร์หน่อย” พี่รินแก้ตัว 

          “ขอบใจวันหลังไม่ต้อง”

          แต่ฉันยิ้มให้กับพี่ปัณณ์นะ เวลาเขาโกรธยังน่ารักเลย เฮ้อ...ตกหลุมรักซ้ำ ๆ มันเป็นอย่างนี้นี่เองเพิ่งรู้ 

          ใจเราไม่เป็นของเราก็งี้แหละ พริกแกงเอ้ย

          “พี่จะบอกอะไรให้ ไอ้ปัณณ์มันไม่ชอบกินเด็ก...ชอบแก่ ๆ เหี่ยว ๆ เหนียว ๆ เคี้ยวนาน ๆ แถมติดฟันอีก” 

          พี่รินพูดซะเห็นภาพบอกตรง ๆ ที่บรรยายมานั่นฉันจินตนาการได้อุบาทว์มาก เหมือนผู้ชายเด็กคบกับคนรุ่นแม่ และฉันก็ลอบมองพี่ปัณณ์ว่ามีปฏิกิริยาอะไรไหม แต่ดูเหมือนเขาจะชอบใจที่พี่รินพูดอย่างนั้น นอกจากไม่ขัดก็ไม่ด่าสวนกลับด้วย หรือว่าเขากำลังทำให้มันชัดเจนขึ้นว่าฉันไม่ใช่สเปกเขานะ

          ว้าอกหักซ้ำซาก 

          แต่เลือดนักสู้ในตัวอีพริกมันแรง ไม่มีวันยอมแพ้ 

          “แต่พริกก็อยากให้เฮียลองเคี้ยวหนูดูบ้างนะคะ นอกจากเคี้ยวมันแล้วบางทีอาจจะติดใจแทนติดฟันก็ได้” 

          แน่นอนสิหญ้าอ่อน ๆ ใคร ๆ ก็ชอบทั้งนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันมีพี่ปัณณ์อยู่ในใจล่ะก็ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาขายขนมจีบกันเต็มหน้าร้านข้าวแกงแม่งามพริ้งไปหมดแล้ว

          ไม่ได้อยากจะโม้ 

          “พี่ก็เชียร์หนูเต็มที่นะ...แต่บางทีหากทางข้างหน้ามันมืดมนอย่าเดินไปเลย ปล่อยให้มันเดินไปคนเดียวเหอะ เพื่อนพี่น่ะมันไม่น่าคบหรอก”

          “แต่พวกพี่ก็ยังไม่เห็นเลิกคบกันเลยนี่” ฉันเอียงคอถามอย่างสงสัย อันนี้ซีเรียส ไม่น่าคบแล้วยังทนคบกันทำไมนะ 

          “ไร้ทางเลือก” พี่รินป้องปากกระซิบ อันนี้กระซิบจริง ๆ แต่ไม่พ้นหูเจ้าตัวที่ถูกนินทาจนเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง

          ฟิ้ว! แปะ!

          แตงกวาในจานข้าวของพี่ปัณณ์ลอยมาทางพี่ริน แต่พี่รินว่องไวหลบทัน และใช่โดนฉันเต็ม ๆ ดีนะไม่เลอะพริกแกงไม่งั้นแสบแย่ 

          “ไอ้ปัณณ์มึงนี่เห็นไหมว่าโดนน้อง เล่นห่าอะไรของกิน” นั่นคือเสียงพี่ปุณณ์ที่กินเงียบ ๆ อยู่นานเอ่ยขึ้นปรามน้องชายตนเอง แต่ทว่าเฮียแกก็ทำหน้าไร้ความสำนึกผิด   ใด ๆ 

          อืม...เลือดเย็นมาก

          ช่างเถอะ...แค่หล่อก็ให้อภัยหมดนั่นแหละ ช่วยไม่ได้ดันมาโดนใจอีพริกแกงนี่นา เรื่องลำเฮียงไม่ต้องพูดถึง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป