บทที่ 6 I ไม่ได้ใจแต่ได้เลือด 1/2

ฉันแยกย้ายกับพี่ ๆ จากนั้นก็ไปเรียนตอนสิบโมงพร้อมกับอัพเดตชีวิตให้กับสองสาวลูกฟูกและจูเน่ฟัง 

          “มีเรื่องจะเม้าท์”

          “ถ้าบอกว่าเฮียปัณณ์หล่อกูจะตบ” จูเน่รีบดักคอ เพราะทุกวันฉันพูดเรื่องนี้จนมันเอือมระอากันหมดแล้ว 

          “อะไรอ่า...รู้ทันตลอดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ฉันแกล้งหน้ามุ่ย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนี่ เฮียปัณณ์หล่อมากโดนใจด้วย อีกอย่างตอนนี้เขาโสดดังนั้นฉันมีสิทธิ์ 

          “หล่อเหี้ย ๆ เลยนะแกวันนี้”

          “ถ้าไม่มีคำว่าหล่อก็เหี้ยอย่างเดียวแหละกูว่า”

          “....” 

          ดอกนี้เจ็บ ทำไมทุกคนต้องด่าว่าที่ลูกเขยคุณนายงามพริ้งขนาดนั้น เท่าที่ฟังพี่รินเขาเป็นคนดีมากนะ ยิ่งเห็นว่ารักและปกป้องเพื่อนกันขนาดนั้นจะให้ฉันเลิกรักได้ยังไง

          “แฟนฉันเป็นคนดีย่ะ”

          “เขารับมึงเป็นแฟนแล้วหรือไง ตื่นได้แล้วอีพริก มึงก็สวย แต่ว่ามึงวิ่งไล่ตามผู้ชายเอาซะไม่มีค่าเลย”

          ฮะ...ไม่มีค่าได้ยังไง นี่ไล่ตามผู้ชายก็ใช้เงินนะ แถมแม่งามพริ้งยังลงทุนให้ลูกสาวไปยกกระชับหน้าทำเมโสหน้าใส อ่อนวัยตลอดไปด้วย 

          เฮ้อ...บางทีเพื่อนก็ไม่ให้กำลังใจเลย ให้ตายสิ!

          ฉันไปเรียนแล้วก็กลับห้องโดยวันถัดมาทั้งจูเน่และลูกฟูกไม่อยู่ทั้งคู่ เมื่อจะกลับบ้านไปนอนกับแม่ แต่แม่ก็ไปธุระต่างจังหวัดเสียอีก ไม่รู้วันนี้วันอะไรกันสุดท้ายคนขี้เหงาก็ได้อยู่คนเดียวในคอนโด

          ส่วนพี่หยี่ต้องกลับไปเฝ้าบ้านให้แม่ ไม่สามารถอยู่เล่นกับฉันได้และฉันก็ทักหาพี่รินทันที 

พริกแกงไม่เผ็ดเด็กกินได้: พี่รินเหงาตัวเท่าบ้าน

R-rin Love Pan: ?

พริกแกงไม่เผ็ดเด็กกินได้: แม่ไม่อยู่ เพื่อนไม่อยู่ อยู่คนเดียวววว...กลัวผี 

R-rin Love Pan: มาห้องพี่ถึงแล้วจะลงไปรับ

พริกแกงไม่เผ็ดเด็กกินได้: รัก

ฉันรีบแต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นสบาย ๆ เหมือนอยู่ห้องกับเสื้อกล้ามทันที โดยมีเสื้อแจกเก็ตครึ่งตัวสวมทับเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด จากนั้นก็เดินไปยังห้องพี่รินคนสวย

เมื่อมาถึงพี่รินกลับบอกว่าให้เอาคีย์การ์ดที่นิติได้เลยโทรบอกแล้ว และขึ้นไปยังชั้นที่เป็นห้องของพี่ปั้น 

อย่างที่บอกตึกนี้เป็นตึกข้าง ๆ คนละคอนโดกัน แต่ตั้งอยู่ใกล้กันดังนั้นเดินไม่ไกล ส่วนฉันอยู่ตึกเดียวกับพี่ปุณณ์และเฮียปัณณ์ แต่ไม่เคยเจอกันหรือสวนกันในลิฟต์สักที

ช่างเป็นอะไรที่น่าเศร้ามาก ๆ ให้ตายเถอะ

ลิฟต์พาฉันขึ้นมาชั้นบนและเป็นชั้นที่เรียกได้ว่าแพงมากแถมวิวโคตรดี หากมีสามีรวยก็อยากซื้อหรอก ตอนนี้เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ ให้ได้ก่อน 

ลิฟต์ที่นี่ใช้คีย์การ์ดขึ้นมาก็จริง แต่ใช่ว่าคีย์การ์ดจะใช้เข้าห้องได้ เพราะเป็นประตูดิจิตอลและต้องมีรหัสเท่านั้นฉันเลยยืนรอพี่รินมาเปิดประตูอยู่หน้าห้องหลังจากทักไปบอกแล้ว แต่พี่รินบอกกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ ฉันเลยยืนรอ 

แต่ว่าเสียงลิฟต์ก็ดันเปิดที่ชั้นเดียวกันด้วย และร่างที่ปรากฏด้านหลังกลับเป็นเฮียปัณณ์ ฉันจึงฉีกยิ้มให้ทันที 

แต่ดวงตาคมจ้องฉันนิ่ง ความเย็นชาฉายออกมาชัด แต่เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ลึก ๆ ที่ฉันก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน

“ใครชวน?” 

เฮียถามฉันเชิงว่าใครเชิญมา ทำให้ฉันหน้าซีดทันที ที่จริงพบเจอข้างนอกก็กล้าเล่นอยู่หรอก แต่ว่าพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้ก็ไม่กล้ารบกวนมาก กลัวเขาจะคิดว่าฉันเป็นพวกซาแซงที่ชอบตามติดชีวิตดารา แม้เขาจะเป็นแค่คนหล่อรวย แต่ฉันก็ไม่ได้โรคจิตขนาดนั้น

สาบานได้ว่าแค่อยากมาคุยกับพี่รินต่างหาก

“พี่รินค่ะ” 

ตอบเสร็จก็ก้มหน้าลงทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่สายตาแบบนั้นมันพาให้หัวใจไหววูบรู้สึกเจ็บแปลบในอกเหมือนกัน

“วุ่นวายชิบ!”

(T^T)

รังเกียจพริกมากเลยเหรอ?

พริกเสียใจ...แงงง~ทำไมใจร้ายมากล่ะ ไม่คิดจะพูดดี ๆ กันเลยหรือไง แต่ว่าพี่ปุณณ์ไม่รู้สงสารหรือสมเพชเดินมาตบที่ไหล่ฉันเบา ๆ 

“อย่าไปฟังหมาเห่า...มาเถอะ”

เนี่ย...เมื่อก่อนมองว่าพี่ปุณณ์ดุ แต่ที่จริงใจดีมากนะ ไม่เหมือนอีกคนหรอก นี่ฉันตกหลุมรักผิดคนหรือไงนะ 

เฮ้อ...เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันหรือเปล่า

จากใบหน้าเศร้า ๆ เมื่อครู่เปลี่ยนสีฉับพลัน จากนั้นส่งยิ้มประกายสดใสให้กับพี่ปุณณ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป