บทที่ 7 I ไม่ได้ใจแต่ได้เลือด 2/2

“พี่ปุณณ์ใจดีจัง”

ฉันชมเปาะ แต่ดูเหมือนอีกคนไม่พอใจปิดประตูกระแทกใส่หน้าเราสองคน 

ชิ! ร้ายแบบนี้อย่ามารักอีพริกคนนี้วันไหนแล้วกัน จะปั่นให้หัวหมุนเลย 

เนื่องจากพี่แฝดมีรหัสเข้าห้องฉันก็เลยไม่ต้องรอพี่รินมาเปิดให้ ก่อนจะสวัสดีด้วยมารยาทอันงดงาม แล้วก็หลบเข้าครัวไปช่วยพี่รินทำอาหาร 

“พี่รินทำอะไรคะ...พริกช่วยค่ะ”

“ทำยำไข่ดาว ยำไข่เยี่ยวม้า หอยแครงลวก แล้วก็ต้มโคล้ง กุ้งแช่น้ำปลา”

ฟังจากเมนู คืนนี้น่าจะเมาแน่ ๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกกับแกล้มทั้งนั้น เน้นกินเล่น

“เริ่ด...เดี๋ยวพริกจะโชว์ฝีมือยำสูตรคุณนายงามพริ้งนะคะ” ฉันบอกก่อนจะหั่นเครื่องยำให้พร้อม เพราะยำน่ะทำง่าย ส่วนพี่รินทอดไข่ดาวอยู่ 

“แม่เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงนี่ดีเนอะ ทำอาหารเก่ง”

“ไม่เก่งไม่ได้ ตอนเด็ก ๆ ต้องช่วยแม่” ฉันว่าก่อนที่ภาพความทรงจำในวัยเด็กระหว่างแม่กับฉันจะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา

และมีแค่ฉันกับแม่โดยไม่รู้ว่าพ่อของฉันเป็นใครด้วยซ้ำ

พวกเราจะว่าลำบากก็ไม่ใช่ สบายก็ไม่เชิงแค่พอมีพอกิน แม่เป็นคนประหยัด แต่สำหรับฉันแม่ไม่เคยประหยัดสักอย่าง แต่ฉันรู้ว่าแม่เหนื่อยมากจึงไม่ได้สุรุ่ยสุร่ายมากนัก มีแค่ช่วงเทศกาลบ้างที่กินของอร่อย อันที่จริงฉันไม่มีของเล่นเลยด้วยซ้ำ เพราะมันเปลืองเงินโดยใช้เหตุ 

“แต่น้างามพริ้งทำหมูกรอบเด็ดมาก แล้วนี่น้างามไปไหนล่ะ”

“ช่วงนี้แม่มีพบปะสังสรรค์บ่อย เห็นบอกว่าเลี้ยงรุ่นอะไรประมาณนั้นเลยไม่ได้กลับบ้าน”

“ก็เลยโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว”

“ใช่...นอนคอนโดลูกฟูกด้วย กลัวผีมาก” ฉันเสริมอีกหน่อย ที่จริงเกลียดการนอนคนเดียวมาก ๆ ถ้านอนคนเดียวต้องเปิดไฟนอน 

“กลัวผีเหรอ”

“ใช่...กลัวผีมาจับหัว” น้ำเสียงทะเล้นซ่อนเร้นความในส่งไป ทำให้เราทั้งคู่มองสบตากัน

แล้วเสียงหัวเราะของพี่รินก็ดังขึ้น จากนั้นคำสองแง่สองง่ามก็หลุดมาเป็นพรวน ที่จริงฉันไม่ใช่คนลามกจกเปรตนะ แต่ว่าฟีลลิ่งมันพาไป จนกระทั่งพี่รินทำกุ้งแช่น้ำปลาเสร็จ น้ำจิ้มซีฟู้ดสีเขียวสดราดลงบนตัวกุ้งจานโตท้อปด้วยหอมเจียว น่ากินมาก ๆ 

“โอ้โห้ทำไมน่ากินแบบนี้”

“นี่แหละเมนูเลียนิ้วของไอ้พวกสามป. ไอ้ปัณณ์ชอบเป็นพิเศษ”

อู้หู...นี่รู้เรื่องของเฮียปัณณ์เพิ่มอีกเรื่องแล้วนะ กุ้งแช่น้ำปลาเขาชอบ เอาไว้จะให้คุณนายงามพริ้งสอนให้ทำจะได้ทำไปฝากเฮียปัณณ์บ่อย ๆ หรือตกลงเป็นแฟนกันเมื่อไหร่จะได้ทำให้กินแบบเอาอกเอาใจ หลังจากเอากัน

อิอิ...ทะลึ่งแหละฉันน่ะ

“แล้วเฮียปัณณ์ชอบอะไรอีกคะ” 

“ก็มีหมึกผัดไข่เค็ม ปูผัดผงกะหรี่แต่เครื่องเทศ   น้อย ๆ นะ กุ้งเผาอื่น ๆ ก็...” พี่รินเล่าไปเรื่อย ๆ ฉันก็เก็บเอาไว้ในสมองแล้ว จำแม่นกว่าเลขประจำตัวประชาชนตัวเองอีกนะไม่อยากจะคุย

“เฮียปัณณ์นี่กินง่ายดีเนอะ” ฉันว่ายิ้ม ๆ แต่ทว่าเสียงจากตู้เย็นที่อยู่ใกล้ ๆ ที่เปิดออกพร้อมเสียงกรุ้งกริ้งของขวดเบียร์ และเหล้ากระทบกัน โดยมีเสียงเจ้าของชื่อตอบกลับมา 

“แต่ใจไม่ง่ายเหมือนใครบางคน” 

“....”

โอ๊ย...เจ็บมาก...ทำไมปากเสียอย่างนี้

คำพูดของเขาคมเหมือนมีด ที่มันเฉือนอะไรบางอย่างในอกฉันจนชา แต่แววตาที่วูบขึ้นมานั้น…มันไม่ได้ไร้ความรู้สึกอย่างปากเลย

หรือเขาจะเป็นคนปากอย่างใจอย่าง?

“อย่าว่าน้อง” พี่รินปรามเพื่อนนั่นทำให้ฉันบิดปากคว่ำรีบดึงน้ำตากลับไปก่อนมันจะหยดลงมาให้อับอาย

ใช่ฉันแสดงแหละ ให้ดูน่าสงสาร

“สนใจขนาดนี้เอาสมุดมาจดเลยไหม...เรื่องเรียนสนใจเท่านี้หรือเปล่า” ดอกนี้สะเทือนบอกเลย เคยมีใครบอกไหมว่าพี่เขาน่ะปากปีจอสุด ๆ  

          แต่ใครจะสนทำหูดับต่อไป

“แล้วหมูกรอบล่ะชอบไหม” ฉันหันไปถามพี่รินไม่อยากคุยกับคนปากไม่ดีแถวนี้แล้ว ช้ำใจ 

“ถามมันเองเลยชอบไหม” พี่รินชงเข้มมาก โยนให้เจ้าตัวที่มาเอาเครื่องดื่มที่แช่เอาไว้เป็นคนตอบ ส่วนฉันยกหางคิ้วเชิงถามว่าชอบหรือเปล่า 

 “ชอบสิ” พี่ปัณณ์ตอบพลางยกยิ้มมุมปากแบบไม่น่าไว้ใจเลย จะด่าอะไรอีกหรือเปล่านะ

 แต่เมื่อฉันจะอ้าปากถามอีกคำเขาเอ่ยขึ้นก่อน

“ที่จริงก็ชอบทุกอย่าง...ยกเว้นอยู่อย่างเดียว”

“แล้วอะไรคะ...ที่เฮียไม่ชอบเดี๋ยวพริกจะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลย” ฉันทำเสียงเล็กเสียงน้อยให้ดูน่ารัก

“คนชื่อพริกแกง!”

ตอบเสร็จยิ้มชั่วร้ายแล้วเดินออกไป...ร้ายมาก...ร้ายสุด ๆ ทำเอามือที่หั่นพริกอยู่สั่นและพลาดจนได้ 

ชึบ! ??”?????

เลือดไหลจากปลายนิ้ว แต่ทำไมมันเจ็บไปถึงใจ… ตอนนี้ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่รู้ว่าเพราะมีด หรือเพราะคำพูดเฮีย ฉันก็ไม่รู้แล้ว

ไม่ได้ใจแต่ได้เลือดแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป