บทที่ 7 5
สองคนพี่น้องเดินมาจนถึงหน้าประตูร้านขายดอกไม้ของผิงอัน
กริ๋งๆๆ 🎐เสียงกรุ๋งกริ๋งของโมบายที่ถูกแขวนอยู่บนประตูดังขึ้นเมื่อคาร์ลเตอร์ผลักประตูเข้ามา ส่งสัญญาณบอกให้เจ้าของร้านขายดอกไม้อย่างผิงอันได้รับรู้ และอย่างเคยชินที่เธอจะพูดต้อนรับลูกค้าอัตโนมัติ
“ร้านดอกไม้อันอันยินดีต้อนรับค่ะ สนใจดอกไม้หรืออยากให้จัดช่อดอกไม้แบบไหนบอกได้เลยค่ะ..” เธอเงยหน้าขึ้นจากการจัดช่อดอกกุหลาบ ส่งยิ้มหวานพร้อมกล่าวทักทายบุคคลที่เข้ามาภายในร้าน
แต่เมื่อผิงอันได้มองผู้ชายทั้งสองคนชัดๆ ก็จำได้ในทันทีเลยว่าพวกเขาเป็นใคร คนหนึ่งคือคนที่เธอพาไปโรงพยาบาล อีกคนคือคนที่เธอแปะพลาสเตอร์ให้ที่มือ และถ้าจำไม่ผิดทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน วันนี้ได้มองหน้าชัดๆถึงได้รู้ว่าพวกเขาหล่อเหลาอย่างกับเทพบุตร สีผมบลอนทองและดวงตาสีฟ้าเข้มกับสีฟ้าอมเขียวมันช่างงดงามและเป็นที่น่าสะกดใจเหลือเกิน
“คุณเลือดท่วมตัวกับคุณพลาสเตอร์นี่นา…”เธอคงคิดว่าคำพูดนี้เธอพูดในใจ แต่เปล่าเลยเธอพูดออกเสียงดังฟังชัด ทำเอาสองแฝดนิ่งไปกับสรรพนามที่เธอเรียกพวกเขา
“เมื่อกี้เธอเรียกพวกฉันว่าอะไรนะ”เคอร์วินขมวดคิ้ว ‘พลาสเตอร์’นี่นะ
แกร๊ง! เสียงกรรไกรกระแทกโต๊ะ “ฮะเอ๊ะ ขอโทษค่ะฉันคิดว่าฉันพูดในใจ”มือที่จับกรรไกรตกแต่งกิ่งดอกไม้ถูกปล่อยออกด้วยอาการตกใจ และยกมือขึ้นขอโทษที่เธอเผลอเรียกพวกเขาออกไปอย่างนั้น
“ไม่ได้ทำอะไรผิดจะขอโทษทำไม”คาร์ลเตอร์ยื่นมือไปจับมือเธอออกจากการพนมมือ
“ขอโทษเก่งเป็นนิสัยเลยนะเธอเนี่ย”ครั้งก่อนที่เขาดึงเธอมากระแทกอก เธอก็กล่าวขอโทษเคอร์วิน และนี่เขาแค่ถามเธอก็ยังขอโทษ ชีวิตนี้ถูกตั้งให้เกิดมาขอโทษคนอื่นรึไงกัน เคอร์วินได้แต่ตั้งคำถาม
พรึ่บ ผิงอันดึงมือออกจากมือคาร์ลเตอร์ที่เขาจับมือเธอค้างไว้ไม่ปล่อย แล้วยืนกุมมือไว้ด้านหน้าแทน เธอมองไปที่เคอร์วินเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองคาร์ลเตอร์
“คุณหายดีแล้วเหรอคะ”เธอถามอย่างเป็นห่วง พยายามที่จะมองสำรวจร่างกาย แต่มองไม่เห็นอะไรหรอกก็เขาใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ต่างจากวันนั้นที่เธอได้เจอ สภาพเขาที่เลือดอาบไปทั้วตัว แค่คิดก็ขนลุกซู่เลยล่ะ
“อืม ฉันหายดีแล้ว..”
“ไอ้คนโกหก” เคอร์วินพูดสวนขึ้นต่อจากที่คาร์ลเตอร์ตอบเธอไป เธอเอียงคอเล็กน้อยสรุปเขาหายดีหรือยังไม่หายกันแน่ คาร์ลเตอร์หันกลับไปมองค้อนเคอร์วิน
“พูดต่อๆ” เคอร์วินหยักไหล่ใส่แล้วทำมือว่าให้พูดคุยกับเธอต่อ
“ฉันเพิ่งออกจากโรงพยาบาลวันนี้ แล้วก็มาหาเธอ”
“คุณคงจะมาเอาเข็มกลัดใช่ไหมคะ ฉันเก็บมันไว้อย่างดีเลย”เธอหันหลังก้มลงไปเปิดลิ้นชักที่เก็บของสำคัญของเขาไว้ เธอหยิบกล่องไม้รูปหัวยื่นมาให้คาร์ลเตอร์ คาร์ลรับกล่องไม้นั่นมาแล้วเปิดออกดู
เขาหยิบมันขึ้นมาดูว่าใช่เข็มกลัดของเขาจริงไหม และมันคือเข็มกลัดของเขาจริงๆ แต่แค่ไม่ได้เปอะเปื้อนคราบเลือดอย่างวันนั้น
“ฉันเสียมารยาทเช็ดคราบเลือดออกคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
“ไม่เป็นไร ขอบคุณที่ช่วยเก็บรักษามันไว้อย่างดีนะ..ผิงอัน”เขายังจดจำชื่อของเธอได้ดี
“ค่ะ เอ่อว่าแต่ขอถามชื่อคุณได้ไหมคะ”เขาจำชื่อเธอได้ด้วย งั้นเธอขอรู้จักเขาบ้างนะ
“ได้สิ ฉันคาร์ลเตอร์เรียกคาร์ลก็ได้นะ”เขาตอบเสียงเรียบ
“และก็ขอบคุณที่เธอพาฉันไปส่งโรงพยาบาล เธอมีสติมากนะถ้าเธอไม่ช่วยฉันอาจจะต้องนอนตายตรงนั้น”
“วันนั้นฉันตกใจมากเหมือนกันค่ะแต่ความรู้สึกมันบอกว่าต้องช่วยคุณให้ได้ และสิ่งที่ฉันตกใจที่สุกคือคุณเอาของสำคัญมาฝากไว้กับฉัน” ผิงอันยิ้มหวานจนทำให้มาเฟียที่หัวใจแข็งดั่งหินกำลังเกิดรอยร้าว
“งั้นเหรอ ความรู้สึกสินะ ความรู้สึกฉันก็บอกว่าต้องฝากของสำคัญไว้กับเธอเหมือนกัน”
สองคนมองหน้ากันค้างโดยมีเคอร์วินที่ยืนมองทั้งสองคนอยู่ข้างหลัง ทั้งคู่เหมือนลืมเขาไปแล้ว
“อะแฮ่ม!”เคอร์วินแกล้งไอให้สองคนหลุดจากภวังค์ ทำอย่างกับคนที่จะจีบกันงั้นแหละ น่าหมั่นไส้!
“ได้ของคืนแล้วก็กลับ”น้ำเสียงแข็งกร้าวของเคอร์วินพูดออกมาอย่าไม่รู้สาเหตุว่าเขาไม่พอใจเรื่องอะไร แถมยังดึงคาร์ลจะลากออกจากร้านด้วย
“คุณพลาสเตอร์ก็อย่าลืมทายาด้วยนะคะ ไม่งั้นจะเป็นแผลเป็น”
กึก! เคอร์วินหยุดเดิน หันหลังเดินกลับมายืนประจันหน้ากับร่างบาง
“ฉันมีชื่อ ไม่ได้ชื่อพลาสเตอร์ เคอร์วินชื่อฉัน”
“…”
“จำชื่อฉันไว้ด้วยล่ะ ผิงอัน”
พูดจบก็เดินจูงแขนพี่ชายออกไป ส่วนผิงอันก็มีความรู้สึกที่งุนงงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเธอคงจะไม่ได้เจอพวกเขาอีกแล้ว…
-จดจำในทุกความรู้สึก-
