บทที่ 8 6

บนรถหรูBMW

ตั้งแต่ที่สองแฝดขึ้นมานั่งบนรถก็ยังไม่มีใครปริปากเอ่ยพูดอะไรกันเลย มีแต่เสียงของเครื่องยนต์และเสียงดนตรีคลาสสิคที่เปิดคลอๆไม่ให้เงียบจนเกินไป

“มึงชอบเธอ../มึงชอบเธอ..” สองพี่น้องฝาแฝดพี่พูดออกมาพร้อมเพรียงกัน สองคนมองหน้ากันก่อนจะหันออกไปมองข้างทาง

บอดี้การ์ดอย่างไทกิกับลูก้าที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมองหน้ากันเล็กน้อยแล้วคิดถึงเรื่องที่พวกเขานั้นคุยกัน ไว้เหมือนจะเดาถูกแล้วสิ ว่าเจ้านายของพวกเขาให้ความสนใจผู้หญิงเจ้าของร้านขายดอกไม้

“กูเปล่า/กูเปล่า” ขนาดจะพูดปฏิเสธก็ยังจะพูดออกมาพร้อมกัน อย่างกับว่าเป็นคนที่มีจิตวิญญาณเดียวกัน นี่สินะบ่งบอกถึงความเป็นแฝดแท้ไข่ใบเดียวกัน คงมีแต่นิสัยนี่ละที่แตกกันอย่างคนละขั้ว (แตกต่างเหมือนน้ำกับไฟ)

“มึงเลิกพูดตามกูไอ้คาร์ล”ทำเสียงหงุดหงิดและยังโทษพี่ชายว่าพูดตามตัวเองอีก

“กูไม่ได้พูดตาม”คาร์ลเตอร์ตอบกลับเสียงเรียบ

“เหอะ! กูไม่ได้ชอบเธอเว้ย! มึงนั่นแหละชอบ”พูดหงุดหงิดอย่างไม่ชอบใจที่พี่ชายรู้ทันไม่หมดทุกเรื่อง 

เคอร์วินรู้ดีว่าใจเขาตอนนี้มีความสนใจในตัวผิงอันแต่แค่ยังไม่อยากจะยอมรับก็เท่านั้น เพราะคงไม่ได้เจอเธออีกแล้ว..

“ไอ้ปากแข็ง”คาร์ลเตอร์ส่ายหัวที่เคอร์วินไม่ยอมรับ

“มึงว่าใคร!”

“กูพูดลอยๆ มึงจะรับก็ได้นะ”คาร์ลยักคิ้วข้างเดียวใส่เคอร์วิน

“กูไม่รับเว้ย!”สะบัดหน้าหันออกไปมองข้างทางอย่างเดิม มีทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจที่ถูกพี่ชายว่าใส่ เขาไม่ได้ปากแข็งแค่ต้องให้รู้แน่ใจก่อนว่าเขาชอบเธอจริงๆไหม ไม่ต้องการล้อเล่นกับความรู้สึกตัวเองหรือความรู้สึกของใคร ถ้ายังไม่แน่ใจเขาจะไม่มีวันพูดมันออกมาเด็ดขาด!

แต่กับคาร์ลเตอร์ต่างออกไปเขาชัดเจนในความรู้สึกชอบคือชอบ สนใจคือสนใจ ต้องการคือต้องได้ และเขาก็ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนกระทั่งคาร์ลเตอร์เอ่ยปากพูดกับลูก้า

“ไอ้ก้ามึงไปตามสืบเรื่องของเธอมาให้กู กูต้องการรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอไม่ว่าเพื่อน ครอบครัว หรือคนรักไปสืบมาให้หมด”

“ได้ครับนายท่าน ผมจะตามสืบเรื่องเธออย่างละเอียด จะไม่ให้มีข้อมูลตรงไหนตกหล่นไปอย่างแน่นอนครับ”

“ดี”

“มึงจะสืบเรื่องของเธอทำไม”เคอร์วินที่หูผึ่งอยากรู้ขึ้นหันหน้ากลับมาถามคาร์ลเตอร์

“เพราะกูสนใจเธอ”

“เอ่อ งั้นกูขอข้อมูลเธอด้วยได้ปะถ้าลูกน้องมึงตามสืบเสร็จแล้ว”

“มึงไม่ได้ชอบเธอไม่ใช่เหรอ? ชะนั้นก็ไม่ต้องอยากอ่านให้เสียเวลา”คาร์ลเตอร์ตอบเสียงเรียบแต่แฝงประโยคเจ็บๆสวนหน้าเคอร์วินกลับไปด้วย

“ก็กูอยากอ่าน!”

“กูไม่ให้อ่าน ถ้ามึงอยากรู้มากนักมึงก็ให้ลูกน้องมึงไปตามสืบเอง”

“เหอะ! ไอ้ควายทำเป็นเด็กขี้หวงไปได้!”

“เออกูจะให้ลูกน้องกูไปตามสืบเองก็ได้! ไม่ง้อมึงก็ได้ไอ้พี่เหี้ย!”

“ทำขี้หวงเป็นเด็ก” เคอร์วินยังคงบ่นอุบอิบ ส่วนคาร์ลเตอร์ก็แอบขำน้องชาย ก็ใครใช้ให้มันปากแข็งล่ะ เขารู้นะว่ามันสนใจเธอเผลอๆก็รู้สึกชอบไปแล้วด้วย ไม่งั้นมันไม่อยากจะมารู้เรื่องของเธอแบบเขาหรอก

Clar_Food Company 

ก็อกๆ เสียงเคาะประตูสองครั้ง หน้าห้องทำงานภายในบริษัทอาหารอันดับต้นๆของประเทศและติดหนึ่งในสิบของโลกด้วย

“เข้ามา” เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างลูก้าถึงเปิดประตูเข้ามา ภายในห้องทำงานส่วนตัวนี้เป็นห้องของคาร์ลเตอร์แต่มีเคอร์วินนั่งอยู่ภายในห้องนี้ด้วยอีกคน

“มีอะไร”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ขณะที่มือยังคงเซ็นเอกสารไปด้วย

“ที่นายท่านให้ผมไปตามสืบเรื่องของคุณผิงอัน ผมรวบรวมข้อมูลมาให้ได้ทั้งหมดเท่าที่จะหาได้แล้วครับ”

ผ่านไปเกือบสามวันหลังจากที่เคอร์วินให้ลูก้าไปตามสืบเรื่องราวส่วนตัวของเธอ ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกวางลงที่โต๊ะทำงาน เคอร์วินที่ตอนแรกนั่งดื่มแชมเปญอยู่ก็วางแก้วลงและตั้งใจที่อยากจะฟังเรื่องที่ลูก้าพูดขึ้นมาทันที 

‘ผิงอัน อันชิตา นักศึกษาปีสอง อายุ20ปี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยKKU เด็กกำพร้า’

“กำพร้า? นี่เธอไม่มีพ่อแม่เหรอ?”คาร์ลเตอร์เงยหน้ามาถามลูก้า

“ครับ เธออยู่บ้านเด็กกำพร้ามีบุญตั้งแต่อายุเจ็ดแปดขวบแล้วครับ”

“แปลว่าก่อนหน้านี้เธอมีครอบครัว แล้วครอบครัวเธอไปไหนซะล่ะ”เคอร์วินที่นั่งอยู่ตรงโซฟาเริ่มให้ความสนใจจนต้องลุกขึ้นมาหยิบกระดาษที่เป็นประวัติของผิงอันไปอ่านบ้าง (สุดท้ายก็ได้มาอ่านกับคาร์ลเตอร์อยู่ดี)

“ตามที่ผมได้ไปตามสืบมามีคนพบเธอนอนสลบอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เธอถูกทำร้ายจนความจำเสื่อมหลังจากพักรักษาตัวจนหายดีแล้วที่โรงพยาบาล ก็ถูกส่งตัวมาที่บ้านเด็กกำพร้ามีบุญครับนายท่าน”

ลูก้าเล่าตามความจริงที่ไปรู้มา

“ผมพยายามตามหาข้อมูลในวัยเด็กคุณผิงอันแล้ว ก่อนหน้าที่เธอจะมาอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วนะครับ แต่ไม่พบอะไรเลยครับ…”ลูก้าเล่าด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะสงสารผิงอัน

“ไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกใคร หรือโดนใครทำร้ายมันเป็นคดีที่ไม่มีใครให้ความสนใจ มีเพียงแค่พบเจอเธอที่ไหน เป็นอะไร ไม่มีบอกว่ามีคนตามหาหรือประกาศตามหาพ่อแม่เธอ หรือพ่อแม่จะตามหาแต่พวกเขาอาจจะหาเธอไม่เจอครับ”

“เพราะคุณผิงอันเองก็จำอะไรไม่ได้เลยครับ”

ก่อนที่สายตาคาร์ลเตอร์จะมาหยุดอ่านตรงสถานะของเธอ

“มีแฟน?”

“ครับเธอมีแฟนอยู่แล้วแต่เพิ่งคบกันได้ประมาสองเดือนกว่าครับ”

“หึ เสียดายจังฉันไม่ชอบแย่งของใครด้วยสิ”คาร์ลถอดหายใจอย่างเสียอารมณ์

“ก็แค่แฟน”เคอร์วินพูดออกมาเสียงเรียบ แล้วยังคงอ่านต่อไป คนที่บอกว่าไม่ได้สนใจในวันนั้นแต่ยังอ่านประวัติของเธออย่างละเอียด

คาร์ลเตอร์วางซองข้อมูลของเธอลงที่โต๊ะทำงานแม้จะอยากอ่านต่อแต่ก็ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเธอมีคนรัก ลูก้าที่ทำหน้าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ไม่ยอมพูด จนคาร์ลเตอร์ที่มองอยู่รู้สึกหงุดหงิด

“มึงมีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ ทำอั้มอึ้งอยู่ได้กูรำคาญ”

“แฟนเธอนอกใจครับ แฟนคุณผิงอันเขาแอบมีคนอื่น เจ้าชู้มากเลยด้วยครับ”

“เธอรู้ไหม”เคอร์วินถามต่อทันทันด้วยความอยากรู้

“เหมือนว่ายังไม่รู้นะครับ ผู้ชายคนนี้ไม่ได้กลัวว่าคุณผิงอันจะรู้ด้วยครับ”

ลูก้าคิดไปถึงสิ่งที่ได้รู้มาก็เริ่มจะมีความรู้สึกโมโหขึ้นมาที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ต้องมาเจอคนเลวๆ อย่าง ภาคภูมิ หรือภูมิคนรักของผิงอันที่กล้านอกใจเธอไปมีอะไรกับเพื่อนของผิงอันเอง…

“งั้นเหรอ ก็ไปทำให้เธอรู้ซะสิ..”เคอร์วินพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก

“ฮะ..ครับ..”

“หึ ส่งรูปที่แฟนเธออยู่กับผู้หญิงคนอื่นไปให้เธอซะ”คาร์ลเตอร์พูดเสียงดัง

คนเลวๆอย่างมันไม่สมควรที่จะได้ครอบครองดอกไม้ที่สวยงาม ดอกไม้ที่สวยงามควรมาอยู่กับพวกเขา…

-ไม่ชอบแย่ง แต่ชอบทำลาย-

1 คอมเมนต์ 1 แสนล้านกำลังให้กับไรท์🥺💖

บทก่อนหน้า
บทถัดไป