บทที่ 1 อยู่ในสายตา

“ตื่นได้แล้ววีด้า ฉันจะเข้าสนาม”

เสียงทุ้มเรียบเฉยที่ดังขึ้นเหนือหัวทำเอาคนที่กำลังหลับสนิทต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาเผชิญกับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานกว้าง 

วีด้ากะพริบตาปรับโฟกัสก่อนจะเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่คุ้นเคยกำลังยืนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ 

สภาพของเขาดูเนี้ยบและสมบูรณ์แบบ แตกต่างจากผู้ชายที่เพิ่งพรากเรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอไปเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิง

เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปตามกล้ามเนื้อ ผ้าห่มผืนหนาร่นลงมาเผยให้เห็นร่องรอยสีแดงช้ำที่กระจายอยู่ตามลาดไหล่และเนินอก มันเป็นหลักฐานชั้นดีว่าค่ำคืนที่ผ่านมาเขาเอาแต่ใจกับเธอมากแค่ไหน

“ถ้าเธอจะไปด้วยก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวซะ ฉันให้เวลาสิบห้านาที”

โนอาห์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง เขาจัดคอเสื้อของตัวเองพลางสำรวจความเรียบร้อยในกระจก น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือห่วงใย 

มันเป็นเพียงคำสั่งที่เธอต้องทำตามเหมือนทุกครั้ง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ เขาคือโนอาห์ อีแวนส์ ลูกชายคนเล็กของตระกูลรอง ผู้ชายที่ใช้ชีวิตตามใจตัวเอง อีโก้สูง และไม่เคยยอมลงให้ใคร

“อืม ขอเวลาแป๊บเดียวนะ” วีด้าตอบรับเสียงแผ่วก่อนจะฝืนพาร่างกายที่หนักอึ้งของตัวเองก้าวลงจากเตียงกว้าง

เธอเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ จัดการชำระล้างร่างกายที่เต็มไปด้วยคราบไคลแห่งความวาบหวาม สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยเรียกสติให้กลับคืนมาบ้าง 

หญิงสาวมองเงาตัวเองในกระจก รอยจ้ำสีแดงเข้มที่คอเด่นชัดจนน่าตกใจ เธอต้องใช้คอนซีลเลอร์แต้มและเกลี่ยอยู่นานกว่าจะพรางมันได้จนเนียนสนิท

สถานะของเธอคืออะไรกันแน่ เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนก็ยิ่งห่างไกล คำว่าเบ๊หรือคู่นอนขัดดอกคงจะเหมาะสมที่สุด 

เธอติดหนี้ก้อนโตที่เขาเป็นคนจ่ายค่าผ่าตัดรักษาชีวิตแม่ของเธอเอาไว้ หนี้ที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายและความอิสระ

 เขาไม่เคยปล่อยเธอไป ไม่เคยให้สถานะ แต่ทุกครั้งที่เขาต้องการ เธอต้องมา ห้ามเถียง ห้ามดื้อ และที่สำคัญที่สุดคือห้ามยุ่งกับผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด

วีด้าเลือกหยิบเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีดำที่เข้ารูปอวดสัดส่วนโค้งเว้ามาสวมทับ มันเป็นชุดที่ดูเซ็กซี่และดึงดูดสายตา 

เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ชอบแต่งตัวแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่เพราะคนที่รออยู่ข้างนอกเคยบอกว่าชอบให้เธอแต่งตัวสวยๆ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามใจเขา

เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา โนอาห์ก็ยืนพิงกรอบประตูรออยู่แล้ว เขากวาดสายตาคมกริบมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาที่เคยนิ่งเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายวาววับขึ้นมาเล็กน้อย

ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเดิน ร่างสูงก็ขยับเข้ามาประชิดตัว วงแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวบางแล้วดึงรั้งให้ร่างของเธอเข้าไปแนบชิดกับอกกว้าง จมูกโด่งสันฝังลงบนพวงแก้มใสอย่างเอาแต่ใจพร้อมกับสูดดมความหอมจากครีมอาบน้ำ

“แต่งตัวสวยไปยั่วใครวะ”  เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดนิดๆอย่างคนหวงของ

วีด้าชะงักไปเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆด้วยความตกใจ 

“ก็โนอาห์เคยบอกว่าชอบให้เราแต่งตัวสวยๆ ไม่ใช่เหรอ เราก็เลยแต่งตามที่โนอาห์ชอบไง”

เธอตอบตะกุกตะกัก ไม่กล้าสบตาคมที่กำลังจ้องมองมาเหมือนจะจับผิด โนอาห์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆมุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ 

“หึ ก็ดี ป่ะ อ่อ ปิดรอยที่คอดีแล้วใช่ไหม?”

เขาถามพลางใช้นิ้วเรียวไล้เบาๆบริเวณลำคอระหงที่เคยเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดง ซึ่งตอนนี้ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางจนมองไม่เห็นรอยเดิม วีด้าพยักหน้ารับเร็วๆ 

“ปิดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครเห็นหรอก”

“ดี จำไว้ว่ารอยพวกนี้ฉันมีสิทธิ์ทำได้คนเดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง” 

เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเผด็จการ ก่อนจะผละออกแล้วเดินนำหน้าเธอออกจากห้องไป

ลานจอดรถของสนามแข่งรถ Noa fast คลาคล่ำไปด้วยรถสปอร์ตหรูหราและซูเปอร์คาร์ราคาแพง เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเป็นระยะสลับกับเสียงพูดคุยเฮฮาของผู้คนที่มารวมตัวกัน 

สถานที่แห่งนี้คืออาณาจักรของโนอาห์ เป็นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่มากกว่าบ้านของตัวเองเสียอีก เขาเป็นเจ้าของที่นี่ เป็นคนที่ใครๆต่างก็ยำเกรงและให้ความเคารพ

ร่างสูงก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง ท่วงท่าสง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ดึงดูดสายตาของสาวๆหลายคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว

 วีด้าก้าวตามลงมาเงียบๆ เธอเดินทิ้งระยะห่างจากเขาเล็กน้อย ไม่กล้าเดินตีเสมอหรือทำตัวสนิทสนมเกินความจำเป็น เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบให้เธอแสดงออกว่ามีความสำคัญอะไรมากมายเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น

“ไงไอ้โนอาห์ วันนี้มาช้านะมึง” 

เวกัสหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทที่สนามแข่งร้องทักขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนเมื่อเห็นโนอาห์เดินเข้ามาใกล้

“เรื่องของกู มึงจะมาอยากรู้ทำไม” โนอาห์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนๆ พลางยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็นการทักทาย ลีออนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆหัวเราะร่วน 

“ก็ดูสภาพมึงดิ หน้าตาสดชื่นเชียว แล้วนั่นวีด้าก็มาด้วยเหรอ เป็นไงบ้างวีด้า? สบายดีไหม?”

ประโยคหลังลีออนหันมาถามคนที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง โนอาห์ปลายตามองเธอนิดหนึ่งก่อนจะหันกลับไปสนใจรถแข่งของตัวเองที่จอดอยู่ตรงหน้า

“สบายดีจ้ะ ลีออนล่ะช่วงนี้รถมีปัญหาอะไรไหม?” วีด้ายิ้มบางๆตอบกลับไปตามมารยาท

“ก็มีนิดหน่อยว่ะ ว่าจะให้ไอ้โนอาห์มันช่วยดูให้เนี่ย”

บทสนทนาเปลี่ยนไปเป็นเรื่องเครื่องยนต์และการปรับแต่งรถ วีด้าค่อยๆถอยร่นออกมายืนพิงเสาเหล็กที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร

 เธอรู้หน้าที่ของตัวเองดี เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเข้าไปวุ่นวายตอนที่เขากำลังคุยเรื่องงานหรือเรื่องรถ เธอแค่ต้องยืนอยู่ในจุดที่เขาสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา 

นั่นคือสิ่งที่โนอาห์ต้องการ เขาชอบให้เธออยู่ในสายตา เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้แอบไปคุยกับใครหรือทำอะไรขัดใจเขา

สายตาคมของโนอาห์ตวัดมองมาที่เธอเป็นระยะ คล้ายจะเช็คว่าเธอยังอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน วีด้าเพียงแค่มองสบตากลับไปนิ่งๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา แม้ในใจจะรู้สึกอึดอัดกับสถานะที่ไร้ชื่อเรียกนี้ก็ตาม

“โนอาห์ขา มาแล้วเหรอคะ มิรารอตั้งนานแน่ะ”

เสียงแหลมใสที่ดัดจนฟังดูออดอ้อนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของมิรา หญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดรัดรูปที่สั้นจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด 

เธอเดินนวยนาดเข้ามาใกล้โนอาห์ก่อนจะถือวิสาสะคล้องแขนแกร่งของเขาเอาไว้อย่างสนิทสนม

วีด้ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มิราคือเพื่อนในกลุ่มอีกคนของโนอาห์ เป็นผู้หญิงที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการครอบครองเขา 

เธอพยายามทอดสะพานและเสนอตัวให้โนอาห์มาตลอด แต่เขาก็ไม่เคยสนใจสานต่อ ชอบอ้างว่าเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น

ทว่าลึกๆแล้ววีด้าก็รู้ดีว่ามิราเกลียดเธอมากแค่ไหน เกลียดที่เธอเป็นแค่เพื่อนเหมือนกันแต่กลับได้สิทธิ์นอนร่วมเตียงกับเขา 

มิราไม่เคยแสดงความเกลียดชังออกมาตรงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าโนอาห์ แต่เธอมักจะใช้คำพูดจิกกัดและสายตาเหยียดหยามมองมาที่วีด้าเสมอเมื่อมีโอกาส

“อืม เพิ่งมาถึง” 

โนอาห์ตอบรับสั้นๆ ไม่ได้ปัดแขนของมิราออก แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจอะไรมากนัก เขายังคงก้มหน้าก้มตาเช็คสภาพยางรถของตัวเองต่อไป

“วันนี้นำรถคันใหม่มาลองหรือเปล่าคะ? มิราอยากนั่งรถเล่นกับโนอาห์จังเลย” มิรายังคงส่งเสียงออดอ้อน เบียดหน้าอกหน้าใจเข้าหาท่อนแขนของเขาอย่างจงใจ

“วันนี้คงไม่ได้ว่ะ กูต้องเช็คเครื่องคันนี้ให้เสร็จก่อน” เขาตอบปัดอย่างรำคาญนิดๆ

มิราทำหน้างอง้ำเล็กน้อยก่อนจะหันมามองวีด้าที่ยืนอยู่เงียบๆ มุมปากของเธอเหยียดยิ้มร้ายกาจขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยดย้อย

“อ้าว วีด้าก็มาด้วยเหรอจ๊ะ ไม่เห็นเลย นึกว่าเกาะติดโนอาห์แจจนแยกไม่ออกซะอีก” คำพูดของมิราฟังดูเหมือนทักทายปกติ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่จงใจเหน็บแนม

“ก็มาพร้อมกันนั่นแหละ มิราสบายดีนะ” วีด้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามไม่ใส่ใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

“สบายดีสิจ๊ะ ยิ่งช่วงนี้มีคนคอยเอาใจใส่ก็ยิ่งสบายดี ว่าแต่วีด้าเถอะ ดูแลตัวเองบ้างนะจ๊ะ หน้าตาดูซีดๆเหมือนคนไม่ได้นอนสงสัยจะทำงานหนัก” มิราจีบปากจีบคอพูด สายตากวาดมองชุดที่วีด้าใส่อย่างประเมิน 

“ชุดนี้สวยดีนะ แต่มันดูไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่เท่าไหร่เลยนะจ๊ะ เหมือนใส่มาเพื่อจุดประสงค์อื่นมากกว่ามาดูรถแข่ง”

วีด้าเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงความร้อนรุ่มในอก เธออยากจะตอกกลับไปเหลือเกินว่าชุดนี้คนที่เธอกำลังคล้องแขนอยู่นั่นแหละเป็นคนสั่งให้ใส่ 

แต่เธอก็เลือกที่จะเงียบ เพราะรู้ดีว่าการมีปากเสียงกับมิราจะทำให้โนอาห์ไม่พอใจ เขาไม่ชอบความวุ่นวาย และที่สำคัญเขาไม่เคยออกโรงปกป้องเธอจากคำพูดจิกกัดของใครเลย

โนอาห์เงยหน้าขึ้นจากการเช็คเครื่องยนต์ เขาดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของมิราอย่างแนบเนียนพลางหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือที่เปื้อนคราบน้ำมัน

“พูดมากน่ามิรา ไปหาอะไรกินไป กูจะทำงาน” เขาดุเพื่อนสาวไม่จริงจังนัก

มิราหน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมถอยห่างออกมา

“ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวมิราไปซื้อเครื่องดื่มเย็นๆมาให้นะคะ โนอาห์อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม ?”

“น้ำเปล่าก็พอ”

เมื่อมิราเดินสะบัดก้นจากไป โนอาห์ก็หันมามองหน้าวีด้า เขายักคิ้วให้เธอนิดหนึ่งคล้ายจะถามว่าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น

“มายืนใกล้ๆนี่มา ยืนตรงนั้นมันบังแสงกู” เขาออกคำสั่งเสียงดุ

วีด้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้น เธอรู้ว่าเขาไม่ได้อยากให้เธอมาช่วยบังแสงอะไรหรอก เขาแค่ต้องการให้เธอเข้ามาอยู่ในระยะที่เขาเอื้อมถึงก็เท่านั้น

“เครื่องมืออยู่ตรงนั้น หยิบประแจเบอร์สิบให้หน่อย” เขาชี้มือไปที่กล่องเครื่องมือที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ

วีด้าหยิบประแจตามที่เขาสั่งแล้วยื่นส่งให้ โนอาห์รับไปแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องมือกระทบกันและเสียงพูดคุยของเวกัสกับลีออนที่ดังแว่วมา

เธอทอดสายตามองเสี้ยวหน้าคมคายของผู้ชายที่เธอหลงรักมาเนิ่นนาน ผู้ชายที่หยิบยื่นชีวิตใหม่ให้กับแม่ของเธอ แต่กลับกักขังหัวใจของเธอเอาไว้ในกรงที่มองไม่เห็น 

เธอไม่รู้ว่าความสัมพันธ์บ้าๆ นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ เธอจะได้เป็นแค่นี้ไปตลอดชีวิต หรือวันหนึ่งเขาจะเบื่อแล้วเขี่ยเธอทิ้งไปหาผู้หญิงคนอื่นที่คู่ควรมากกว่า

แต่ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอทำได้เพียงแค่ทำตามคำสั่งของเขา เป็นตุ๊กตาที่มีชีวิต เป็นเบ๊ที่คอยรับใช้ และเป็นคู่นอนที่ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเลย

“คิดอะไรอยู่? มองหน้าฉันซะขนาดนั้น หลงเสน่ห์ฉันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วหรือไง”

เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นลอยๆ โดยที่เจ้าตัวยังคงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยซ้ำ วีด้าสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“เปล่าสักหน่อย ใครจะไปหลงเสน่ห์คนหลงตัวเองแบบนายกัน” เธอเถียงกลับเสียงอุบอิบ

โนอาห์หัวเราะหึในลำคอ เขาวางประแจลงแล้วยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาที่เปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อยเอื้อมมาบีบจมูกรั้นของเธอเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“หึ ปากดีไปเถอะ ระวังคืนนี้ฉันจะจัดหนักจนเธอร้องขอชีวิตไม่ทัน”

คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำเอาใบหน้าของวีด้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที เธอปัดมือเขาออกอย่างเขินอายพลางถลึงตาใส่

“ไอ้คนบ้า พูดอะไรไม่อายคนอื่นเขาบ้างเลย”

“ฉันต้องอายใคร ในเมื่อที่นี่มันถิ่นฉัน และเธอก็เป็นคนของฉัน”

 เขาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะตอกย้ำให้เธอจดจำสถานะของตัวเองเอาไว้

คำว่าคนของฉันที่หลุดออกมาจากปากเขาทำเอาหัวใจของวีด้ากระตุกวูบ มันฟังดูเหมือนจะมีความหมายลึกซึ้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าสำหรับโนอาห์แล้ว มันอาจจะแปลว่าเธอเป็นแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งที่เขาเป็นเจ้าของเท่านั้น

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบโต้อะไร มิราก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำเย็นๆในมือ หญิงสาวรีบแทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างโนอาห์กับวีด้าอย่างจงใจ

“น้ำเย็นๆได้แล้วค่ะโนอาห์ ดื่มให้ชื่นใจหน่อยนะ” เธอยื่นแก้วน้ำให้เขาพร้อมกับส่งยิ้มหวาน โนอาห์รับแก้วน้ำมาดูดไปอึกใหญ่ก่อนจะส่งคืนให้มิรา 

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ สำหรับโนอาห์มิราเต็มใจเสมอ ว่าแต่วีด้าไม่หิวน้ำบ้างเหรอจ๊ะ ตายจริง มิราลืมซื้อมาเผื่อวีด้าด้วย ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีมิราคิดถึงแต่โนอาห์ก็เลยลืมคนอื่นไปซะสนิทเลย”

 มิราหันมาพูดกับวีด้าด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

“ไม่เป็นไร เราไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” วีด้าตอบเรียบๆพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกน้อยใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด

โนอาห์ปรายตามองผู้หญิงสองคนที่กำลังทำสงครามประสาทใส่กันเงียบๆ เขาไม่ได้โง่จนดูไม่ออกว่ามิรากำลังพยายามข่มวีด้า

 แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง เพราะเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระของผู้หญิง และเขาก็ไม่ชอบทำตัววุ่นวาย ถึงแม้มิราจะเสนอตัวให้เขากี่ครั้ง 

เขาก็ไม่เคยสนอง เพราะเขาไม่นิยมมีอะไรกับคนในกลุ่มเพื่อนเดียวกัน มันน่ารำคาญเวลาเกิดปัญหาตามมา

แต่กับวีด้ามันต่างออกไป เธอเป็นเพื่อนก็จริง แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเริ่มมาจากความผูกพันและหนี้บุญคุณ มันลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ และเขาก็พอใจที่จะให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป

“ไปเตรียมรถได้แล้วไอ้โนอาห์ เดี๋ยวพวกไอ้ซานจากสนาม Sansan มันจะมาท้าแข่งแล้ว” เสียงของเวกัสตะโกนบอกมาจากอีกฝั่ง โนอาห์พยักหน้ารับก่อนจะหันมาสั่งวีด้า 

“ไปรอที่ห้องพักรับรอง อย่าเดินเพ่นพ่านไปไหนล่ะ ถ้าฉันแข่งเสร็จแล้วไม่เจอเธอตรงนั้น เธอโดนดีแน่”

คำสั่งถูกส่งมาพร้อมกับสายตาดุดันที่บังคับให้เธอต้องทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไข วีด้าพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

“รู้แล้วน่า จะไปรอที่ห้องพัก ไม่หนีไปไหนหรอก”

“ดี” เขายิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน 

“ทำตัวดีๆ แล้วคืนนี้ฉันจะให้รางวัล”

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังรถแข่งของตัวเอง ทิ้งให้วีด้ายืนหน้าแดงก่ำอยู่กับที่ ท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของมิราที่มองตามหลังผู้ชายที่เธอหมายปองสลับกับมองหน้าวีด้าด้วยความแค้นเคือง

วีด้าสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เธอหันหลังเดินตรงไปยังห้องพักรับรองวีไอพีของสนามแข่งตามที่เขาบอก โดยไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น 

เธอเรียนรู้ที่จะอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง เรียนรู้ที่จะอดทนและรอคอย แม้จะไม่รู้ว่าปลายทางของความอดทนนี้คืออะไรก็ตาม

ภายในห้องพักรับรองที่เย็นฉ่ำไปด้วยเครื่องปรับอากาศ วีด้าทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ บานกระจกใสกรุเต็มผนังด้านหนึ่งทำให้สามารถมองเห็นภาพบรรยากาศของสนามแข่งรถได้อย่างชัดเจน 

เธอทอดสายตามองลงไปยังจุดสตาร์ท เห็นรถสปอร์ตคันเก่งของโนอาห์จอดเตรียมพร้อมอยู่

ไม่นานนัก กลุ่มรถแข่งจากสนาม Sansan ก็ขับเข้ามาจอดเทียบ เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณบ่งบอกถึงการท้าทาย 

ซานและธามไท คู่อริตัวฉกาจก้าวลงจากรถพร้อมกับลูกน้องอีกหลายคน พวกเขากำลังยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มของโนอาห์ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที

แม้จะอยู่ไกลจนไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่วีด้าก็พอจะเดาออกว่าคงเป็นการท้าทายและเกทับบลัฟแหลกตามประสาคนที่ไม่ถูกกัน 

เธอเห็นโนอาห์ยืนกอดอก ยิ้มเยาะมุมปากด้วยท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างตามสไตล์ของเขา ผู้ชายคนนี้ไม่เคยกลัวใคร ยิ่งมีคนท้าทาย เขายิ่งชอบ

เธอเผลอกำมือแน่นด้วยความรู้สึกเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าฝีมือการขับรถของโนอาห์นั้นเก่งกาจหาตัวจับยาก แต่การแข่งรถมันก็มีความเสี่ยงเสมอ 

เธอเกลียดเวลาที่เขาต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงบนความเร็ว แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามหรือตักเตือนอะไรเขาเลย

การเจรจาดูเหมือนจะจบลงด้วยการตกลงแข่งกัน โนอาห์เดินกลับไปขึ้นรถของตัวเอง ขณะที่ซานก็ก้าวขึ้นรถของเขาเช่นกัน เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังขู่คำรามใส่กัน

วีด้าลุกขึ้นยืนขยับเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้น สายตาจับจ้องไปที่รถของโนอาห์อย่างไม่คลาดสายตา ในใจภาวนาขอให้เขาปลอดภัยกลับมาหาเธอเหมือนทุกครั้ง

สัญญาณไฟปล่อยตัวสว่างขึ้น รถทั้งสองคันพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากแหล่ง 

วีด้ามองตามไฟท้ายรถที่ค่อยๆห่างออกไปจนลับสายตา ความรู้สึกว้าวุ่นและกังวลใจก่อตัวขึ้นในอก

เธอถอนหายใจยาว เลื่อนสายตากลับมามองรอยจ้ำสีแดงจางๆที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาเล็กน้อย นิ้วเรียวยกขึ้นแตะมันเบาๆ สัมผัสถึงความร้อนผ่าวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก ความผูกพันที่เริ่มต้นจากหนี้สิน เธอจะเป็นคู่นอนของเขาไปได้อีกนานแค่ไหน วันหนึ่งเมื่อเขามีตัวจริง เธอคงต้องเป็นฝ่ายเดินจากไปเองใช่ไหม

ความคิดเหล่านั้นทำให้หัวใจของเธอปวดหนึบ แต่เธอก็ต้องรีบปัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนกำลังเดินตรงเข้ามาที่ห้องพักรับรอง

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของมิรา หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่ง แววตาที่เคยมองโนอาห์ด้วยความหวานหยดย้อย บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างปิดไม่มิดเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“นี่วีด้า ฉันถามจริงๆเถอะนะ เธอไม่อายบ้างเหรอที่ต้องคอยตามตูดโนอาห์ต้อยๆแบบนี้” มิราเปิดฉากโจมตีทันทีที่ประตูห้องปิดลง

วีด้าหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมกลุ่ม นัยน์ตาสงบนิ่งไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นใดๆ 

“ทำไมฉันต้องอาย ในเมื่อโนอาห์เป็นคนบอกให้ฉันมา”

“หึ ก็แค่คู่นอนขัดดอกที่เขาเอาไว้ระบายความใคร่ อย่าสำคัญตัวผิดคิดว่าตัวเองเป็นตัวจริงไปหน่อยเลย โนอาห์เขาก็แค่สงสารที่เธอไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ เขาก็เลยยอมให้เธอเอาตัวเข้าแลกก็แค่นั้นแหละ” มิราพ่นคำพูดเหยียดหยามออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจ

คำพูดของมิราแทงใจดำวีด้าอย่างจัง แต่วีด้าก็พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด 

“ถ้าเธอคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เธอสบายใจขึ้นก็เชิญคิดไปเถอะ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันยืนอยู่ตรงไหน และฉันก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรเกินขอบเขต”

“ดี รู้ตัวก็ดีแล้ว จำเอาไว้ว่าผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ ไม่มีวันได้เป็นนายหญิงของอีแวนส์หรอก คนที่เหมาะสมกับโนอาห์คือฉันต่างหาก” มิราเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ

วีด้ามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า 

“ถ้าเธอคิดว่าตัวเองเหมาะสมกับเขานัก ทำไมเธอไม่ไปบอกเขาเองล่ะ มามัวเห่าหอนใส่ฉันอยู่ทำไม”

“นี่เธอหาว่าฉันเป็นหมางั้นเหรอ!! นังวีด้า”

 มิราตวาดแหวด้วยความโกรธจัด ปรี่เข้ามาทำท่าจะง้างมือตบหน้าวีด้า แต่วีด้าไวกว่า เธอจับข้อมือของมิราเอาไว้แน่น บีบจนอีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

“อย่าคิดจะมาลงไม้ลงมือกับฉันมิรา เธอรู้ดีว่าโนอาห์ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคนของเขา” วีด้าขู่เสียงเย็น

คำว่าคนของเขาทำให้มิราสะอึกไปเล็กน้อย เธอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของวีด้าอย่างแรง จ้องมองด้วยสายตาอาฆาต

“ฝากไว้ก่อนเถอะนังวีด้า สักวันฉันจะเขี่ยเธอให้พ้นทาง แล้วโนอาห์จะต้องเป็นของฉันคนเดียว”

พูดจบมิราก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป ทิ้งให้วีด้ายืนถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

การเป็นผู้หญิงของโนอาห์ไม่ได้ง่ายเลยสักนิด เธอต้องรับมือกับทั้งอารมณ์แปรปรวนของเขา และต้องคอยตั้งรับกับบรรดาผู้หญิงที่จ้องจะแย่งชิงเขาไป 

แต่ไม่ว่ามันจะยากลำบากแค่ไหน เธอก็ถอยไม่ได้แล้ว เพราะหัวใจของเธอมันถูกเขายึดครองไปหมดแล้ว ยึดไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที เธอก็ขาดเขาไม่ได้แล้วเหมือนกัน

บทถัดไป