บทที่ 2 เพื่อน

"ใส่ชุดนี้แหละ ดูเรียบร้อยดีแล้ว"

เสียงทุ้มของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนปลายเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องแต่งตัว

วีด้าหมุนตัวกลับมามองร่างสูงที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า

เดรสสีครีมแขนยาวกระโปรงยาวคลุมเข่าที่เขาเป็นคนเลือกให้มันดูมิดชิดและเรียบร้อยจนแทบจะผิดวิสัยของผู้ชายที่ชอบให้เธอแต่งตัวเซ็กซี่อวดสัดส่วนเวลาไปสนามแข่งรถ

"แต่สีมันดูจืดไปไหมโนอาห์? เรากลัวคุณลุงเอวานจะมองว่าเราแต่งตัวไม่ให้เกียรติสถานที่หรือเปล่า"

"พ่อฉันไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอกน่า อีกอย่างฉันเป็นคนเลือกให้ ใครจะกล้าว่าอะไร"

โนอาห์ตอบกลับด้วยความมั่นใจตามแบบฉบับของเขา เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินซ้อนมาทางด้านหลังของเธอ

มือหนาวางแหมะลงบนลาดไหล่บางพลางมองเงาสะท้อนของพวกเขาสองคนในกระจกบานใหญ่ วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพอดีตัวกับกางเกงสแล็คที่ดูเป็นทางการมากกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลับไปทานข้าวที่บ้านใหญ่

"แต่เราก็ยังเกร็งอยู่ดี ไม่ได้ไปบ้านใหญ่ตั้งนานแล้วนะ ตั้งแต่สมัยเรียนนู่นเลย"

"มีฉันอยู่ทั้งคนเธอจะกลัวอะไร ทำตัวปกตินั่นแหละ พ่อฉันไม่ได้ดุสักหน่อย"

วีด้าถอนหายใจแผ่วเบา เธอไม่ได้กลัวคุณลุงเอวาน พ่อของเขาเป็นผู้ใหญ่ใจดีและเคยเอ็นดูเธอมาตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นของลูกชายเขา แต่สิ่งที่เธอเกรงกลัวคือสถานะของตัวเองในตอนนี้ต่างหาก

เธอไม่รู้ว่าควรจะวางตัวแบบไหนในฐานะผู้หญิงที่เดินเคียงข้างเขาเข้าไปในบ้านหลังนั้น จะเป็นแค่เพื่อนก็ดูเหมือนจะหลอกตัวเอง จะเป็นคู่นอนขัดดอกก็ดูน่าสมเพชเกินไป

"ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวจะสายเอา เขาตัดบทพร้อมกับคว้าข้อมือของเธอให้เดินตามออกไป"

รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ามุกของคฤหาสน์หลังงามตระกูลอีแวนส์ บรรยากาศรอบข้างยังคงดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามเหมือนในความทรงจำของวีด้าไม่มีผิดเพี้ยน

โนอาห์ก้าวลงจากรถพร้อมกับโยนกุญแจให้การ์ดที่มารอรับหน้า ก่อนจะหันมาคว้ามือของเธอไปกุมเอาไว้หลวมๆแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน

"ไงไอ้ลูกตัวแสบ กว่าจะโผล่หัวมาให้พ่อเห็นหน้าได้นะ"

เสียงทุ้มทรงอำนาจแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้นจากห้องนั่งเล่น เอวาน อีแวนส์ ชายวัยกลางคนที่ยังคงดูหล่อเหลาและภูมิฐานกำลังนั่งจิบชาอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เขาละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือขึ้นมามองลูกชายคนเล็กด้วยรอยยิ้ม

"ผมก็ยุ่งเรื่องดูแลสนามแข่งของผมนี่พ่อ ไม่ได้ว่างลอยชายสักหน่อย" โนอาห์ตอบกลับอย่างไม่ยี่หระพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

เอวานส่ายหน้าเบาๆอย่างระอาใจก่อนจะเลื่อนสายตามามองหญิงสาวที่ยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างๆลูกชายของเขา

"แล้วนี่พาใครมาด้วยล่ะ? ไม่เห็นหน้าเห็นตานานเลยนะวีด้า โตขึ้นเป็นสาวสวยจนลุงแทบจำไม่ได้เลย"

"สวัสดีค่ะคุณลุงเอวาน' วีด้ายกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ

"คุณลุงสบายดีไหมคะ?"

"สบายดีตามประสาคนแก่นั่นแหละ มานั่งก่อนสิลูก อย่ามัวแต่ยืนเกร็งอยู่เลย" เอวานผายมือเชิญอย่างใจดี

วีด้าค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งข้างโนอาห์โดยเว้นระยะห่างเอาไว้เล็กน้อย แต่คนตัวโตกลับขยับเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะเกยกัน เขาพาดแขนไปตามพนักพิงโซฟาด้านหลังเธออย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายจะประกาศอาณาเขตกลายๆ

"พี่โนอาห์!"

เสียงหวานใสของใครบางคนเรียกร้องความสนใจจากทุกคนในห้องให้หันไปมองโซเฟียหญิงสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มในชุดกระโปรงสีหวานวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาโนอาห์ด้วยรอยยิ้มกว้าง เธอคือน้องสาวบุญธรรมที่ตระกูลอีแวนส์รับมาอุปการะตั้งแต่ยังเด็ก

"ไงตัวเล็ก? วิ่งมาซะระวังล้มนะเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก"

น้ำเสียงของโนอาห์ที่ใช้พูดกับโซเฟียนั้นช่างแตกต่างจากที่เขาใช้คุยกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทะนุถนอม และเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด

มือหนาที่เคยกุมมือวีด้าเมื่อครู่เอื้อมไปลูบกลุ่มผมสีอ่อนของน้องสาวบุญธรรมเบาๆ แววตาดุดันที่มักจะแข็งกร้าวอยู่เสมอกลับอ่อนแสงลงจนวีด้าเผลอมองด้วยความรู้สึกสะท้อนในใจ

เขาอ่อนโยนได้ขนาดนี้เลยเหรอ เธอตั้งคำถามกับตัวเองเงียบๆ แม้จะรู้ดีว่าโนอาห์รักและหวงโซเฟียเหมือนน้องสาวแท้ๆ เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ภาพความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยมีให้เธอเลยสักครั้งมันก็ทำให้หัวใจของคนแอบรักรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาดื้อๆ

"โซเฟียไม่เด็กแล้วนะพี่โนอาห์ มาจับแบบนี้ เดี๋ยวพี่นาธานก็ดุเอา"

"ใครจะกลัว"

หญิงสาวทำหน้าง้ำหน้างอแต่ก็ยอมนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้างๆก่อนจะหันมาเห็นวีด้า

"อ้าว พี่วีด้าก็มาด้วยเหรอคะ? ไม่เจอกันตั้งนานเลย"

"สวัสดีจ้ะโซเฟีย สบายดีไหม? ว" ด้าทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม

"สบายดีค่ะ วันนี้บ้านครึกครื้นจังเลย ดีใจที่พี่โนอาห์พาพี่วีด้ามาด้วยนะคะ ปกติเห็นหวงเวลาส่วนตัวจะตาย ไม่ค่อยพาเพื่อนมาบ้านหรอก"

"ก็แค่พาเพื่อนมากินข้าวด้วย พ่อกับโซเฟียจะถามอะไรเยอะแยะ" โนอาห์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

คำว่าเพื่อนที่หลุดออกจากปากเขาตอกย้ำสถานะของวีด้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อหน้าทุกคน เธอทำได้เพียงแค่ยิ้มรับจางๆและเก็บซ่อนความขมขื่นเอาไว้ในใจบ

นโต๊ะอาหารค่ำที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเรียบง่าย เอวานมักจะชวนวีด้าคุยเรื่องทั่วไปเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอึดอัด ในขณะที่โซเฟียก็คอยตักอาหารให้โนอาห์อย่างเอาใจใส่

"ช่วงนี้งานที่สนามแข่งเป็นยังไงบ้างล่ะโนอาห์? มีปัญหาอะไรให้พ่อช่วยไหม?" เอวานเอ่ยถามลูกชายหลังจากทานอาหารไปได้สักพัก

"ก็เรื่อยๆครับพ่อ ทุกอย่างจัดการได้ ไม่มีอะไรน่าห่วง" โนอาห์ตอบพลางตักอาหารเข้าปาก

"เห็นวาเรนกับนาธานเพิ่งเข้ามาคุยกับฉันเรื่องโปรเจกต์ใหม่ของตระกูลเมื่อวันก่อน พวกพี่เขาทำงานกันหนักมาก แกไม่คิดจะเข้าไปช่วยพี่เขาบริหารงานบ้างหรือไง อายุยี่สิบหกแล้วนะโนอาห์ ควรจะหันมาสนใจธุรกิจหลักของครอบครัวได้แล้ว"

"พ่อก็รู้ว่าผมไม่ชอบงานบริหารนั่งโต๊ะ ผมมีสนามแข่งของผมต้องดูแลอยู่แล้ว แค่นี้ก็วุ่นวายพอแล้วครับ"

โนอาห์ปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่เคยชอบความวุ่นวายของการแย่งชิงอำนาจหรือการบริหารงานในบริษัท เขาถึงเลือกที่จะแยกตัวออกมาทำสนามแข่งรถของตัวเอง

"สนามแข่งรถมันก็ดี แต่มันจะมั่นคงไปจนถึงเมื่อไหร่ แกเป็นลูกชายของอีแวนส์นะ วันหนึ่งแกก็ต้องมีครอบครัว ต้องหาคนที่คู่ควรมาคอยสนับสนุนและยืนเคียงข้างแก" เอวานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

"ผมยังไม่อยากผูกมัดกับใคร พ่ออย่าเพิ่งเร่งรัดเรื่องหาคู่ให้ผมเลยน่า น่ารำคาญจะตายชัก" โนอาห์ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

คำพูดของสองพ่อลูกทำให้วีด้าที่นั่งฟังอยู่เงียบๆรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ คนที่คู่ควร คนที่เหมาะสม คำพวกนี้มันช่างห่างไกลจากตัวเธอเหลือเกิน ผู้หญิงที่มีแต่หนี้สินติดตัวอย่างเธอ ไม่มีวันคู่ควรกับตำแหน่งนายหญิงของอีแวนส์ หรือแม้กระทั่งตำแหน่งตัวจริงของเขา

อาหารมื้อนั้นจบลงด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในใจของวีด้า เธอขอตัวลากลับหลังจากทานผลไม้เสร็จ โดยอ้างว่ารู้สึกปวดหัวนิดหน่อย โนอาห์จึงจำใจต้องพาเธอกลับคอนโดก่อนเวลาที่เขาตั้งใจไว้

บรรยากาศภายในรถตอนขากลับเงียบสนิทจนน่าอึดอัด วีด้าเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้ความมืดมิดของค่ำคืนกลืนกินความคิดของตัวเอง เธอไม่อยากหันไปมองหน้าผู้ชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย เพราะกลัวว่าน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้มันจะไหลออกมา

"เป็นอะไร? ทำไมเงียบไปตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว" โนอาห์เอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุดัน แต่ก็แฝงไปด้วยความคาดคั้น

"เปล่า เราแค่เหนื่อยๆน่ะ สงสัยจะพักผ่อนไม่พอ" วีด้าตอบกลับโดยไม่หันไปมองหน้าเขา

"อย่ามาโกหก ฉันดูออกว่าเธอมีเรื่องในใจ ตอนที่พ่อพูดเรื่องหาคนที่คู่ควร เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้"

โนอาห์เป็นคนช่างสังเกตเสมอ โดยเฉพาะกับเรื่องของเธอ เขาไม่เคยปล่อยผ่านความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆไปได้เลย

"เราแค่คิดว่าสิ่งที่คุณลุงเอวานพูดมันก็ถูก โนอาห์ก็อายุขนาดนี้แล้ว ควรจะหาคนที่คู่ควรมาอยู่เคียงข้างได้แล้ว"

วีด้าตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดออกไป แม้เสียงของเธอจะสั่นเครือเล็กน้อยก็ตาม

"หยุดพูดเรื่องนี้เลยนะวีด้า! ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าใครคู่ควรหรือไม่คู่ควร พ่อไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน และเธอก็ไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉันไปหาใคร"

โนอาห์เหยียบเบรกจนรถกระตุกเล็กน้อยเมื่อติดไฟแดง เขาหันมาจ้องหน้าเธอด้วยแววตากร้าว

"แต่เราเป็นแค่เพื่อน ที่ติดหนี้โนอาห์ เราไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวโนอาห์อยู่แล้ว วันหนึ่งโนอาห์ก็ต้องแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนอื่นอยู่ดี" วีด้าหันกลับมาสบตาเขา ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้

"เพื่อนที่ไหนเขานอนเอากันทุกคืนแบบนี้!!"

โนอาห์กระแทกเสียงถามด้วยความโมโห เขาเอื้อมมือไปคว้าท้ายทอยของเธอแล้วดึงรั้งให้ใบหน้าหวานเข้ามาใกล้

"เลิกประชดประชันแล้วตามใจฉันก็พอ ฉันไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอก!!"

"แต่โนอาห์ก็ไม่เคยบอกว่าเราเป็นอะไรกันนี่นา เราต้องอยู่ในสถานะคู่นอนขัดดอกแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ โนอาห์เคยแคร์ความรู้สึกเราบ้างไหม?"

"ฉันแคร์เธอมากกว่าที่เธอคิดเสียอีกวีด้า อย่าโง่ไปหน่อยเลย"

โนอาห์ตอบกลับเสียงลอดไรฟัน เขาประกบริมฝีปากลงบนอวัยวะเดียวกันของเธออย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ เป็นการลงทัณฑ์ที่เธอชอบพูดจาประชดประชันและผลักไสเขา

จูบของเขาไม่ได้มีความนุ่มนวล มันเต็มไปด้วยความคุกรุ่นของอารมณ์โกรธและความต้องการที่จะครอบครอง วีด้าพยายามดิ้นรนขัดขืนในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อสัมผัสที่คุ้นเคย

เธอหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม รับรู้ถึงรสชาติเฝื่อนปร่าของน้ำตาที่ผสมผสานไปกับจูบอันดุดันของเขา

ผู้ชายคนนี้ใจร้ายเหลือเกิน ใจร้ายที่กักขังเธอเอาไว้ด้วยหนี้สินและร่างกาย ใจร้ายที่ไม่ยอมปล่อยเธอไปเจอคนอื่น แต่ก็ใจร้ายที่สุดตรงที่ไม่ยอมมอบหัวใจและสถานะที่ชัดเจนให้กับเธอเสียที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป