บทที่ 3 ออกไปอยู่ที่อื่น

บทที่3

ออกไปอยู่ที่อื่น

เช้าวันต่อมา

เฟ่ยหรงและวนิดาที่เตรียมตัวไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อกลับฮ่องกงก็ต้องหันมามองดารัณอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงโดยมีฟรานที่พึ่งกลับจากคาสิโนตัวเองยืนมองบิดาด้วยด้วยท่าทีปกติ เขาไม่ได้รู้สึกใจหายอะไรทั้งนั้นเพราะเขากับบิดาไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมอะไรกันมานานแล้ว เรียกได้ว่าต่างคนต่างอยู่

“ผมไม่ไปส่งนะครับ พ่อคงไปเองได้” ฟรานบอกผู้เป็นพ่อเสียงนิ่งๆอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

“อืม ไม่เป็นไร” เฟ่ยหรงก็มองลูกชายตัวเองด้วยสายตาจริงจังอีกครั้งก่อนจะพูดบางอย่างออกไป

“แกช่วยดูแลหนูรัณด้วยแค่ปีเดียว ถือว่าฉันขอ ได้ไหม” เฟ่ยหรงมองลูกชายเพื่อเอาคำตอบ โดยที่ฟรานเองยังคงยืนเงียบเหมือนเดิมไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แต่เพียงแค่อีกคนไม่ปฏิเสธ ก็ทำให้เฟ่ยหรงพอจะยิ้มออกมาได้บ้าง

“รัณไม่ต้องไปส่งป้าหรอกนะ ป้ากลัวทำใจไม่ได้” วนิดาก็บอกหลานสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและใจหายไม่น้อย เธอเลี้ยงดารัณมาตั้งแต่มัธยมจนถึงตอนนี้ก็จะสิบปีแล้ว ไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูกคนหนึ่งของเธอ

“ก็ได้ค่ะคุณป้า ถ้างั้นหนูส่งคุณลุงคุณป้าตรงนี้นะคะ” ก่อนที่คนตัวเล็กจะเข้าไปกอดผู้เป็นป้าด้วยความคิดถึงไม่ต่างกัน เธอเองก็ใจหายและอยากจะตามไปดูแลคุณป้าของเธอเช่นกัน แต่ติดตรงที่เธอเรียนใกล้จบแล้วเหลืออีกแค่ปีเดียวเท่านั้นเอง

“เรียนจบแล้วป้าจะมารับหนูนะ มีอะไรโทรหาป้าได้ตลอด” วนิดาก็บอกหลานสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เฟ่ยหรงจะโอบเอวอีกคนขึ้นรถยนต์คันหรูที่จอดรออยู่สักพักแล้ว จนกระทั่งรถยนต์คันดังกล่าวได้เคลื่อนออกไปจนสุดสายตา ดารัณที่มองตามก็อดที่จะน้ำตาคลอด้วยความคิดถึงคุณป้าของเธอไม่ได้

บนรถ

“คุณนิอย่าห่วงไปเลยนะ ยังไงลูกชายผมมันคงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก” เฟ่ยหรงบอกภรรยาให้คลายกังวลเพราะตอนนี้สีหน้าของผู้เป็นภรรยาไม่สู้ดีนัก

“คุณแน่ใจนะคะ” วนิดาถามอีกคนกลับด้วยสีหน้าที่ยังคงเป็นกังวลอยู่

“แน่ใจสิถึงมันจะดูเป็นคนไม่มีหัวใจแต่ลึกๆแล้วมันน่าจะมีความอ่อนโยนอยู่บ้าง” เฟ่ยหรงเชื่อแบบนั้นจริงๆ ภายใต้ความเฉยชานั้นของฟรานก็คงมีความรู้สึกอยู่บ้างนั่นแหละ

“นิหมายถึงคุณแน่ใจเหรอคะที่จะสร้างพันธะนี้ขึ้นมา แน่ใจเหรอว่าคุณ ฟรานจะเอ็นดูดารัณ” บอกตรงๆว่าเธอเองไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับสิ่งที่สามีกำลังจะทำในตอนนี้เลย

“ฮึๆ..เชื่อผมเถอะนะ ผมมองหาคนอื่นไม่ได้แล้วที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ผม ผมเชื่อว่าความน่ารัก สดใสของหนูรัณ จะทำให้คนแบบลูกชายผมมีความรู้สึกขึ้นมาบ้าง มันอายุสามสิบปีแล้ว ควรมีลูกมีเมียได้แล้ว ไม่ใช่ดีแต่ทำตามใจตัวเองไปวันๆ แบบไม่สนใจใคร” เฟ่ยหรงเชื่อว่าทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้อย่างแน่นอน

คฤหาสน์หรู

หลังจากที่เฟ่ยหรงและวนิดาเดินทางไปขึ้นเครื่องแล้ว ดารัณเองก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง เธอมองไปรอบๆบ้านที่มีแต่คนของฟรานเต็มไปหมด แม้กระทั่งแม่บ้านเขายังไม่ให้พักที่นี่ เพียงแต่ให้มาทำความสะอาดตามที่สั่งเท่านั้น ตอนนี้ก็เหลือเพียงเธอคนเดียวที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมันน่ากลัวไม่น้อยสำหรับเธอ ไหนจะเหล่าชายชุดดำที่ยืนเต็มบ้านแบบนี้อีก ถึงแม้คนเหล่านั้นจะไม่ได้มีท่าทีคุกคามเธอก็ตามทีแต่มันก็อดระแวงไม่ได้จริงๆ

“อย่างกับพวกมาเฟีย” ดารัณพึมพำออกมาเบาๆตามสิ่งที่เห็นตรงหน้า

“คุณดารัณครับ นายให้ไปพบในห้องทำงาน” เสียงทุ้มของใครคนนึงเอ่ยบอกเธอเรียบๆตามคำสั่งของเจ้านาย

“คะ?” ดารัณตกใจไม่น้อยที่คนตรงหน้าพูดไทยชัดแจ๋ว แต่จะว่าไปแล้วฟรานเองก็พูดภาษาไทยกับพ่อของเขาเหมือนกัน เธอมัวแต่ประหม่าและกลัวจนไม่ทันได้สังเกตว่าคนตัวโตพูดภาษาไทยได้ชัดเจนแทบจะเป็นคนไทยแท้ๆคนหนึ่งเลยทีเดียว

“นายให้ไปพบครับ” ทีเจเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

“อ่อ ค่ะๆ” ดารัณรีบพยักหน้าตอบอีกคนด้วยความประหม่าแต่ก็มีรอยยิ้มน้อยๆให้คนตรงหน้าด้วย อย่างน้อยเธอก็ควรผูกมิตรกับใครสักคนไว้บ้าง แม้คนเหล่านี้จะเป็นลูกน้องของคนที่ดูไม่ชอบเธอก็ตามที เห็นเขาเดินนำออกไปเธอจีงรีบเดินตามเขาไปแต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามชื่อของเขาเอาไว้

“เอ่อ คุณชื่ออะไรคะ บอกได้ไหม” ดารัณที่ดูก็รู้ว่าคนตรงหน้าน่าจะอายุมากกว่าเธอพอสมควร จึงถามอีกคนไปด้วยความสุภาพ

“ทีเจครับแล้วไม่ต้องเรียกผมว่าคุณเรียกแค่ชื่อเฉยๆก็พอครับ” ทีเจก็ตอบกลับอีกคนด้วยท่าทีปกติ

“งั้นขอเรียกพี่นะคะ พี่ที” ดารัณยิ้มน้อยๆด้วยความสดใส เธอเองเป็นคนน่ารักสำหรับคนอื่นเสมอถึงแม้บางครั้งจะดื้อไปบ้างแต่ถ้าคนไหนดีกับเธอ เธอจะน่ารักกับคนนั้นด้วยใจจริง ทีเจได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะคิดว่าคนไทยก็คงเรียกคนที่อายุเยอะกว่าแบบนี้ทุกคนนั่นแหละ

ห้องทำงาน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

“นายครับ คุณดารัณมาแล้วครับ” ทีเจเคาะประตูเพื่อแจ้งผู้เป็นเจ้านายที่อยู่ภายในห้องให้ทราบก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไป

“อืม เข้ามา” ฟรานเองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยอนุญาตออกไปเพราะเขาเองก็รออีกฝ่ายอยู่แล้ว

แกรก! ดารัณเปิดประตูเข้าไปด้วยสีหน้าที่พยายามเป็นปกติทั้งที่ภายในใจของเธอตอนนี้รู้สึกกลัวอีกคนไม่น้อย

ฟู่วว! เสียงพ่นควันบุหรี่จากคนตัวสูงที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ทำงานทำให้ดารัณเหลือบสายตาขึ้นไปมองก่อนจะหลุบตามองพื้นดังเดิม เขายังคงสูบบุหรี่ไปเรื่อยๆด้วยท่าทีเรียบนิ่งและไม่สนใจแม้แต่จะปรายตามามองเธอที่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้วยซ้ำ

“แค่กๆ” ดารัณไอออกมาเพราะเธอทนไม่ไหวกับกลิ่นและควันของบุหรี่ที่เขานั่งพ่นควันออกมาด้วยความสบายใจ ถึงแม้กลิ่นของมันจะไม่ได้ฉุนมากมายคงเพราะเป็นบุหรี่ที่มีคุณภาพและราคาแพงตามฐานะของเขาแต่เธอที่ไม่ชอบกลิ่นอะไรพวกนี้จึงมักจะทนไม่ค่อยได้ ฟรานเองที่ได้ยินเสียงใครอีกคนไอออกมาแบบนั้นก็อดปรายตามองไปยังคนตรงหน้าไม่ได้ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆตามปกติของเขา

“เก็บข้าวของออกไปอยู่ที่อื่น ฉันไม่ชอบอยู่ร่วมบ้านกับคนแปลกหน้า!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป