บทที่ 4 ไม่ได้อยากดูแล

บทที่4

ไม่ได้อยากดูแล

หลังจากที่ดารัณได้ยินอีกคนพูดออกมาแบบนั้นก็ชะงักนิ่งไปพร้อมกับมองไปยังเจ้าของบ้านด้วยความไม่เข้าใจและตกใจไม่น้อยเพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมา นั่นเท่ากับว่าเขากำลังไล่เธอออกไปอยู่ที่อื่น

“เธอน่าจะรู้ว่าฉันไม่ได้อยากดูแลเธอ เก็บของและย้ายออกไปซะ” พร้อมกับยื่นบางอย่างให้กับคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งเรียบ

ดารัณที่เห็นเขายื่นของสิ่งนั้นให้ก็จำใจต้องขยับเข้าไปรับด้วยความประหม่าไม่น้อยกับสายตากดดันของเขาที่มองมายังเธอ เมื่อเธอหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก

“คีย์การ์ดคอนโดเหรอคะ” ดารัณถามคนตรงหน้าที่นั่งมองหน้าเธออยู่นิ่งๆด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“อืม เธอคงไม่อยากอยู่กับฉันหรอกใช่ไหมเพราะฉันเองก็ไม่อยากอยู่กับเธอ” ฟรานเองก็บอกความต้องการตัวเองไปตรงๆถึงเขาจะเป็นคนไม่ชอบพูดแต่การกระทำเขามักจะชัดเจนเสมอ

“ค่ะ” ดารัณเองเมื่อรับรู้ถึงจุดประสงค์คนตรงหน้าก็ยอมรับคีย์การ์ดคอนโดที่เขามอบให้เพราะเธอเองก็อยากออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าคนตรงหน้าก็พอใจดีอยู่บ้าง เมื่อคิดได้ดังนั้นดารัณเองก็เผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจเพราะเธอไม่ต้องทนอึดอัดกับท่าทีเย็นชาและสายตาดุดันคู่นั้นอีกแล้ว

“เก็บของออกภายในวันนี้ ฉันไม่ชอบความวุ่นวาย” ฟรานบอกออกไปและหันกลับไปดูดบุหรี่เงียบๆอีกครั้งเพราะเพียงแค่นี้เธอก็น่าจะเข้าใจความต้องการของเขาแล้ว

“ฮะ…วันนี้เหรอคะ” ดารัณเองก็ทวนคำพูดอีกคนด้วยความมึนงง

“ต้องเร็วขนาดนี้เลยเหรอ” เธอพึมพำออกมาเบาๆเพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับเธอแม้วินาทีเดียวขนาดนี้ ฟรานไม่ได้ตอบคำถามของเธอเพียงมองเธอด้วยสายตารำคาญและกดดันแทนเท่านั้น ดารัณที่เห็นแบบนั้นก็รีบออกจากห้องทำงานของฟรานด้วยความเร่งรีบและขึ้นไปเก็บของยังห้องนอนตัวเองทันที

ผ่านไปสักพักดารัณก็ลงมาจากห้องนอนส่วนตัวพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เธอพอจะเก็บได้ก่อน คิดเอาไว้ว่าค่อยขอเขาเข้ามาเก็บของเพิ่มน่าจะได้ คิดได้ดังนั้นดารัณก็เดินลากกระเป๋าลงมาด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย

“ฮึบ!” เธอยกกระเป๋าลงมาด้วยตัวเองจนถึงหน้าประตูบ้านที่มีลูกน้องของฟรานยืนเต็มไปหมด ทุกคนปรายตามองมายังเธอเพียงนิดก่อนจะหันหน้าไปทิศทางเดิมแบบไม่สนใจเช่นเคย

“เอ่อ…พี่คะๆ” ดารัณพยายามเรียกเหล่าคนชุดดำตรงหน้าด้วยความกลัวน้อยๆ เพราะเธอต้องการจะขอความช่วยเหลือจากคนตรงหน้าแต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่ค่อยใส่ใจเธอเท่าไหร่

“พี่ช่วยไปส่งหนูได้ไหม” ดารัณตัดสินใจบอกคนตรงหน้าไปอีกครั้งและลูกน้องของฟรานคนนั้นเพียงแค่หันมามองเธอเพียงนิดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ดารัณที่เห็นแบบนั้นก็คิดว่าอีกคนน่าจะฟังภาษาไทยไม่ออกเธอจึงพยายามจะพูดภาษาจีนกับคนเหล่านั้น แต่ในขณะที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยออกไปก็ได้ยินเสียงของใครอีกคนซะก่อน

“คุณดารัณจะทำอะไรครับ” ทีเจเป็นคนถามขึ้นหลังจากที่เห็นว่าเธอพยายามเรียกเหล่าลูกน้องตรงหน้า

“พี่ที” ดารัณยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เห็นใครอีกคนที่ดูจะเป็นมิตรกับเธอที่สุดเดินเข้ามาหาแบบนี้

“หนูจะขอรบกวนให้ไปส่งที่คอนโดหน่อยค่ะ เห็นพี่ๆเหล่านี้ไม่มีใครพูดกับหนูเลย คิดว่าน่าจะฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ” ดารัณบอกอีกคนไปตามที่เธอคิด

“ทุกคนที่นี่พูดและฟังภาษาไทยได้ครับ” ทีเจบอกเธอด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเช่นเคย

“อ่อ..ถ้างั้นช่วยไปส่งหนูได้ไหม” ดารัณรีบขอความช่วยเหลือไปอีกครั้ง

“เฮียครับ ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากนายใหญ่ เราไม่สามารถไปส่งคุณดารัณได้นะครับ” ลูกน้องคนที่ดารัณขอความช่วยเหลือพูดบอกทีเจไปด้วยน้ำเสียงที่มีความเคารพไม่น้อยแต่ยังไงก็เกรงใจนายใหญ่มากกว่าอยู่ดี

ดารัณที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแหยๆออกมาเพราะเธอพอจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเพราะเจ้าของบ้านก็คงไม่ใจดีถึงขั้นให้คนของเขาไปส่งเธอหรอก รถยนต์ที่คุณป้าซื้อให้ไปเรียนก็ไม่รู้หายไปไหน คิดว่าคนหน้าดุข้างบนคงเป็นคนจัดการนำไปไว้ที่อื่นแล้ว

“เฮ้อ นี่เธอกำลังเจอกับอะไรกันแน่” ดารัณก็พึมพำออกมาคนเดียวด้วยใบหน้าที่หงอยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก เธอช่วยเหลือตัวเองได้อยู่แล้วจึงหันไปบอกทีเจเสียงอ่อน

“เอ่อ…ถ้างั้นหนูไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเรียกรถไปเองก็ได้” ดารัณยิ้มน้อยๆให้กับบุคคลข้างหน้าเหล่านั้นก่อนจะเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ออกไปหน้าบ้านด้วยตัวเองเพื่อเรียกรถมารับและในระหว่างที่เธอเดินลากกระเป๋าออกไปนั้นก็ได้หันกลับไปมองยังบ้านหลังใหญ่อีกครั้งก่อนจะลอบทำปากขมุบขมิบและทำหน้ามุ่ยใส่ใครอีกคนที่ยืนมองเธออยู่เงียบๆอยู่ตรงระเบียงบ้าน

“อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย” เธอบ่นพึมพำคนเดียวและถ้าไม่จำเป็นเธอจะไม่มาที่นี่อีกก่อนจะเดินฟึดฟัดออกไปด้วยความหัวเสียไม่น้อยเพราะดูเหมือนว่าเธอจะโดนอีกฝ่ายกลั่นแกล้งยังไงก็ไม่รู้ อีกแค่ปีเดียวเธอต้องทนให้ได้ ดารัณยิ้มให้กำลังใจตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินจนพ้นรั้วหน้าบ้านหลังใหญ่ที่เธออยู่มาหลายปีออกไปสู่ถนนเพื่อเดินไปรอรถอีกที

ด้านฟรานที่ยืนมองคนตัวเล็กอีกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉยก็แสยะยิ้มออกมาด้วยความพอใจและอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้กับท่าทีดื้อรั้นของเธอที่ลอบทำใส่เขาแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป