บทที่ 5 สบตา

บทที่5

สบตา

หลังจากดารัณออกไปได้สักพักแล้ว ฟรานเองก็เตรียมตัวเข้าบริษัทเพราะช่วงเย็นเขามีนัดกับเพื่อนตัวเองที่ผับต่อ

“นายครับ ไปกันเลยไหมครับ” เป็นทีเจที่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายหลังจากอีกคนเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน

“อืม”

บนรถ

ขับรถออกจากตัวบ้านหลังใหญ่ไม่นาน ทีเจก็ต้องขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยบอกผู้เป็นเจ้านายอีกครั้งเพราะเขาเหลือบไปเห็นบุคคลที่เขาคิดว่าเธอน่าจะไปถึงคอนโดแล้ว

“นั่นคุณดารัณหนิครับ เธอยังไม่ได้รถมารับอีกเหรอ” ทีเจพูดออกไปเพื่อหวังให้เจ้านายตัวเองหันไปมองใครอีกคนที่ยืนถือกระเป๋ารอรถอยู่ข้างถนน

“หึ!…ยังไปไม่ถึงไหนอีกเหรอ” ฟรานก็แค่ปรายตามองอีกคนเท่านั้น เขาไม่ได้สนใจที่จะแวะรับเธอหรือให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด

“แวะรับหน่อยไหมครับนาย ยังไงเธอก็เป็นหลานคุณวนิดานะครับ” ทีเจก็พูดออกไปอีกครั้งเพราะเขาเองก็อดรู้สึกเห็นใจอีกคนไม่ได้

“ไม่ต้อง มึงเป็นคนพูดมากตั้งแต่เมื่อไหร่” ฟรานถามด้วยน้ำเสียงดุดันเล็กน้อยและแฝงไปด้วยความไม่พอใจด้วย

“เด็กนั่นโตแล้ว ก็ให้ช่วยเหลือตัวเองไป” เมื่อฟรานพูดออกมาแบบนั้น ทีเจก็ทำได้เพียงเงียบและทำตามคำสั่งของเจ้านาย

ติ้ดๆ…ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ของฟรานดังขึ้น

“อืม มีอะไร” ฟรานกดรับสายพร้อมกับพูดกับคนปลายสายด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามสไตล์ของเขา

(เฮีย ทำไมขนคนมาไว้บ้านผมแบบนี้วะ) เสียงโฟล์ญาติผู้น้องของ ฟรานเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย

(แล้วรถน้องรัณมาอยู่นี่ได้ไง เฮียทำอะไรน้องหรือเปล่า) โฟล์รีบถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ทันที เนื่องจากเขามาประจำที่ประเทศไทยสักพักแล้วก็พอได้เจอกับดารัณบ้าง คุณลุงเฟ่ยก็ฝากเขาดูแลอีกฝ่ายด้วย ไม่คิดเลยว่าผู้เป็นพี่ชายตัวเองจะใจร้ายกับคนตัวเล็กขนาดนี้

“แกอยากเอาไปคืนเด็กคนนั้นก็เอาไปคืนเอง ตอนนี้ฉันให้เด็กนั่นออกไปอยู่คอนโด” สิ้นเสียงฟรานพูดออกไปแบบนั้น โฟล์เองก็หัวเสียขึ้นมาอีกครั้ง

(เฮียให้น้องออกไปอยู่คนเดียวได้ไง ลุงเฟ่ยรู้ต้องไม่พอใจแน่) โฟล์ก็พูดออกมาตามที่เขาคิด

“หึ…คิดว่าฉันกลัว?” ฟรานก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามเดิม

“ถ้าโทรมาเรื่องแค่นี้ ฉันจะวาง” พร้อมกับกดตัดสายอีกคนทันทีและนั่งอ่านเอกสารต่างๆผ่านไอแพดเครื่องหรูของตัวเองอย่างไม่สนใจใครอีก

ด้านดารัณหลังจากที่เรียกรถมารับซึ่งเธอต้องรอนานพอสมควรเลยทีเดียวเพราะซอยบ้านของคุณลุงแทบไม่มีรถผ่านไปผ่านมาเลย ตอนนี้เธอก็ได้เดินทางมาถึงคอนโดขนาดใหญ่และหรูพอสมควรแล้ว เธอเองก็ไม่คิดว่าเขาจะให้เธออยู่ในที่ๆดีขนาดนี้เหมือนกัน

แกรก..เสียงเปิดประตูเข้าไปยังห้องชุดสุดหรูที่มีทุกอย่างครบครันเพียงแค่ยกกระเป๋าเข้ามาก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย ทำให้ดารัณเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความสดใสและสบายใจ

“เฮ้อ…เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย” หลังจากสำรวจคอนโดรวมถึงเอาของเข้าไปเก็บเรียบร้อย ดารัณเองก็กดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นหนึ่งเพื่อส่งข้อความไปยังเพื่อนสนิทของเธอ นั่นก็คือ วีน่าและฟ้าใส

กรุ๊ปสาวโสด (3)

Ran: วันนี้ฉันย้ายเข้าคอนโดวันแรกแล้วนะ มาหาฉันได้ ผู้ปกครองฉันให้ย้ายออกมา โคตรสบายใจ

Vina:  กรี๊ดด ยินดีด้วยแก ต่อไปได้เจอกันบ่อยๆ ไว้ไปเที่ยวกันนะ

Fahsai: ผู้ปกครองแกเขาดุขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดไม่ให้แกอยู่ร่วมบ้านกับเขา

Ran: อืม หน้างี้ดุมาก ดีแล้วล่ะได้ออกมาอยู่เอง เฮ้อ

Vina: ฮ่าๆ เออๆแกอย่าคิดมาก เดี๋ยวตอนเย็นไปดื่มกัน ฉลองแกออกมาอยู่คนเดียวไง

Fahsai: ไปๆ ไม่ได้ออกกันนานละ ขอสายแซ่บนะจ๊ะ สาวๆ

หลังจากสามสาวนัดแนะกันเรียบร้อย ดารัณก็เข้ามาจัดเก็บของต่อด้วยความสบายใจ เธอค่อนข้างพอใจกับที่อยู่ใหม่เลยทีเดียว แต่คงบอกคุณป้าของเธอตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวอีกคนจะเป็นห่วงเธอเปล่าๆ พอคิดไปถึงคนหน้าดุอีกคนก็ทำเอาเธอเผลอทำหน้ามุ่ยออกมาด้วยความหมั่นไส้ในท่าทางของคนที่ไล่เธอออกมาอย่างเฉยชา เธอสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำใหม่และแต่งตัวรอเวลานัดหมายกับเพื่อน จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงเวลานัดเธอจึงรีบเดินทางออกจากคอนโดไปยังผับหรูที่นัดหมายกับเพื่อนๆเอาไว้

ผับหรู T-Night

สามสาวเลือกผับหรูแห่งนี้เพราะขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวราตรีเพราะยิ่งเป็นผู้หญิงก็ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก

“ไปกันเถอะ” ฟ้าใสก็เอ่ยบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มสดใส เพราะนานๆทีทั้งสามคนจะได้ออกมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้

“ไม่ได้มานานผับเหมือนจะหรูขึ้นเลยอะ” วีน่าเองก็พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นไม่น้อย

“ได้ข่าวว่าเขาเปลี่ยนเจ้าของใหม่ คงตกแต่งใหม่มั้ง” เป็นฟ้าใสที่ตอบกลับเพื่อนอีกครั้ง ส่วนดารัณได้แต่ยืนฟังเงียบๆ เธอเองไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่กับสถานที่แบบนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมาเลย

ทั้งสามคนเลือกที่นั่งค่อนข้างส่วนตัวหน่อยแต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นโต๊ะวีไอพีเพราะวีน่าและฟ้าใสเองอยากจะออกมาแดนซ์ซะหน่อย

“ฉันขอไม่แรงนะ พวกแกน่าจะรู้ว่าฉันดื่มไม่เก่ง” ดารัณรีบบอกเพื่อนตัวเองออกไปด้วยรอยยิ้ม เธอสามารถมาเที่ยวที่แบบนี้ได้แม้จะดื่มไม่เก่งก็ตามที

“ได้เลยแก ค่อยๆจิบไป ให้วีน่ามันกินคนเดียวอยากคอแข็งดีนัก” ฟ้าใสก็เอ่ยหยอกล้อเพื่อนด้วยความทะเล้น

“ฮ่าๆ” ดารัณก็หัวเราะออกมาอย่างเห็นด้วย เธอเคยดื่มจนเมาหลับ แต่วีน่ายังสามารถนำพวกเธอกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มมีคนจำนวนมากเข้ามาพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังขึ้นอย่างสนุกสนาน เหล่านักท่องราตรีต่างก็ออกมาแดนซ์โชว์ด้วยความผ่อนคลายและปลดปล่อยตัวเอง ดารัณเองก็นั่งจิบเครื่องดื่มไปเบาๆก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความสนใจ เพราะผับนี้ดูหรูมากและตกแต่งดีสุดๆ กระทั่งเธอเผลอไปสบตากับใครสักคนที่มองมายังเธอด้วยสายตาเรียบๆแต่ดูดุดันไม่น้อย

“อึก..” ดารัณที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับสะดุ้งด้วยความประหม่าและตกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้มาเจอคนหน้าดุอยู่ที่นี่ด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป