บทที่ 6 มาเฟีย
บทที่6
มาเฟีย
โซนวีไอพี
“มองไรวะ” เป็นเสียงของไนท์เพื่อนของฟรานที่กำลังนั่งจิบเหล้าอยู่ด้วยท่าทีสบายๆถามขึ้น เจ้าตัวมองตามสายตาของเพื่อนอย่างสงสัยเพราะดูเหมือนว่าฟรานกำลังจ้องมองใครอีกคนอยู่
“เปล่า” ฟรานตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งๆตามปกติ
“กูก็นึกว่ามันมองผู้หญิง จะขอเสือกสักหน่อย ฮึๆ” เป็นเสียงเจฟที่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มกวนๆตามสไตล์ของเขา ซึ่งทั้งเจฟและไนท์เป็นเพื่อนของฟรานและทั้งสามคนก็ทำธุรกิจบางอย่างร่วมกัน
“เอาสักคนไหมวะ” เจฟก็หันไปแกล้งแหย่คนหน้านิ่งพร้อมกับเรียกสาวๆเข้ามาบริการซึ่งเจฟกำลังนัวเนียสาวสวยเหล่านั้นอยู่ แต่ฟรานกับยกมือบอกไม่ต้องพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่ายออกมา
“ฮึๆ มึงนี่ยังไม่ให้ผู้หญิงเข้าใกล้เหมือนเดิมเลยนะ” ไนท์เองก็แสยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นฟรานยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
“นี่มึงจะอยู่ไทยนานแค่ไหน” ไนท์ก็ถามขึ้นอีกครั้ง
“เท่าที่อยากอยู่” ฟรานตอบเพื่อนกลับไปพร้อมกับยกแก้วเหล้าราคาแพงขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดก่อนจะวางลงด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“หึ! ก็นึกว่าอยู่รอเด็กในปกครองเรียนจบซะอีก” ไนท์มองอีกคนด้วยความขบขันกับสีหน้าที่ดูหงุดหงิดขึ้นมา ปกติฟรานจะเป็นคนเก็บความรู้สึกค่อนข้างเก่ง แสดงว่าเด็กคนนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ รู้สึกคุ้มค่าที่ให้คนไปสืบเรื่องนี้มาจริงๆ
“มึงแอบสืบเรื่องของกูงั้นเหรอ” ฟรานก็มองเพื่อนไปด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่แววตามีความหงุดหงิดไม่น้อย
“กูแค่เสือกนิดหน่อยเองอย่าโมโหไปเลยน่า” ไนท์ยิ้มนิดๆและสนุกที่ได้แกล้งเพื่อนตัวเอง
“หึ! ก็แค่เด็กนักศึกษาคนนึง” ฟรานปรายตามองไปยังใครอีกคนที่นั่งหันหน้าหนีเขาไปอีกทางด้วยความตื่นกลัวไม่น้อย เขารู้ว่าพ่อเขาต้องการอะไร แต่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นตามที่อีกคนต้องการอย่างแน่นอน
อีกด้าน
ดารัณเองหลังจากที่เผลอสบตากับผู้ปกครองหน้าดุก็ต้องรีบหันหน้าหนีด้วยความตกใจ ก่อนที่เพื่อนเธอจะสังเกตเห็นความผิดปกติ
“แกเป็นไรอะรัณ หน้าซีดเชียว” วีน่าก็เอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“มะ..ไม่เป็นไร ฉันแค่เพลียๆน่ะ” ดารัณตอบเพื่อนไปด้วยรอยยิ้มบางๆพร้อมกับยกเครื่องดื่มขึ้นดื่มเพื่อดับอารมณ์ตื่นกลัวในใจ หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เริ่มดื่มกันมากขึ้นและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนจะได้ยินอะไรบางอย่างจากโต๊ะข้างๆ
“มึงๆนั่นคุณไนท์เจ้าของผับหนิ เห็นไกลๆยังโคตรหล่อเลยอะมึง” สาวๆกลุ่มนั้นก็มองไปยังหนุ่มๆด้านนั้นด้วยความชอบใจ
“แล้วคนข้างๆใครวะ โคตรหล่อเหมือนกัน ยังกับดารานายแบบ” เพื่อนของคนในกลุ่มนั้นก็ถามขึ้นอย่างสนใจ
“ก็คุณฟรานกับคุณเจฟไงเป็นหุ้นส่วนที่ผับนี้” ใครคนนึงก็ยังคงพูดต่อด้วยความอารมณ์ดี
“มึงนี่รู้ไปหมดเลยนะ” ในกลุ่มนั้นก็ยังคงพูดคุยกันถึงหนุ่มหล่อทั้งสามคนนั้นอย่างออกรส
“ก็กูถามเด็กเสิร์ฟไง ให้ตังค์นิดหน่อยก็รู้ทุกเรื่องแล้วปะ” เจ้าของคำพูดคนเดิมก็ยังคงพูดด้วยความตื่นเต้น
“แต่กูได้ยินมาว่า..ทั้งสามคนนั้นจะหล่อแค่ไหนก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง มึงดูลูกน้องเขาสิ ล้อมหน้าล้อมหลังขนาดนั้น คิดว่าคนเหล่านั้นจริงๆแล้วเป็นใคร” สาวๆในกลุ่มนั้นก็กระซิบกันเสียงเบาลงกว่าเดิมด้วยกลัวว่าคนจะมาได้ยินเข้า
“อย่าบอกนะว่า…เป็นมาเฟีย อุ๊บ!” หนึ่งในนั้นรีบตะครุบปิดปากเพื่อนตัวเองด้วยกลัวว่าจะเดือดร้อนเพราะคำพูดไม่คิด
ด้านกลุ่มของดารัณที่ยืนอยู่ใกล้ๆกลับได้ยินเต็มสองหู ทั้งสามสาวเงียบเสียงลงทันทีพร้อมกับลอบชำเลืองไปยังบุคคลที่ถูกพูดถึงเมื่อสักครู่นี้
“มาเฟียงั้นเหรอ” ดารัณพึมพำออกมาด้วยความตกใจไม่น้อย พร้อมกับภาพต่างๆที่ไหลเข้ามา คนชุดดำเต็มบ้านไปหมดและบ้านหลังนั้นก็ไม่ให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายนอกจากคนของฟราน ดารัณมือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเพราะถ้าเขาคนนั้นเป็นมาเฟียจริง เขาก็คงเคยฆ่าคน แค่คิดถึงตรงนี้ก็ทำเอาดารัณขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“แกอย่าเข้าไปใกล้คนเหล่านั้นนะ ฉันว่าเป็นไปได้อย่างที่โต๊ะข้างๆพูด” ฟ้าใสก็กระซิบพูดกับเพื่อนเบาๆด้วยความรู้สึกกลัวไม่น้อย
“ฉะ..ฉันมีอะไรจะบอกพวกแก” ด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย ดารัณจึงอยากจะบอกเรื่องบางอย่างให้เพื่อนทั้งสองคนของเธอรับรู้
“อะไรเหรอ” วีน่าก็รีบถามอีกคนที่มีสีหน้าไม่สบายใจด้วยความเป็นห่วง
“คือ…ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นผู้ปกครองฉันเอง คุณฟรานเขาเป็นลูกชายของสามีป้าฉันเอง” หลังจากดารัณพูดออกไปแบบนั้นก็เกิดความเงียบและสีหน้าตกใจของเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่จะเป็นฟ้าใสที่ได้สติขึ้นมาก่อน
“จะ..จริงเหรอแก แต่ก็ถือว่าแกโชคดีที่ได้ออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียว แค่ฉันมองไกลๆยังอดรู้สึกขนลุกไม่ได้ สายตาผู้ปกครองแกน่ากลัวเป็นบ้าเลย” ฟ้าใสก็อดลูบขนแขนตัวเองเบาๆไม่ได้ ดารัณก็พยายามตั้งสติก่อนจะชวนเพื่อนพูดคุยเรื่องอื่นแทนเพราะเธอคิดว่าเธอคงไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนแบบ ฟรานหรอก เขาเองก็แสดงออกชัดขนาดนั้นว่าไม่เต็มใจดูแลเธอ จากนี้เธอจะดูแลตัวเองจนถึงวันเรียนจบให้ได้
เมื่อสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายทั้งสามสาวก็ดื่มกันหนักขึ้นเรื่อยๆรวมถึงดารัณด้วย เธอรู้สึกอยากดื่มให้ความรู้สึกที่ตื่นกลัวอยู่ในใจให้มันหายไปและไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก
“อึกๆ” เสียงกระดกเหล้าขึ้นดื่มอย่างหนักของดารัณทำให้เพื่อนสองคนต้องปรามอีกคนให้ช้าลงหน่อยเพราะดารัณค่อนข้างคออ่อนประเดี๋ยวจะเมาซะก่อน
“อืม..ฉะ..ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงปวดฉี่” หลังจากดารัณพูดออกไปแบบนั้นก็ลุกออกไปทันทีด้วยความเร่งรีบจนเพื่อนสองคนตามไม่ทัน
ห้องน้ำหญิง
หลังจากดารัณเข้าห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยก็มายืนมองตัวเองที่หน้ากระจกด้วยความมึนเมาเกือบจะเซล้มลงแต่ก็พยายามพยุงตัวเองกลับไปหาเพื่อน ในขณะที่เดินออกไปยังหน้าห้องน้ำเธอก็ต้องแสดงสีหน้าตกใจออกมาเพราะเรื่องราวที่ได้ยินมาก่อนหน้านั้นทำเอาเธอรู้สึกกลัวคนตรงหน้าไม่น้อยแต่ด้วยความมึนเมาจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้เธอกล้าพอที่จะเดินผ่านหน้าอีกคนไปอย่างข่มความกลัวเอาไว้ได้
ฟู่วว…คนตัวสูงพ่นควันบุหรี่อย่างหนักหน่วงเรื่อยๆ เขายืนนิ่งๆมองไปยังคนตัวเล็กตรงหน้าที่ดูจะสูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นด้วยสายตาเย็นชาเช่นเดิม
ดารัณที่เห็นใครคนนั้นก็รีบเดินหนีไปด้วยความรวดเร็วแต่เพราะความมึนเมาทำให้เธอเดินเซไปเซมาจนกระทั่งสะดุดล้มลงอยู่ตรงปลายเท้าของฟรานพอดิบพอดี ไม่มีอะไรจะซวยไปมากกว่านี้แล้วจริงๆ
“อึก..โอ้ย!” ดารัณที่ล้มลงแบบนั้นก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บไม่น้อย ก่อนจะเงยหน้ามองใครอีกคนที่ปรายตามองเธอนิ่งๆแต่ไม่คิดจะช่วยเธอสักนิดด้วยสีหน้างอแงอย่างไม่รู้ตัว
ฟรานเองเมื่อเห็นอีกคนล้มลงแบบนั้นก็อดก้มลงไปมองไม่ได้ก่อนสายตาของเขาจะสบเข้ากับดวงตากลมโตหวานเชื่อมด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ที่อีกคนน่าจะดื่มไปไม่น้อยและเหมือนว่าแววตาคนตรงหน้าดูเหมือนจะมีน้ำตาคลอออกมาด้วยความเจ็บจากการสะดุดล้มด้วย
“ลุกขึ้น” ฟรานบอกเธอไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพร้อมกับมองไปยังชุดที่อีกคนสวมใส่อยู่มันเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำที่ร่นขึ้นมาจนเห็นโคนขาอ่อนขาวเนียนของเธอเพราะความไม่ระวังตัวของเจ้าตัว
“ป้าเธอจะรู้หรือเปล่าว่าหลานสาวมาสถานที่แบบนี้” ฟรานเองก็มองอีกคนด้วยสายตาที่ทำให้ดารัณรู้สึกร้อนๆหนาวๆ
“หนูโตแล้วจะมาสถานที่แบบนี้ก็ไม่แปลก คุณฟรานยังมาได้เลยหนิคะ” ดารัณที่มีความมึนเมาไม่น้อยก็ตอบอีกคนไปด้วยความหมั่นไส้และทำหน้ามุ่ยใส่เขาด้วยความไม่ชอบใจในคำพูดอีกด้วย จนลืมไปว่าตอนนี้ตัวเองกำลังพูดอยู่กับใคร
“งั้นเหรอ” ฟรานก็ก้มลงมองอีกคนชัดๆด้วยแววตาเรียบๆแต่แฝงไปด้วยอะไรบางอย่าง ก่อนจะตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นมาและเดินกลับไปยังกลุ่มเพื่อนตัวเอง…
