บทที่ 7 เด็กอวดดี

บทที่7

เด็กอวดดี

ห้องวีไอพีส่วนตัว

เนื่องจากทั้งสามหนุ่มมีเรื่องจะพูดคุยกันส่วนตัวจึงย้ายมายังห้องวีไอพีกันด้านในทำให้ตอนนี้ทั้งเจฟและไนท์ได้เข้ามานั่งดื่มรอเพื่อนอีกคนที่หายไปเข้าห้องน้ำสักพักแล้ว

แกรก! เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของฟรานที่อุ้มใครบางคนเข้ามาด้วย ทำให้เจฟกับไนท์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่เพื่อนอุ้มเข้ามานั้นสวยมากทีเดียว

“ไปเข้าห้องน้ำแป๊ปเดียวได้สาวสวยมาด้วยเลยเหรอวะ” เป็นเจฟที่เอ่ยแซวเพื่อนตัวเองก่อนซึ่งฟรานยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆออกมา

“คุณดารัณเป็นอะไรครับนาย” ทีเจที่เป็นคนเปิดประตูให้กับเจ้านายตัวเองก็มีสีหน้ามึนงงไม่น้อย เมื่อตอนเช้ายังไล่อีกคนออกไปอยู่ที่อื่นอยู่เลย แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงได้อุ้มอีกคนไว้ในอ้อมแขนแบบนั้นล่ะ

“ซุ่มซ่าม! หกล้ม” ฟรานตอบกลับนิ่งๆก่อนจะเอ่ยบอกมือขวาตัวเองให้ไปเอากระเป๋าของคนในอ้อมแขนมาที่นี่

“อื้ออ ปล่อยยหนูนะ คนใจร้าย” ดารัณที่เมาแทบไม่ได้สติแล้วในตอนนี้ก็งึมงำบอกคนที่อุ้มเธออยู่ให้ปล่อย ก่อนที่ฟรานจะนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนตัวเองด้วยท่าทีปกติ

“เงียบ อย่ามาดื้อกับฉัน” ฟรานเองก็ดุอีกคนออกไปเสียงเรียบ ในตอนแรกเขาจะปล่อยเธอเอาไว้แบบนั้น แต่เมื่อเห็นแววตาหวานๆของเธอบวกกับคำพูดอวดดีที่ไม่มีท่าทีกลัวเขาสักนิด มันทำให้เขารู้สึกอยากจะลงโทษเด็กอวดดีสักหน่อย

“สรุปว่าเด็กมึง?” ไนท์เองที่นั่งมองอยู่นานก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ ง่ายๆก็คืออยากเสือกนั่นแหละ

“หลานสาวเมียใหม่พ่อกู” ฟรานก็ตอบเพื่อนตัวเองไปตามความจริงเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิดอะไร

“เด็กในปกครองว่างั้น” ไนท์ที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มมุมปากออกมา

“อืม!”

“สวยขนาดนี้มึงไม่สนใจจริงๆเหรอวะ ไหนๆพ่อมึงก็อยากให้มึงมีเมียอยู่แล้วหนิ” ไนท์เองก็พอรู้ว่าการที่พ่อของฟรานฝากดูแลอีกคนมันคงไม่ใช่แค่เรื่องดูแลอย่างเดียวหรอกมันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอน ฟรานที่ได้ยินแบบนั้นก็เงียบไม่ตอบอะไรกลับไปเพียงแต่ก้มมองคนในอ้อมแขนที่ทำปากขมุบขมิบเหมือนด่าเขาตลอดเวลาแบบนั้นด้วยแววตานิ่งๆ

“กูไม่ชอบเด็กดื้อและไม่ชอบการถูกบังคับ” ฟรานเองก็ตอบเพื่อนออกไปตามความรู้สึก ด้านไนท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปสบตากับเจฟและยกยิ้มออกมาพร้อมกัน

ก๊อก ก๊อก!

“ขออนุญาตครับ” ทีเจเปิดประตูเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับกระเป๋าของคนที่น่าจะนอนหลับไปแล้วด้วยความมึนเมา

“กูกลับก่อน” ฟรานเองเมื่อได้กระเป๋าของคนตัวเล็กมาแล้วก็เอ่ยบอกเพื่อนตัวเองพร้อมกับกระชับเสื้อคลุมของตัวเองที่ถอดคลุมขาอ่อนให้กับคนเมาไม่ได้สติตอนนี้ให้แน่นขึ้น

“เออ…อย่าลืมป้องกันด้วยนะเว้ยน้องยังเด็ก” เจฟเองก็เอ่ยแซวอีกคนด้วยรอยยิ้มกวนๆ ฟรานที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่งสายตาหงุดหงิดไปยังเพื่อนตัวเองเพราะสิ่งที่มันคิดไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน...

บนรถ

“นายจะไปส่งคุณดารัณก่อนไหมครับ” ทีเจรีบเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายก่อนที่เขาจะออกรถ

“กลับบ้านเลย” ฟรานเอ่ยบอกเสียงเรียบ

“ครับ” ทีเจก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะขับรถมุ่งไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของเจ้านายอย่างไม่นึกที่จะถามอะไรต่อ

“งั่มๆ…ปวดหัวจางงง” ดารัณที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของคนหน้านิ่งก็ขยับตัวยุกยิกไปมาซึ่งฟรานก็พยายามจะจับเธอให้ไปนั่งลงดีๆแต่อีกคนกลับเอาแต่กอดรัดเขาจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดในใจ สุดท้ายฟรานก็ยอมให้เธอกอดตัวเองอยู่แบบนั้นด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

คฤหาสน์สุดหรู

เมื่อเดินทางมาถึงที่หมาย ฟรานก็พยายามปลุกอีกคนให้ได้สติ แต่จนแล้วจนรอดคนตัวเล็กที่กอดเขาอยู่ก็ยังคงหลับนิ่งอยู่แบบนั้นเหมือนเดิม

พรึบ! สุดท้ายฟรานก็ตัดสินใจอุ้มคนตัวเล็กอีกครั้งพร้อมกับเดินเข้าไปภายในบ้านตัวเองด้วยท่าทีที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

“อื้อ…ปล่อยๆร้อนๆ” ดารัณก็พึมพัมเบาๆพร้อมกับเริ่มดิ้นออกมาด้วยท่าทีดื้อรั้นและงอแงเพราะเธอเริ่มร้อนและอึดอัด

พรึบ! ฟรานที่เห็นอีกคนดิ้นจะลงแบบนั้น ก็ตัดสินใจทิ้งเธอนอนลงบนพื้นเย็นเฉียบตรงหน้าทางขึ้นบันไดไปยังห้องนอนทันทีพร้อมกับปรายตามองคนตัวเล็กที่เอาแต่นอนงึมงำไม่ได้สติอยู่บนพื้นด้วยแววตาหงุดหงิด

“เอ่อ…นายครับจะทิ้งคุณดารัณเอาไว้แบบนี้จริงๆเหรอครับ” ทีเจที่เห็นแบบนั้นก็ถามขึ้นมาแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งจนเกินไป

“เออ…ทิ้งไว้แบบนี้แหละ ดิ้นดีนัก” ฟรานก็บอกมือขวาตัวเองไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด หลังจากที่เขาทิ้งอีกคนเอาไว้แบบนั้นแล้วก็เดินขึ้นไปยังชั้นบนยังห้องนอนส่วนตัวโดยที่ไม่เหลียวแลมายังคนที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนพื้นแม้แต่นิดเดียว

เช้าวันต่อมา

“อื้ออ” ดารัณเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อเธอรู้สึกหนาวผิดปกติบวกกับได้ยินเสียงคนวิ่งออกกำลังกายเป็นจำนวนมากทำให้เธอรู้สึกตื่นเต็มตาในที่สุดก่อนจะก้มมองตัวเองอย่างสำรวจและมองไปยังรอบๆบ้านที่เธอดูก็รู้ในทันทีว่าเป็นบ้านของผู้ปกครองของเธอก่อนจะพยายามนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆของเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนที่เธอจะเบิกตากว้างออกมาด้วยความตกใจ

“ฉิบหายแน่ยัยรัณเอ๊ย” เธอพึมพำเบาๆพร้อมกับลุกขึ้นยืนแถมยังถือวิสาสะสวมเสื้อคลุมของใครสักคนที่เธอก็ไม่รู้ว่าเป็นของใครคลุมชุดของเธอเอาไว้ก่อน เธอจำได้แม่นว่าเมื่อคืนเธอสะดุดล้มแล้วพูดจาต่อล้อต่อเถียงกับคนหน้าดุและทำท่าทีเอาแต่ใจใส่เขา จนเขาอุ้มเธอไปที่ไหนสักแห่งจนสุดท้ายมาโผล่อยู่ที่นี่พร้อมกับนอนบนพื้นเย็นๆแบบนี้ทั้งคืน ดารัณมองหากระเป๋าตัวเองก่อนจะเจอว่ามันวางอยู่ไม่ไกลนักเธอรีบใช้ความเร็วสี่คูณร้อยย่องออกไปให้เร็วที่สุดก่อนที่เจ้าของบ้านจะมาเจอแล้วหักคอเธอทิ้ง

ตึก ตึก ตึก! ดารัณรีบจัดทรงผมลวกๆพร้อมกับเดินก้มหน้าก้มตาออกไปเพราะหน้าเธอตอนนี้คงดูไม่ได้เท่าไหร่ ก่อนที่เหล่าชายชุดดำทั้งหมดจะมองมายังเธอเป็นตาเดียวพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดารัณพยายามก้าวเท้าออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเพราะหลังจากที่เธอรู้ว่าคนเหล่านี้ถูกฝึกมาเพื่ออะไรเธอก็อดรู้สึกกลัวคนเหล่านี้ไม่ได้

“คุณรัณจะไปไหนครับ” ทีเจที่ออกกำลังกายเสร็จแล้วเดินมาเจอใครอีกคนที่กำลังรีบร้อนออกไปเหมือนกับกลัวอะไรสักอย่าง

กึก..ด้านดารัณที่ได้ยินเสียงคนเอ่ยถามเธอแบบนั้น ก็ต้องหยุดชะงักลง พร้อมกับก้มหน้าก้มตาเพราะเธอก็รู้สึกอายไม่น้อยกับหน้าตาในตอนนี้อีกอย่างเธอก็รู้สึกไม่กล้าคุยกับคนตรงหน้าเหมือนเดิมแล้ว

“เอ่อ…หนูจะกลับคอนโดค่ะ ขะ..ขอตัวก่อนนะคะ” ดารัณก็เกิดอาการติดอ่างขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธออยากจะรีบออกไปจากบ้านนี้ให้เร็วที่สุด ทีเจที่เห็นท่าทางอีกคนเปลี่ยนไปก็อดสงสัยไม่ได้

“ไม่อยู่รอบอกนายก่อนเหรอครับ” ทีเจเอ่ยเตือนอีกคนด้วยความหวังดี เพราะยังไงเมื่อคืนเจ้านายเขาก็เป็นคนอุ้มเธอกลับมา ถึงจะปล่อยให้นอนพื้นทั้งคืนก็เถอะ

“ไม่ดีกว่าค่ะ คุณฟรานคงไม่สนใจหนูขนาดนั้น เมื่อคืนหนูก็สร้างเรื่องไว้เยอะด้วย กลัวโดนดุค่ะ” ดารัณก้มหน้าลงดังเดิมเพราะเธอกลัวเขาจริงๆในตอนนี้

“ถ้างั้นผมจะไปส่ง” ทีเจเมื่อเห็นสภาพอีกคนก็อดเห็นใจไม่ได้จะปล่อยให้กลับเองก็ดูจะใจดำเกินไป

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูไปก่อนนะคะ” ดารัณรีบเดินออกไปทันทีด้วยความที่ยังคงเจ็บขาที่หกล้มเมื่อคืนอยู่ ทำให้เธอเดินยังไม่ค่อยถนัดนัก ทีเจก็ได้แต่มองตามอีกคนที่เดินออกไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอได้เอาเสื้อเจ้านายของเขาไปด้วย…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป