บทที่ 3 ตามหา

บทที่3

ตามหา

เกือบเช้าของวันนั้น

เฌอร์รินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่บอบช้ำและปวดเมื่อยไปหมดเธอพยายามลุกออกจากเตียงให้เบาที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้เพราะตอนนี้เธอต้องรีบออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่ใครอีกคนจะตื่นขึ้นมา

เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงรีบก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่แทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลยขึ้นมาสวมใส่เพราะก่อนหน้านั้นถูกชายหนุ่มกระชากมันจนแทบขาดวิ่น

เธอมองเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาบางอย่างก่อนจะรีบหนีออกจากห้องนั้นโดยเร็วและเมื่อสติกลับมาเธอถึงได้มีเวลานึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นทั้งหมดและมันทำให้เธอรู้สึกหน่วงๆที่ใจขึ้นมาแต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่ต้องมาคิดเสียใจอะไรทีหลังเพราะเรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความประมาทของเธอเอง รวมถึงพวกคนเลวพวกนั้นที่คิดใช้วิธีสกปรกกับเธอ

ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อให้กำลังใจตัวเอง อะไรที่เสียไปแล้วก็เสียไป เป็นเพราะความขาดสติของเธอเองจะโทษใครก็ไม่ได้จะโทษร่างสูงอีกคนก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะตัวเธอเข้าไปในห้องของเขาเอง

เฌอร์รินสลัดความคิดที่มันรบกวนจิตใจและทำให้เธออ่อนแอออกไป เธอถูกฝึกให้เข้มแข็งและอดทนต่อทุกสถานการณ์มาโดยตลอดแล้วทำไมเรื่องนี้เธอจะผ่านมันไปไม่ได้ล่ะ สิ่งที่เธอควรกังวลในตอนนี้คือต้องทำตัวให้ปกติและต้องไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้โดยเฉพาะพี่ชายของเธอ

เธอรีบโบกรถกลับไปยังที่พักโดยไม่ลืมที่จะแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน เรื่องแบบนี้คนเรียนหมอแบบเธอรู้ดีว่าควรจะต้องทำยังไงและต้องจัดการตัวเองแบบไหน

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอก็กลับไปพักผ่อนที่คอนโดและเตรียมเก็บของเดินทางไปยังประเทศบ้านเกิดของมารดาทันที

เธอคงไม่โชคร้ายเจอเขาอีกและเขาเองก็คงจำเธอไม่ได้เช่นกัน แม้ในใจลึกๆจะคิดแบบนั้นแต่เธอก็อดเป็นกังวลไม่ได้เพราะเธอนั้นจำเขาได้ดี ยอมรับว่าเธอเองตกใจเหมือนกันที่รู้ว่าเป็นเขา ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของพี่ชายเธอ เขาคนนั้นคือ จาฟาร์ เฉียน ทายาทตระกูลใหญ่ที่เป็นพันธมิตรกับครอบครัวเธอมาโดยตลอด

เมื่อหลายปีก่อนเธอจำได้ว่าเคยเจอเขาและคงเป็นการเจอเขาครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะออกมาอยู่ข้างนอกคนเดียวเพราะตอนนั้นเธอรู้สึกว่าเขาพึ่งจะเรียนจบกลับมาจึงแวะมาเยี่ยมบิดาของเธอและมาพบพี่ชายเธอด้วยแต่เขาไม่ได้เจอเธอหรอกนะเพราะเธอเพียงแอบมองเขาอยู่ไกลๆและอีกอย่างเธอไม่ชอบแสดงตัวให้คนอื่นได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลนี้ด้วย

และครั้งนั้นแหละที่เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นเขาแต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนเธอก็ยังคงจดจำเขาได้เสมอ

ส่วนเขาแม้ว่าจะเคยเจอกันในครั้งที่เธอยังเป็นเด็กและยังเป็นการเจอกันครั้งแรกด้วยแต่มันเป็นการเจอกันที่นานมาแล้วเธอจึงมั่นใจว่าเขาคงจดจำเธอไม่ได้แน่ๆเพราะตอนนั้นเขาไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย

เธอจึงหวังว่าเขาจะจดจำเธอไม่ได้จริงๆเพราะเมื่อเติบโตขึ้นเขาไม่เคยได้เจอเธออีกเลยกระทั่งเมื่อคืนที่ได้ใกล้ชิดกัน

ผู้ชายรูปร่างสูงเพรียวหุ่นสมส่วนคนนั้นที่เธอรู้ดีว่าร่างกายของเขาอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแค่ไหน โดยเฉพาะแววตาคู่คมที่ดูดุดันและเย็นชาของเขายิ่งทำให้เธอยากที่จะลืมแต่ไม่ว่ายังไงเธอจะลืมเขาให้ได้และจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นและไปจากที่นี่ด้วย และถึงแม้ว่าเมื่อคืนเขาจะไม่ได้ป้องกันแต่เธอก็มั่นใจว่าคนอย่างเขาสะอาดพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องกังวลจนต้องไปตรวจร่างกาย

ด้านจาฟาร์ที่ตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันนั้นถึงกลับต้องยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างงัวเงียเพราะตัวเขาไม่เคยที่จะหลับลึกขนาดนี้มาก่อน หลับลึกขนาดที่ว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆได้หนีออกไปโดยที่เขาไม่รู้สึกตัว

มันทำให้เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าหนีออกไปไปโดยที่ไม่คิดบอกเขาแบบนี้

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้กับเขาเพราะทุกครั้งที่ระบายอารมณ์เสร็จต้องเป็นเขาที่เป็นฝ่ายทิ้งพวกเธอเหล่านั้นอย่างไม่ไยดีและไม่เคยมีใครได้นอนกับเขาบนเตียงจนถึงเช้าด้วยซ้ำ

แล้วเธอกล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับเขาและยังหนีไปโดยไม่คิดเรียกร้องอะไรกับเขาอีก ร่างสูงจ้องมองไปยังเตียงที่ยับยู่ยี่ด้วยแววตาเข้มขึ้น

คราบน้ำขาวขุ่นที่มันปนเลือดของเธอยิ่งตอกย้ำให้เขารู้ว่าเธอเป็นของเขาและเขายังมีอะไรกับเธอโดยไม่ป้องกันด้วย

เธอจากไปและทิ้งไว้แต่รอยพวกนี้ให้เขาได้ดู ส่วนเจ้าตัวคงแอบหนีไปสักพักใหญ่แล้วที่นอนด้านข้างถึงได้เย็นเฉียบขนาดนี้

“หึ! หนีให้ได้ตลอดก็แล้วกัน” ร่างสูงพึมพำอย่างเจ็บใจก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อโทรหาลูกน้องคนสนิทที่ไม่รู้ว่าพวกมันเฝ้าห้องเขายังไงให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวหนีออกไปได้

ตู้ด~

(ครับนาย) ปลายสายกดรับอย่างรวดเร็ว

“มึงอยู่ไหน เอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้กูที่ห้อง” เขาบอกลูกน้องเสียงเข้มก่อนจะวางสายไปอย่างไม่ไยดีเพราะตอนนี้จิตใจยังคงหงุดหงิดไม่หาย

ก๊อกๆ ใช้เวลาไม่นานอาตงมือขวาคนสนิทก็มาเคาะประตูและขออนุญาตเปิดเข้ามาเพื่อนำเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เจ้านายเปลี่ยน

บอดี้การ์ดหนุ่มเหลือบมองไปที่เตียงด้วยสีหน้าสงสัยเพราะเมื่อคืนพวกเขาจำได้ว่าเจ้านายไม่ได้เรียกใครมานอนด้วยพวกเขาถึงไม่ได้อยู่ใกล้บริเวณห้องเพราะคิดว่าเจ้านายคงต้องการพักผ่อน

แล้วเหตุใดถึงได้มีคราบเลือดอยู่บนผ้าปูที่นอนแบบนั้นได้ ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้เท่านั้น

“มึงไปตามหาผู้หญิงคนเมื่อคืน สืบมาว่าเธอเป็นใครและอยู่ที่ไหน” หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยจาฟาร์สั่งลูกน้องทันที

ด้านอาตงที่ได้รับคำสั่งก็ได้แต่ยืนงงเพราะเจ้านายหนุ่มไม่มีข้อมูลอะไรให้เลยเขาจึงไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหนแต่ที่รู้แน่ชัดในตอนนี้คือเมื่อคืนเจ้านายหนุ่มคงติดใจหญิงสาวคนนั้นเป็นแน่เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ให้เขาตามสืบต่อ

“ผู้หญิงคนเมื่อคืนเหรอครับ เธอหนีนายไปงั้นเหรอ” อาตงไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนคิดหนีเจ้านายหนุ่มด้วย ท่าทางเธอคนนี้คงไม่ธรรมดาซะแล้ว

“เออ!” จาฟาร์กระแทกเสียงตอบ

“แล้วผมต้องเริ่มสืบตรงไหนครับนาย มีข้อมูลเธอเพิ่มมั้ย”

“มึงโง่หรือยังไง ก็ไปขอดูกล้องวงจรปิดของทางคลับสิวะ คนที่ออกจากห้องนี้มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละ” หงุดหงิดหญิงสาวยังไม่พอยังต้องมาหงุดหงิดลูกน้องตัวเองอีก

ยิ่งคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่เขาไม่ได้ป้องกันและมีอะไรกับเธอไปตั้งหลายครั้งก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะลืมตัวได้ขนาดนั้น หวังว่าเธอคงไม่ท้องลูกของเขาไปด้วยหรอกนะ

“ครับนายๆผมจะไปเดี๋ยวนี้” อาตงรีบก้มศีรษะลงก่อนจะสาวเท้าออกไป

“เดี๋ยว! สืบเรื่องเธอมาทั้งหมดและกูต้องได้ข้อมูลมาภายในวันนี้ด้วย” จาฟาร์บอกเสียงเข้มซึ่งอาตงก็รีบพยักหน้าเพราะถ้าเขาทำไม่สำเร็จมีหวังโดนยิงแสกหน้าแน่ๆดูจากท่าทางหงุดหงิดและสายตาดุๆของเจ้านายแล้ว เขาควรจะรีบออกไปทำตามคำสั่งให้เร็วที่สุด

เมื่อลูกน้องออกไปแล้วร่างสูงจึงได้แต่เสยผมตัวเองอย่างหงุดหงิดเพราะทำอะไรไม่ได้

เขาจำเธอได้ดีและถ้าเจอกันอีกครั้งเขาจำเธอได้แน่ๆร่างกายขาวเนียนของเธอยังคงติดตาเขาอยู่เลยแค่เพียงหลับตาลงใบหน้าของเธอก็ลอยเข้ามาแล้ว

“โธ่เว้ยย!” นี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมต้องว้าวุ่นใจเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวด้วย หงุดหงิดชะมัดเลย ยิ่งพยายามลืมกลับจำได้อย่างแม่นยำ

เขาจดจำเธอได้ทุกสัดส่วนจริงๆโดยเฉพาะรอยสักตรงบริเวณเหนือเอวที่ทำเอาเขารู้สึกสะดุดตา แต่เพราะเมื่อคืนเขามัวแต่มัวเมาไปกับร่างกายของเธอจึงทำให้เขาไม่ได้สังเกตให้มันชัดเจนว่ามันคือรอยสักรูปอะไร

“เธอเป็นใครกันแน่นะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป