บทที่ 7 ลอบทำร้าย

บทที่7

ลอบทำร้าย

ประเทศฮ่องกง

หนึ่งอาทิตย์ก่อนวันขึ้นรับตำแหน่ง มาร์ตินยังคงทำงานอย่างหนักเหมือนเดิมทั้งงานบริษัทรวมไปถึงคาสิโนและโกดังเก็บสินค้าผิดกฎหมาย เป็นช่วงที่เขาเหน็ดเหนื่อยมากจริงๆเขาพยายามจะเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนถึงวันสำคัญจึงได้เร่งทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้

ระหว่างทางออกจากโกดังสินค้า ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เขาหลับตานิ่งๆเพื่อพักสายตายังเบาะหลังที่ตอนนี้มีมือขวาคนสนิทอย่างแทนทำหน้าที่เป็นคนขับ และลูกน้องอีกคนนั่งเบาะหน้าข้างๆกัน วันนี้ช่างเป็นคืนที่เงียบสงัดนักเพราะเป็นเวลาดึกมากแล้ว

“นายน้อยครับ ช่วงนี้ควรพักผ่อนให้เต็มที่หน่อยนะครับ” แทนที่เห็นหน้าตาเหนื่อยล้าของผู้เป็นนายก็บอกด้วยความเป็นห่วง

“อืม” มาร์ตินครางรับเบาๆช่วงนี้ยอมรับว่าเขาทำงานหนักมากจริงๆจนร่างกายเหนื่อยล้าแทบรับไม่ไหว

เอาไว้พรุ่งนี้เขาจะหยุดพักสักวันก็แล้วกัน แทนขับรถฝ่าความมืดได้ไม่นานก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างและดูเหมือนว่าจะมีคนตามพวกเขามา

แทนพยายามสอดส่องสายตาดูจากกระจกด้านหลังและเร่งความเร็วให้มากขึ้นเพราะวันนี้มาร์ตินสั่งให้ทุกคนล่วงหน้ากลับไปก่อนเพราะเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนนี้จึงเหลือแค่แทนกับลูกน้องอีกคนคอยคุ้มกันเท่านั้นเพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น อีกอย่างแถวนี้ก็เป็นถิ่นของพวกเขาด้วย ใครมันช่างกล้าได้ขนาดนี้

แทนเริ่มขับรถเร็วขึ้นเรื่อยๆจนมาร์ตินที่พักสายตาอยู่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เขาลืมตาและล้วงเอาปืนสั้นที่พกติดตัวขึ้นมาเตรียมพร้อมตามสัญชาตญาณทันที

“นายน้อย มีคนตามเรามาครับ” รถคันข้างหลังพยายามเบียดแซงขึ้นมาและอีกฝ่ายไม่รอช้าที่จะลดกระจกเตรียมยิงมายังรถที่มาร์ตินนั่งอยู่ทันที

ปังๆๆ เสียงลูกปืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณนั้น แทนรีบหักหลบและเร่งความเร็วขึ้นอีกและเนื่องจากเป็นกระจกกันกระสุนจึงยังไม่สามารถเจาะเข้ามาด้านในได้แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังกัดไม่ปล่อยเพราะยังเร่งตามมายิงอย่างไม่ลดละ

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ฝั่งพวกเขาเสียเปรียบเป็นอย่างมาก แต่แทนก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาลดกระจกและชักปืนยิงสวนกลับทันที

ปังๆ ปังๆ

เอี้ยดดด! โครมม! ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างเพราะเขายิงโดนยางรถของฝั่งนู้นไปได้ ทำให้รถคันนั้นหยุดชะงักไป แต่ไม่นานกลับมีมอเตอร์ไซค์อีกคันโผล่ออกมาและยิงเข้าที่ยางรถยนต์ฝั่งพวกเขาทำให้รถเสียหลักก่อนที่จะพุ่งชนใส่ต้นไม้ข้างทางจนเกิดเสียงดังสนั่น

ด้านมาร์ตินเองที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วรีบเปิดประตูออกไปและยิงสวนฝั่งตรงข้ามทันที

ปัง ปัง ปัง! ทำให้คนของฝั่งนั้นบาดเจ็บล้มลงกับพื้นถนน ทั้งสองฝ่ายโต้ตอบกันไปมาอย่างดุเดือดและดูเหมือนว่าฝั่งนู้นจะมีคนมาเพิ่มอีกเป็นจำนวนมากทำให้มาร์ตินกำหมัดแน่นอย่างโมโห

“บ้าฉิบ! พวกมันเป็นใคร!” มาร์ตินสบถออกมาด้วยความหัวเสียเพราะประเมินจากสถานการณ์แล้วพวกเขาเป็นรองอยู่มาก

“นายน้อยเราต้องหนีครับ” แทนเองก็คิดว่าตอนนี้คงต้านไม่อยู่แล้วเพราะฝั่งนั้นมีพรรคพวกมากจนเกินไป

ที่สำคัญเขาเป็นห่วงผู้เป็นนายมากกว่า เป็นเพราะความประมาทของเขาเอง คิดแล้วก็โมโหตัวเองนัก แววตาของแทนมีทั้งความโกรธและโมโหจนแทบอยากจะฆ่าพวกมันให้ตายให้หมดแต่ตอนนี้ความปลอดภัยของเจ้านายสำคัญสุด เขาต้องรีบให้เจ้านายหลบหนีออกไปจากที่นี่

“โทรเรียกคนของเรา ด่วน!” มาร์ตินไม่ยอมหนีและเขาก็ยังคงยิงตอบโต้ออกไป กระทั่งทุกอย่างเงียบลงเพราะดูเหมือนว่าฝั่งนู้นจะรอดูสถานการณ์ แต่สุดท้ายมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเพราะเหมือนว่าเขาจะได้ยินอีกฝั่งแกะสลักอะไรสักอย่างซึ่งเขาคิดว่ามันน่าจะเป็นระเบิด

“นายน้อย ระวัง!” แทนเองรีบหันไปเรียกผู้เป็นนายให้หลบหนีแต่สุดท้ายก็ไม่ทัน

บรึ้มมม! เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหวรวมถึงรถยนต์ของพวกเขาก็ถูกระเบิดไปด้วย

แทนที่กระโดดหลบออกมาได้ก็ถึงกับจุกแน่นไปทั่วหน้าอกเพราะตัวเขาก็โดนแรงระเบิดเหมือนกันเขามองดูบริเวณนั้นด้วยความตกใจ

“นายน้อยยย!” เขาตะโกนเรียกเจ้านายด้วยความเสียใจและก็โกรธแค้นเอามากๆด้วย เขาพยายามลุกขึ้นจะยิงอีกฝ่ายให้มันตายด้วยน้ำมือของเขา แต่ก็โดนอีกฝ่ายยิงสวนกลับมาซะก่อน

ปังๆ ปังๆ แทนหมอบลงก่อนจะจับปืนเอาไว้แน่นและวินาทีที่เขาตัดสินใจลุกขึ้นสู้ ตายเป็นตายก็มีลูกน้องฝั่งของเขาตามมาช่วยซะก่อน

ทุกคนมากันครบพร้อมกับจัดการฝั่งตรงข้ามตายเกลี้ยง คงเพราะได้ยินเสียงระเบิดทำให้คนของเขามาเร็วกว่าที่คิดแต่มันก็ยังช้าเกินไปสำหรับเหตุการณ์ระเบิดก่อนหน้าอยู่ดี

แทนพยายามกระเสือกกระสนจะไปยังรถยนต์ที่ถูกระเบิดแต่ก็เกิดการกระอักเลือดออกมาก่อนและสุดท้ายสติของเขาก็ดับวูบไป

“พี่ใหญ่ๆ” ฝั่งลูกน้องของแทนตบหน้าเรียกสติเขาไม่ให้หลับเพราะตอนนี้เลือดของเขามันไหลออกมาเยอะมากจนน่าเป็นห่วง…

ประเทศไทย

“ทำไมติดต่อพี่ชายไม่ได้นะ” เฌอร์รินที่พยายามโทรหาคนเป็นพี่อยู่นานก็เกิดสังหรณ์ใจไม่ดีเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมถึงติดต่อพี่ชายไม่ได้เพราะนี่เธอพยายามติดต่อพี่ชายของเธอจะสามวันแล้ว อีกอย่างก็ใกล้ถึงวันรับตำแหน่งแล้วด้วย เธอถึงได้ร้อนใจอยู่แบบนี้

พยายามโทรหาพี่แทนก็ไม่ติด ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันหมด เธอกระวนกระวายใจจนแทบไม่อยากทำอะไรเพราะตอนนี้เธอเป็นห่วงพี่ชายเป็นอย่างมาก

ได้แต่เดินกลับไปกลับมาภายในบ้านโดยที่ไม่รู้จะทำยังไง เธอหวังว่าพรุ่งนี้เธอจะติดต่อพี่ชายได้หรือไม่ก็ขอให้พี่ชายติดต่อเธอกลับมาทีเถอะ…

ประเทศฮ่องกง บ้านตระกูลเฉิน

หลังจากส่งแทนเข้ารักษาตัวและเข้าไปตรวจสอบพื้นที่บริเวณที่โดนระเบิดอย่างละเอียดแล้ว พบว่ามีแค่ศพของลูกน้องอีกคนเท่านั้น ที่มีสภาพเกือบจะเละเทะแทบจำไม่ได้

ทุกคนพยายามหาร่องรอยของมาร์ตินแต่ไม่พบสิ่งใดเลยนอกจากนาฬิกาเรือนหรูตกอยู่บริเวณนั้น ข่าวการลอบทำร้ายทายาทตระกูลใหญ่แพร่ออกไปเป็นวงกว้าง แต่ด้วยอำนาจในมือตระกูลเฉินจึงสามารถจัดการปิดข่าวไม่ให้คนภายนอกได้รับรู้เพราะถ้ายังไม่เห็นศพลูกชายคนเดียว โจชัว เฉิน ไม่มีทางเชื่อว่าลูกเขาได้ตายไปแล้ว

แม้ในใจจะแค้นเคืองนักแต่แววตากลับพยายามนิ่งเรียบเพื่อไม่ให้คนในตระกูลเสียขวัญไปมากกว่านี้ เขาต้องตามหาลูกชายเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเจอแบบไหนก็ตาม แววตาที่พยายามเข้มแข็งนั้นกลับวูบไหวออกมาเมื่อนึกไปถึงลูกชายของตัวเองที่ตอนนี้ไม่รู้จะอยู่หรือตาย

เสียงเอะอะโวยวาย ยังห้องโถงใหญ่ของบ้าน ทำให้โจชัว ต้องเดินออกไป หลังจากสั่งงานลูกน้องให้ออกไปตามหามาร์ตินให้เจอ ตอนนี้ทุกคนคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นและคงร้อนใจเป็นอย่างมากถึงได้รีบมาประชุมกันยังบ้านของเขาอย่างเร่งด่วน

เพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันขึ้นรับตำแหน่งการที่ตระกูลใหญ่โดนลอบทำร้ายแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กที่ทุกคนจะปล่อยผ่านไปได้และที่สำคัญโจชัว เฉิน ได้ประกาศสละตำแหน่งไปแล้วยังไงก็ต้องมีคนขึ้นรับตำแหน่งแทน ไม่งั้นทุกอย่างจะสั่นคลอนไปหมด

ซึ่งตระกูลที่มาในวันนี้ก็ต่างเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันและยังให้ความเคารพตระกูลเฉินเป็นอย่างมากด้วย รวมไปถึงตระกูลใหญ่อีกตระกูลที่เกื้อกูลกันมานานอย่างตระกูลเฉียน เจิน เฉียนกับลูกชายเพียงคนเดียวอย่างจาฟาร์ เฉียนก็มาประชุมในวันนี้ด้วย

“เฮีย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ”

“จะทำยังไงต่อไป แล้วคนลอบทำร้ายมันเป็นใคร” เสียงที่ดังกันเข้ามา ทำให้โจชัวต้องยกมือบอกให้ทุกคนเงียบเสียงลง

“เรื่องที่เกิดขึ้น ทางเราจะสืบหาคนร้ายเอง ขอให้ทุกคนวางใจ เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับใครสักคนที่จะได้ประโยชน์จากการตายของมาร์ติน” คงเป็นใครสักคนที่มันอยากท้าทายตระกูลเขา โจชัวแสดงแววตาดุดันออกมาและความนิ่งเรียบของเขาก็ทำเอาทุกคนที่ส่งเสียงดังกันก่อนหน้าถึงกับปิดปากเงียบ

ทุกฝ่ายต่างหาลือกันและจะร่วมกันสืบหาตัวคนร้ายอย่างแน่นอน จนมาถึงเรื่องการขึ้นรับตำแหน่งที่โจชัวเองก็หนักใจเพราะเขาได้สละตำแหน่งไปแล้วตอนนี้คงทำได้แค่ดูแลอยู่ห่างๆเท่านั้น

หลังจากคุยกันมาถึงเรื่องนี้ โจชัวยังคงไม่มีคำตอบให้กับทุกคนและเหมือนจะมีญาติฝั่งโจชัวยกมือขึ้นแสดงความคิดเห็นและบอกว่าเขายังมีหลานชายอีกคนซึ่งเป็นคนของตระกูลเฉินเหมือนกัน ถึงจะไม่ใช่ทายาทของเขาโดยตรง แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆจนกว่าจะตามหามาร์ตินเจอหรือบางทีอาจจะไม่เจอเลยก็ได้เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนมาทำหน้าที่นี้แทนไปก่อน

“ที่ผมเสนอไป เฮียคิดว่าไง เฮียคงไม่ปล่อยให้ตำแหน่งนี้ว่างหรอกใช่มั้ย ลูกน้องอีกตั้งหลายพันคน และยังมีงานอีกเยอะแยะมากมาย เฮียคนเดียวจะทำไหวเหรอ”

เนื่องจากโจชัว อายุมากแล้วและเขาก็วางมือไปแล้วด้วย งานทุกอย่างเขาก็ถ่ายทอดให้ลูกชายของเขาทำแทนจนหมดและมาร์ตินก็ทำมันได้เป็นอย่างดีการที่จะหาคนมาแทนมาร์ตินจึงเป็นเรื่องที่เขาต้องคิดหนัก

ยิ่งเป็นโจวเหยียน เฉิน น้องชายต่างมารดาคนนี้แล้วเขายิ่งไม่อยากให้อะไรกับคนพวกนี้ที่วันๆไม่คิดทำอะไรจ้องแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้เขา

แม้ว่าอาหยวน เฉินจะเป็นหลานชายของเขาและเป็นคนในตระกูลเฉินจริงแต่ความสามารถของอีกฝ่ายมันยังไม่พอที่จะเป็นนายใหญ่ประจำตระกูลได้

และที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของเขากับน้องชายก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นแต่ด้วยความที่มีพ่อคนเดียวกันเขาจึงถือว่าคนพวกนี้เป็นคนตระกูลเฉินเหมือนกัน

โจชัวครุ่นคิดอย่างสุขุมเขามองไปยังน้องชายด้วยสายตานิ่งเรียบยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายแสยะยิ้มมองมาอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าเขาก็ยิ่งไม่พอใจและก่อนที่ทุกคนจะเริ่มเอนเอียงไปทางนั้น โจชัว เฉิน ก็แสยะยิ้มออกมาบ้างเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้

“คนที่จะขึ้นรับตำแหน่งนี้ได้ต้องเป็นทายาทจากตระกูลเฉินที่มีสายเลือดของฉันเท่านั้นและทายาทของฉันก็ไม่ได้มีแค่มาร์ตินคนเดียว ทุกคนคงลืมไปว่าฉันยังมีลูกสาวอีกคน” สิ้นคำพูดของเขาก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งซึ่งทุกคนก็คิดตามคำพูดของพี่ใหญ่ตัวเองก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าครอบครัวนี้จริงๆแล้วยังมีทายาทอีกคนจริงๆด้วยและคนคนนั้นก็คือเฌอร์ริน เฉิน หลานสาวที่ทุกคนไม่ได้เจอมานานแล้ว…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป