บทที่ 10 พยายามคุ้นเคย
บทที่10
พยายามคุ้นเคย
สองสัปดาห์ต่อมา
ซีโน่ยังคงกลับดึกเหมือนเดิมทุกวัน อันนาเองก็ยังคงรอเขากลับบ้านจนเผลอหลับแบบนี้ตลอดสองสัปดาห์เช่นกัน จนเธอเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าก่อนที่เธอจะเกิดอุบัติเหตุเธอมีปัญหากับเขาหรือเปล่าบางทีเขาก็ทำเหมือนใส่ใจเธอบางทีเขาก็ทิ้งขว้างเธอจนเธอรู้สึกได้และยิ่งตอนนี้เธออาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เกือบเดือนแล้ว เริ่มคุ้นเคยกับทุกคนมากขึ้นแต่กับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกับยังรู้สึกยังเหินห่างกันมาก
“คาร์กวันนี้คุณซีกลับดึกอีกแล้วเหรอ” อันนาเอ่ยถามคนที่ตามดูแลเธอตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ด้วยน้ำเสียงใจดี แม้เธอจะอยากเรียกอีกคนว่าพี่หรือคุณแต่คาร์กบอกเธอว่าให้เรียกเพียงชื่อก็พอรวมถึงลูกน้องทุกคนที่นี่ด้วยให้เธอเรียกเพียงชื่อเท่านั้น
“ครับ นายงานยุ่งมากครับ นายไม่ได้ทำแค่ธุรกิจกับเพื่อนแค่นั้นหรอกนะครับ ยังมีธุรกิจโรงแรมอีกหลายแห่งในฮ่องกงที่นายเป็นเจ้าของอยู่ด้วย” คาร์ก อธิบายให้เธอเข้าใจถึงการกลับดึกของเจ้านายตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะไม่เป็นความจริงทั้งหมดแต่มันก็ดีกว่าปล่อยเธอสงสัยไปมากกว่านี้
“ก่อนหน้าที่ฉันจะเกิดอุบัติเหตุ ฉันกับคุณซีรักกันจริงๆ ใช่ไหม” อันนาเอ่ยถามคนตรงหน้าออกไปด้วยความอยากรู้เพราะนับวันก็ยิ่งสงสัยในความสัมพันธ์ของตัวเองกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“เอ่อ…ครับ” คาร์กตอบออกมาเพียงเท่านั้นก่อนจะขอตัวออกไปยังด้านนอกตามเดิม
“หรือว่าเขาคิดว่าเรายังไม่หายดีเลยไม่อยากรบกวนกันนะ ถ้าแบบนี้ก็ควรจะทำความคุ้นเคยกันให้มากขึ้น” อันนาบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก็ยิ้มออกมาด้วยความสดใสเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
อันนาเดินไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองที่เขาซื้อให้เธอใหม่มากดเบอร์แล้วโทรออกหาเขาทันทีพร้อมกับใจที่เต้นแรงขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าเขาจะรับโทรศัพท์เธอหรือเปล่า…
อีกด้าน คาสิโนของซีโน่
“คุณซีโน่ครับไว้ชีวิตผมเถอะ ผมขอเวลาอีกนิดจะหาเงินมาคืนให้จนครบตามสัญญา” ลูกหนี้ที่เคยมากู้ยืมเงินกับซีโน่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้วยท่าทีหวาดกลัวพร้อมกับคิดหาวิธีเอาตัวรอดไปด้วย
“หึ! รอบที่แล้วก็พูดกับผมแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับคุณฟ่าน” ซีโน่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายกับคนตรงหน้าแต่แววตากลับดุดันขึ้นจนน่ากลัว พวกนักลงทุนทั้งหลายเวลาอยากได้เงินไปลงทุนก็ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งเอาบ้านเอารถเอาที่ดินมาแลกเปลี่ยนไปและบางคนก็ถึงกับเอาลูกสาว น้องสาวมาขัดดอกกับเขา เห็นอะไรแบบนี้แล้วซีโน่ก็รู้สึกรำคาญใจไม่น้อย
“ผมขอโอกาสอีกสักครั้งเถอะครับ” คนตรงหน้ายังคงร้องขอโอกาสอีกครั้งอย่างนึกกลัวกับบุคคลในห้องทั้งยังมีลูกน้องของเขาจ้องมองมาอย่างกดดันตลอดเวลา
“แล้วครั้งนี้คุณมีอะไรมาแลกเปลี่ยนผ่อนผันล่ะ” ซีโน่ยังคงมองอีกคนด้วยสายตานิ่งๆ พร้อมกับยกเท้าขึ้นเหยียดขาบนโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนไปกับความหวาดกลัวของคนตรงหน้าเลย
“ผมยกลูกสาวผมให้คุณครับ เธอยินดีขัดดอกระหว่างรอผมหาเงินมาใช้หนี้” ผู้ชายตรงหน้าที่มีท่าทางหวาดกลัวรีบเอ่ยข้อเสนอตัวเองออกไปด้วยความกลัวตายทันที
“ลูกสาว งั้นเหรอ” ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมาเขาแทบจะเจออะไรแบบนี้เกือบทุกครั้งที่คนเหล่านี้หมดหนทางแล้วยื่นข้อเสนอที่น่าเบื่อหน่ายให้กับเขา
“คุณซีโน่รับเธอไว้เถอะครับ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังเงียบ ลูกหนี้อย่างฟ่านก็รีบบอกอีกคนไปด้วยน้ำเสียงลนลานก่อนจะจับลูกสาวตัวเองที่มาด้วยนั่งลงต่อหน้าซีโน่
“นี่เหมยลูกสาวผม เธอเต็มใจขัดดอกให้คุณ” ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็เหลือบสายตามองหญิงสาวตรงหน้าเพียงนิดก่อนจะพ่นลมหายใจออกด้วยความรำคาญสองพ่อลูกตรงหน้า เขามองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าเต็มใจมาอ้าขาให้เขาถึงที่ รอยยิ้มเชิญชวนพวกนั้นเขาเห็นมันมาจนชินชา
“อืม พวกมึงเอาตัวไปไว้ในห้อง” ซีโน่บอกลูกน้องตัวเองที่ยืนรอคำสั่งอยู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันไปมองยังลูกหนี้ตรงหน้าด้วยสายตาดุดันน่ากลัว
“ผมจะให้เวลาคุณแค่สามวัน ไปหาเงินมาคืนผมไม่งั้นทั้งคุณและลูกสาวได้ไปนอนในหลุมพร้อมกันแน่” ซีโน่เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจังและคนตรงหน้าก็รู้ดีว่าเขาทำจริงๆ อย่างที่พูดแน่ถ้าไม่มีเงินมาใช้หนี้
“ครับๆ ผมสัญญาครั้งนี้ครั้งสุดท้ายจริงๆ ครับ” ชายร่างท้วมตรงหน้ารีบพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วพร้อมกับให้สัญญาอีกครั้ง
“ออกไปได้” ซีโน่โบกมือไล่อีกคนออกไปด้วยท่าทีรำคาญและรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
“ฟู่ว น่ารำคาญชะมัด” ซีโน่พ่นลมหายใจออกมาอีกครั้งหลังจากลูกหนี้ของตัวเองออกไปแล้ว
“นายครับแล้วลูกสาวของคุณฟ่านให้ทำยังไง” วูฟที่ยืนอยู่ภายในห้องกับเจ้านายตัวเองก็เอ่ยถามขึ้นอย่างรอฟังคำสั่ง
“อยากมาอ้าขาให้กูถึงที่แบบนั้น ก็สนองให้เธอหน่อยเป็นไง” ซีโน่แสยะยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชสองพ่อลูกที่เลือกใช้วิธีนี้กับเขา
“ครับนาย” วูฟที่ได้ยินแบบนั้นก็เดินออกไปรอยังห้องที่หญิงสาวอีกคนถูกนำตัวไปไว้ก่อนหน้า ซีโน่นั่งหลับตานิ่งๆ ด้วยความปวดหัวไม่น้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปยังอีกห้องที่ใช้สำหรับลูกหนี้ขัดดอก
ครืดด แต่แล้วเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นก่อนที่จะเดินไปยังห้องดังกล่าว ซีโน่ขมวดคิ้วกับเบอร์ตรงหน้าด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่ได้บันทึกเบอร์ไว้ในเครื่อง แต่เมื่อเห็นว่าเบอร์โทรนี้ได้โทรเข้ามาเป็นครั้งที่สองเขาจึงตัดสินใจกดรับสาย
ติ้ด! ซีโน่กดรับสายแต่ยังคงไม่พูดอะไรออกไปเขาเพียงแต่รอฟังปลายสายเงียบๆ เท่านั้น
(ฮัลโหลค่ะ อันนาเองนะคะ) เสียงหวานใสที่ดังออกมาจากในสายทำให้ซีโน่ต้องขมวดคิ้วอีกครั้งนี่เขาไม่ได้บันทึกเบอร์เธอไว้งั้นเหรอ
“อืม..มีอะไร” ถึงแบบนั้นก็ยอมถามอีกคนออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ
(วันนี้คุณจะกลับดึกไหมคะ อันรอทานข้าวกับคุณนะคะ) อันนายังคงพูดบอกปลายสายด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วของเธอ ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปเพราะปกติเธอไม่เคยโทรหาเขาเลยหรือเป็นเพราะเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจเธอมากนัก
“ถ้าเสร็จงานเร็วจะกลับไปกินด้วย” ซีโน่บอกปลายสายออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ตามเดิม อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบขอวางสายบอกจะไปทำอาหารรอเขากลับมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ...
คฤหาสน์ซีโน่
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะกลับบ้านเลย อันนาที่นั่งรออยู่ก็อดรู้สึกน้อยใจขึ้นมาไม่ได้ นี่เธอเป็นภรรยาของเขาจริงๆใช่ไหม
“นายหญิงทานก่อนก็ได้ค่ะ อาหารเย็นหมดแล้ว” หงส์ที่อยู่รอเป็นเพื่อนก็บอกอีกคนออกไปด้วยความรู้สึกเห็นใจเจ้านายสาวตัวเอง เธอเองรู้สึกชอบอันนามากเพราะอีกคนทั้งใจดีและพูดจาให้เกียรติคนอื่นเสมอ เจ้าตัวชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่เอ่ยเรียกใช้ใครเลย
“ไม่เป็นไรจ้ะ หงส์เก็บไปเถอะ ฉันจะขึ้นไปอาบน้ำนอนแล้ว” อันนารู้สึกหน่วงๆ ในใจ ทั้งๆ ที่เธอยังคงจดจำอะไรไม่ได้ แต่การที่ชีวิตของเธอในตอนนี้มันมีแค่เขาที่เหลืออยู่ มันก็คงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกกับการกระทำของเขาที่ดูเหมือนละเลยเธอเกินไป แม้จะจำไม่ได้แต่เธอก็รู้สึกน้อยใจเขาอยู่ดี
ร่างบางเดินขึ้นมายังห้องนอนตัวเองพร้อมกับเข้าไปอาบน้ำสระผมจนกระทั่งเป่าผมแห้งเรียบร้อยเธอก็นั่งมองตัวเองในกระจกนิ่งๆ พร้อมกับนึกไปถึงวันที่ได้กลิ่นน้ำหอมจากเสื้อผ้าของเขารวมถึงถุงยางอนามัยที่เธอมักจะเจอตลอดเวลาที่ไปเก็บเสื้อผ้าของเขาด้วย อันนาเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินไปยังห้องนอนคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี
ซีโน่ที่กลับมาถึงบ้านตัวเองในเวลาห้าทุ่มกว่าก็ขมวดคิ้วสงสัยเมื่อเจอเข้ากับหงส์ที่เขาจ้างเธอมาเป็นแม่บ้านและดูแลอันนากำลังทำอะไรบางอย่างในครัว
“ทำไมมาล้างจานตอนนี้” ซีโน่สาวเท้าเข้าไปถามคนที่ยืนอยู่ในครัวด้วยน้ำเสียงดุเข้มขึ้นมา
“เอ่อ…นายหญิงพึ่งกลับขึ้นห้องไปค่ะ เธอรอนายกลับมาทานข้าวด้วย เธอไม่ยอมทานอาหารด้วยค่ะนาย” หงส์รายงานเจ้านายตัวเองออกไปตามความจริงเพราะเธอเองก็ไม่รู้เรื่องเจ้านายมากนักเพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น
ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มดื้อกับเขา แต่กระนั้นซีโน่ก็ยอมเดินขึ้นไปหาคนตัวเล็กด้านบนยังห้องของเธอก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วออกมาเมื่อเปิดประตูไปแล้วไม่เจอเธออยู่ภายในห้อง ทำให้เขารีบปิดประตูและลงมาถามลูกน้องตัวเองอย่างนึกกลัวว่าเธอจะน้อยใจเขาจนหนีเตลิดออกไป เมื่อลูกน้องด้านนอกบอกว่าเห็นเธอเดินขึ้นไปด้านบนได้สักพักแล้ว ซีโน่ก็รีบสาวเท้าเดินกลับไปยังห้องตัวเองด้วยความรู้สึกที่มันอธิบายไม่ได้ จะว่าหงุดหงิดที่อีกคนเข้าไปอยู่ในห้องส่วนตัวของเขาก็พูดได้ไม่เต็มปาก
แกรก! ซีโน่เปิดประตูเข้าไปก็มองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ของตัวเองทันที ก่อนจะพบร่างเล็กของใครอีกคนนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาของเขา ซีโน่จึงรีบสาวเท้าเดินไปยังคนที่นอนอยู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ เพราะเขาไม่เคยมีใครมานอนร่วมเตียงแบบนี้ อันนาที่รับรู้ถึงแรงยุบของเตียงจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองอีกคนด้วยความสะลึมสะลือก่อนจะลุกขึ้นมามองเขาชัดๆ
“ทำไมมานอนในห้องฉัน” ซีโน่ถามคนตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบจนอันนารู้สึกได้ถึงความไม่พอใจหน่อยๆ ของเขา
“ก็คุณบอกว่าถ้าอันหายดีแล้วให้มานอนกับคุณได้ ในเมื่อเราเป็นสามีภรรยากันก็ไม่ควรนอนแยกกันนานไม่ใช่เหรอคะ” อันนาเอ่ยบอกอีกคนไปด้วยท่าทีซื่อๆ ไม่ได้มารยาอะไรใส่เขาสักนิดเดียว ซึ่งซีโน่ก็รู้ว่าเธอเพียงพูดออกมาด้วยความซื่อตรงกับความรู้สึกเท่านั้น
“อืม” ซีโน่เองก็จนปัญญาจะหาเหตุผลมาพูดกับคนตรงหน้าจึงได้แต่ขานรับออกไปด้วยท่าทีนิ่งๆ อันนาที่เห็นแบบนั้นจึงยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะเผลอเข้าไปกอดเขาด้วยความลืมตัว ซีโน่ที่ถูกกอดก่อนแบบนั้นก็รู้สึกแปลกๆ ในใจไม่น้อยเพราะเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงมาแสดงท่าทีออดอ้อนแบบนี้ใส่และเขาก็ไม่ชอบให้คนมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับเขาด้วย
“อันขอโทษที่ทำหน้าที่ภรรยาได้ไม่ดีพอ คุณถึงไม่อยากนอนกับอันใช่ไหม แต่ตอนนี้อันหายดีแล้วอันจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีค่ะ” อันนาบอกคนตรงหน้าไปด้วยน้ำเสียงและท่าทีจริงจัง แววตาที่ดูออดอ้อนของเธอมันทำให้ซีโน่ชะงักไปพร้อมกับรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแทนก่อนที่เขาจะยกยิ้มมุมปากออกมาและมองอีกคนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“หึ! แล้วเธอรู้ไหมว่าหน้าที่เมียจริงๆ เขาทำกันยังไง...”
