บทที่ 3 ความจำครั้งสุดท้าย2
บทที่3
ความจำครั้งสุดท้าย2
ผับ T-Night
เมื่อถึงเวลานัดหมายอันนาก็ใช้บัตรผ่านทางที่ได้จากเชียร์ผ่านเข้ามาอย่างง่ายดายพร้อมกับเตรียมชุดเพื่อมาเปลี่ยนเมื่อเสร็จงานด้วย
“อันนามาแล้วเหรอ” เชียร์ที่กำลังยืนแจกแจงรายละเอียดอีกครั้งก็หันมาเจอกับอันนาที่เปลี่ยนชุดเด็กเสิร์ฟเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะเป็นแค่ชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวธรรมดากับกระโปรงสั้นสีดำแต่กับทำให้คนตรงหน้าสวยน่ามองกว่าทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้
“ค่ะพี่ ให้เริ่มงานเลยไหมคะ” อันนาเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มเพื่อนร่วมงานภายในวันนี้ด้วยรอยยิ้มนิดๆ
“ถ้าทุกคนมาครบแล้ว ก็ตามพี่มาเลยจ้ะ” เชียร์เดินนำสาวๆ กลุ่มนี้ไปยังโซนวีไอพีขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับจัดเลี้ยงวันเกิดลูกผู้มีอิทธิพลกับกลุ่มเพื่อนที่มากันเยอะพอสมควร
“พวกเราจะยืนคอยเสิร์ฟและอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ๆ กับลูกค้านะส่วนหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดจะเป็นน้องๆ กลุ่มนั้น” เชียร์ชี้ไปยังสาวสวยจำนวนหนึ่งที่แต่งตัวค่อนข้างวาบหวิวและแต่งหน้าจัดเต็มกว่ากลุ่มเด็กเสิร์ฟอย่างอันนา
“โอเคค่ะพี่”
เมื่อทุกคนรับทราบตรงกันแล้วก็เดินเข้าไปทำหน้าที่ตัวเองตามที่ถูก บรีฟมา อันนาเดินเข้าไปยังโซนเครื่องดื่มและคอยยืนบริการกลุ่มคนที่เริ่มทยอยเข้ามาจนหนาแน่น เธอทำหน้าที่ชงเครื่องดื่มและคอยเติมอาหารไม่ให้ขาดและต้องคอยสังเกตดูว่ากลุ่มคนเหล่านั้นต้องการอะไรและเธอจะต้องจัดหามาให้อย่างรวดเร็วไม่ให้เกิดปัญหาไม่พอใจขึ้น ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีจนได้รับคำชมและได้ทิปจากเพื่อนๆ เจ้าของวันเกิดเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย
กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาจบงานเลี้ยงแล้ว แต่ในขณะที่เธอกำลังยืนชงเครื่องดื่มให้กับคนในงานอยู่นั้น เธอก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครสักคน ทำให้อันนาตัดสินใจเงยหน้าจากการชงเครื่องดื่มขึ้นไปมอง ก่อนที่เธอจะได้สบสายตากับคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก เขามองดูเธอนิ่งๆ นิ่งจนเธอไม่เข้าใจว่าเขามองเธอทำไม ก่อนที่อันนาจะขมวดคิ้วสงสัยและใช้สายตาเฉยชามองตอบเขา จากนั้นก็เบนสายตาหนีใครคนนั้นอย่างไม่คิดใส่ใจ...
อีกด้าน
“โซนนั้นกินไม่ได้ว่ะเพื่อน” ไนท์ที่เห็นว่าเพื่อนตัวเองนั่งมองไปยังโซนวีไอพีที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขานั่งกันนักก็เอ่ยแซวขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก
ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็เพียงยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เขาแค่เพียงสะดุดตาเธอเท่านั้นเพราะไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงที่กล้ามองเขาด้วยสายตาไม่สนใจได้ขนาดนี้ เพราะปกติไม่ส่งสายตายั่วยวนก็ยิ้มมาอย่างเชิญชวนให้เขารับรู้ มันทำให้เขาคิดว่าการมาประเทศไทยในครั้งนี้ก็มีเรื่องให้เขารู้สึกประทับใจไม่น้อย ก่อนที่คนร่างสูงจะนั่งกระดกเหล้าดื่มต่อเงียบๆ และไม่ได้คิดสนใจอะไรอีก
หลังจากงานเลี้ยงจบอันนาก็เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนตัวเองตามปกติ ก่อนจะเดินออกมารอรับเงินค่าจ้างในวันนี้ที่ตอนนี้ทุกคนได้มายืนรอรับกันไปบ้างแล้ว
“ของอันนาห้าพันนะ” เชียร์ยื่นเงินตามที่ตกลงกันไว้ให้กับเด็กสาวตรงหน้าที่เธอรู้สึกถูกใจไม่น้อยกับความอดทนเพราะเท่าที่ลอบสังเกตอยู่ห่างๆ อันนาไม่มีแอบไปนั่งพักเลย เธอทำหน้าที่ได้อย่างดีตามที่ได้รับมอบหมาย
“ขอบคุณค่ะพี่” อันนายิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างน้อยก็มีตังค์จ่ายค่าเช่าห้องแล้ว รวมกับทิปที่เธอได้มาก็มากพอสมควรสำหรับเธอ
“พี่มีข้าวให้คนล่ะกล่องนะ อันนาหยิบแล้วกลับบ้านได้เลย” เชียร์บอกคนตรงหน้าออกไปด้วยรอยยิ้มเอ็นดูก่อนจะขอตัวเข้าไปเคลียร์บิลรายรับต่างๆต่อ
อันนาเดินไปหยิบข้าวกล่องตามที่เชียร์บอกก่อนจะเดินออกจากผับแบบไม่คิดอะไร แต่หลังจากที่เดินออกมาได้ไม่นานเธอก็ต้องชะงักไปกับคนที่ยืนสูบบุหรี่เงียบๆ ตรงโซนจอดรถวีไอพีและเขาคือคนที่เธอสบตาด้วยในผับ อันนาที่เห็นดังนั้นก็ไม่คิดสนใจอะไร เธอเพียงเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทีปกติจนคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่จ้องมองตามแผ่นหลังบางนั้นจนลับสายตา...
เช้าวันต่อมา
อันนาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันเพราะเมื่อคืนเธอรู้สึกเหนื่อยล้าจนสลบไสลทันทีที่กลับมาถึงห้องรวมถึงอาการปวดขาที่เหมือนจะกำเริบขึ้นมา
ครืดด! เสียงข้อความเด้งเข้ามาแบบรัวๆ ทำให้อันนารีบหยิบขึ้นมาดู ก่อนที่เธอจะต้องถอนหายใจออกมากับข้อความทวงเงินค่าเลี้ยงดูจากป้าของเธอ
แม้จะไม่อยากไปเจอผู้เป็นป้ามากแค่ไหนแต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้อยู่ดี อันนาจึงลุกไปอาบน้ำและแต่งตัวใหม่เพื่อไปบ้านป้าของเธอที่อยู่ไกลจากห้องพักเธอพอสมควรเพราะเธอไม่อยากจะอยู่ใกล้ๆ บ้านหลังนั้นเพราะเธอไม่ชอบสามีของป้าที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาโลมเลียทั้งยังเคยคิดจะล่วงเกินเธอในครั้งที่เธอย้ายไปอยู่กับป้าในช่วงที่แม่เธอเสียชีวิตด้วย เธอถึงได้ขอออกมาอยู่เองตามลำพัง
บ้านเช่า
อันนาเดินทางมาถึงบ้านป้าแล้วเธอก็ไม่รอช้าที่จะเปิดประตูบ้านเข้าไปตามปกติ ก่อนจะชะงักไปกับภาพตรงหน้าเพราะตอนนี้ป้าของเธอได้มายืนเท้าสะเอวรออยู่ด้วยใบหน้าหงุดหงิดน่ะสิ
“กว่าจะมาได้นะ ฉันส่งข้อความหาตั้งแต่เช้า” นิสาเมื่อเจอเข้ากับหลานสาวก็เหน็บแนมออกไปด้วยความหงุดหงิดทันที
“เมื่อคืนหนูไปทำงานมา กลับดึก” อันนาตอบผู้เป็นป้าไปด้วยน้ำเสียงเฉยชา เธอชินแล้วกับอะไรแบบนี้ไม่งั้นเธอไม่ออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวหรอก ทั้งลุงทั้งป้าพอกันทั้งคู่
“ทำงาน? งั้นวันนี้ก็มีเงินให้ฉันสิ” นิสาที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มออกมาทันทีโดยที่เธอไม่ถามสักนิดว่าหลานสาวไปทำงานอะไรมา เหนื่อยหรือเปล่า เธอไม่เคยถามอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง
“ค่ะ หนูให้ได้แค่สามพันนะเพราะหนูต้องเก็บไปจ่ายค่าห้อง” อันนายื่นเงินที่ป้าเธอชอบทวงนักทวงหนาไปให้อย่างเบื่อหน่าย
“เออๆ เท่าไหร่ก็เอามาเถอะ แล้วนี่เมื่อไหร่จะได้งานดีๆ ทำล่ะ อุตส่าห์เรียนจบปริญญาเลยไม่ใช่หรือไง” นิสายังพูดแดกดันหลานสาวตัวเองไม่หยุดเพราะเธอไม่ค่อยพอใจที่อีกคนนำเงินประกันชีวิตของน้องสาวเธอไปใช้เรียนหนังสือจนหมดและเธอก็ไม่เห็นว่ามันจะช่วยอะไรกับอีแค่ใบปริญญา
“ฟู่ว หนูกำลังหาอยู่” อันนาถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัดใจเพราะเดี๋ยวอีกคนก็แดกดันเธอ เปรียบเทียบเธอกับลูกสาวตัวเองที่ไม่ต้องเรียนจบสูงๆ ก็มีงานดีๆ ทำมีเงินเก็บเยอะแยะ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นว่า ณาราพี่สาวของเธอจะส่งเงินมาให้ผู้เป็นป้ามากมายอะไรขนาดนั้น
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ปริญญาโง่ๆ ของแกมันกินไม่ได้ เสียเงินไปตั้งเยอะแยะ พูดกับแกทีไรฉันหงุดหงิดทุกที ไปๆ กลับไปได้แล้ว วันหลังก็ให้เงินฉันตรงเวลาด้วย” นิสาเมื่อได้เงินตามที่ต้องการก็เอ่ยปากไล่อีกคนให้กลับไปด้วยความรำคาญใจทันที
อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเสียความรู้สึกไม่น้อยแต่เธอก็ชินชาไปแล้ว เธอแค่อยากเรียนจบตามความตั้งใจตัวเองและเป็นคำขอร้องจากผู้เป็นแม่ก่อนเสียชีวิตเท่านั้นเอง เงินประกันที่ได้มามันไม่ได้มากมายอะไรอย่างที่ป้าเธอคิด ไม่งั้นเธอคงไม่ต้องมาอาศัยอยู่กับป้าเธอจนเจ้าตัวคิดเป็นบุญคุณใหญ่โตขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยส่งเสียอะไรเธอเลยสักครั้ง เพียงแค่ให้พักพิงชั่วคราวเท่านั้น เธอยังคงต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยกระทั่งเธอไม่ไหวจำต้องดรอปเรียนไว้หนึ่งปีเต็มเพื่อทำงานหาเงินเรียนต่อกระทั่งเธอเรียนจบจนได้…
