บทที่ 5 สูญเสียความทรงจำ

บทที่5

สูญเสียความทรงจำ

ปัจจุบัน ณ โรงพยาบาล

“เธอพ้นขีดอันตรายแล้วครับแต่เรื่องศีรษะของเธอได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างหนัก ต้องรอตรวจเช็กอีกทีเมื่อเธอฟื้น แต่เบื้องต้นที่เราตรวจเช็กยังไม่มีอะไรผิดปกติครับ” นายแพทย์หนุ่มประจำโรงพยาบาลบอกคนที่ยืนรอฟังอยู่นิ่งๆ ด้วยความเกร็ง

“อืม ขอบใจ” ซีโน่ที่ยืนฟังอาการเบื้องต้นของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็พยักหน้าเข้าใจกับอาการของเธอ ตั้งแต่นำเธอมาส่งโรงพยาบาลและทำการรักษาจนถึงตอนนี้เธอยังคงไม่มีท่าทีจะฟื้นขึ้นมาเลย

“เรียกไอ้คาร์กมาเฝ้าเธอ งานที่โกดังให้คนอื่นดูแลไปก่อน” ซีโน่เมื่อครุ่นคิดดีแล้วก็หันไปเอ่ยบอกมือขวาอย่างวูฟให้เรียกลูกน้องคนสนิทอีกคนของตัวเองให้กลับมาเพื่อมาเฝ้าคนที่ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ที่นี่โดยเฉพาะ

“ครับนาย” วูฟแม้จะสงสัยกับท่าทีของเจ้านายแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะถามออกไป แค่ทำตามคำสั่งก็พอแล้ว

กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่คนที่ซีโน่ต้องการเจอตัวก็เดินทางมาถึงคาร์กรีบเดินเข้ามาเพื่อรับคำสั่งจากเจ้านายตัวเอง

“นายมีอะไรให้ผมทำ สั่งมาได้เลยครับ” คาร์กก้มหัวนิดๆ เป็นเชิงทำความเคารพผู้เป็นนายใหญ่และรอฟังคำสั่งด้วยท่าทีนิ่งเรียบ

“ต่อไปกูจะให้มึงคอยดูแลเธอ เธอฟื้นเมื่อไหร่มึงรีบโทรบอกกู” ซีโน่สั่งมือซ้ายตัวเองพร้อมกับหันมองไปยังร่างเล็กของใครอีกคนที่นอนหลับนิ่งๆ อยู่บนเตียง

“ครับนาย” คาร์กรับคำสั่งอย่างว่าง่ายโดยที่ไม่ถามอะไรออกไป พวกเขาเพียงแค่ทำตามคำสั่งตามที่ถูกฝึกมาแค่นั้นก็พอ

“อืม กูกลับก่อน” ซีโน่เมื่อสั่งงานลูกน้องตัวเองเรียบร้อยก็รู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยเพราะการที่ต้องมารอใครอีกคนเข้าไปรักษาตัวเป็นอะไรที่ใช้เวลานานพอสมควรเลย ตอนนี้เป็นเวลาที่เขาต้องกลับไปพักผ่อนได้แล้ว

บนรถ

“นี่กระเป๋าเธอครับนาย” วูฟที่ขึ้นมานั่งประจำคนขับเรียบร้อยก็ยื่นกระเป๋าถือของใครอีกคนให้กับเจ้านายตัวเอง ซีโน่ที่เห็นแบบนั้นก็รับมาถือไว้

ก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดดูเมื่อเข้ามานั่งยังรถยนต์อีกคันที่ลูกน้องเอามาเปลี่ยนเพราะเขาไม่ชอบนั่งรถที่มีรอยตำหนิเกิดขึ้น

“ชื่ออันนางั้นเหรอ?” ซีโน่พึมพำออกมาเบาๆ เมื่ออ่านชื่อของเธอที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเดินทางของเธอเอง

“ที่ให้ไปสืบเรื่องของเธอ ได้เรื่องหรือยัง” ซีโน่นั่งอ่านชื่ออีกคนซ้ำๆ ก่อนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างไปด้วย เขาเอ่ยถามลูกน้องตัวเองที่เขาให้ไปสืบว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงและมันเกิดอะไรขึ้นกับเธอถึงได้วิ่งมาตัดหน้ารถเขาได้

“เธอเดินทางเพื่อมาทำงานกับญาติเธอครับนาย แต่ดูเหมือนว่าเธอจะถูกหลอกมาให้ทำงานที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งแต่ดูเหมือนว่าที่นั่นจะไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารธรรมดา เธอก็เลยน่าจะหนีออกมาและวิ่งมาตัดหน้ารถเราครับ” วูฟรายงานเรื่องของหญิงสาวคนนั้นตามที่ได้ไปสืบมาอย่างละเอียดซึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย

“ถูกหลอกมางั้นเหรอ ครอบครัวเธอล่ะ” ซีโน่ยังคงครุ่นคิดอะไรไปด้วยพร้อมกับอยากรู้เรื่องส่วนตัวเธอไปด้วยเพื่อที่เขาจะได้ตัดสินใจบางอย่างได้ถูก

“พ่อแม่เธอเสียชีวิตหมดแล้วครับเธอเหลือแค่ป้าที่เป็นญาติอยู่แค่คนเดียวแต่ดูเหมือนว่าคนเหล่านั้นจะรวมหัวกันหลอกเธอให้มาที่นี่” วูฟรายงานถึงเรื่องราวของอีกคนที่อยู่ประเทศไทยก่อนที่เธอจะเดินทางมาอยู่ที่นี่ได้

“อืม แบบนี้ก็ดี” ซีโน่ที่ได้ฟังแบบนั้นก็ยกยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์และพอใจเป็นอย่างมาก...

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ราวกับจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้วได้ขยับตัวเพียงนิด ที่บอกว่าเธอเหมือนจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะนี่มันผ่านมาเป็นสัปดาห์แล้วที่เธอนอนหลับอยู่นิ่งๆ แบบนี้

“อื้อ…ปวดหัว” เสียงครางแผ่วเบาจากคนที่นอนอยู่บนเตียงทำให้คาร์กที่นั่งเฝ้าเธออยู่ถึงกับรีบเดินเข้าไปดูอีกคนใกล้ๆ ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้สบตากันครั้งแรก อันนาที่เห็นแบบนั้นก็ชะงักนิ่งไปพร้อมกับอาการปวดหัวเข้ามาแทนที่

“ปวดหัว” เธอพูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับนิ่วหน้าอย่างคนรู้สึกเจ็บปวดจริงๆ

“ผมจะตามหมอให้” คาร์กกดปุ่มฉุกเฉินเรียกหมอประจำไข้ของเธอเขามาโดยด่วน ก่อนที่เขาจะรีบโทรแจ้งเจ้านายตัวเองที่ไม่เคยมาโรงพยาบาลอีกเลยตั้งแต่นำอีกคนมารักษา เขาได้ยินเธอพึมพำเป็นภาษาไทยและโชคดีที่เขาฟังออกและยังพูดได้อีกด้วย

หมอเจ้าของไข้เข้ามาตรวจเช็กอีกคนอย่างละเอียดและทำการฉีดยาลดอาการปวดศีรษะให้เธอ จนอีกคนเริ่มสงบลง ก่อนที่เธอจะมองไปรอบๆ อย่างคนตื่นกลัวแววตาที่เคยเข้มแข็งของเธอตอนนี้มันดูหวาดระแวงและตื่นตระหนกกับคนแปลกหน้าที่อยู่ภายในห้องนี้อย่างเห็นได้ชัด

“ที่นี่ที่ไหนแล้วพวกคุณเป็นใคร” อันนาที่เริ่มมีสติก็ถามคนเหล่านั้นออกไปด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ

“ที่นี่โรงพยาบาลครับ คุณเกิดอุบัติเหตุมา” หมอหนุ่มเจ้าของไข้เอ่ยบอกอีกคนอย่างใจเย็นโดยใช้ภาษาอังกฤษพูดกับเธอ

“แล้วฉันเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” อันนาพยายามใช้ความคิดอย่างหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอแต่พยายามแค่ไหนก็คิดอะไรไม่ออกทั้งยังรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีก เธอจำไม่ได้แม้กระทั่งตัวเองเป็นใครมาจากไหน ก่อนที่น้ำตาจะค่อยๆไหลออกมาอย่างคนหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

แกรก! เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะปรากฏร่างสูงหุ่นสมส่วนของคนที่รอฟังข่าวมาหลายวัน เขารีบเดินเข้าไปหาเธอที่เตียงทันที

“สวัสดีครับคุณซีโน่” หมอหนุ่มเอ่ยทักคนตรงหน้าด้วยท่าทีนอบน้อมก่อนจะทำสีหน้าไม่สบายใจออกมา

“มีอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มนิ่งเรียบของเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยถามหมอเจ้าของไข้ตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ดูเหมือนว่าเธอจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้ครับ แม้กระทั่งชื่อตัวเองเธอก็จำไม่ได้ พูดง่ายๆ ก็คือเธอน่าจะมีภาวะความจำเสื่อม” หมอหนุ่มเจ้าของไข้เอ่ยบอกคนตรงหน้าด้วยสีหน้าลำบากใจ ก่อนที่เขาจะขออนุญาตตรวจสแกนสมองของเธออย่างละเอียดอีกครั้ง

ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วออกมากับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะมองไปยังคนตัวเล็กอีกคนที่มองมายังเขาอย่างคนไม่ไว้ใจ

กระทั่งเวลาผ่านไปสักพักหมอเจ้าของไข้ก็นำเธอกลับมายังห้องพักฟื้นอีกครั้ง โดยที่อันนายังคงมีท่าทีตื่นตระหนกและตื่นกลัวคนรอบข้างเหมือนเดิม ก็ทุกคนเล่นจับจ้องมาที่เธอตลอดเวลา มันทำให้เธอกลัวและอึดอัด

“สมองเธอได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างหนักเป็นไปได้ว่าเธออาจจะเสียความทรงจำชั่วคราวเพราะร่างกายของเธอก็ปกติทุกอย่างจะมีแค่ในส่วนของความทรงจำที่มันอาจต้องใช้เวลารื้อฟื้นหน่อยครับ” หมอหนุ่มเจ้าของไข้อธิบายอาการที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวที่นั่งมองทุกคนอย่างหวาดระแวงให้คนตรงหน้าฟังอย่างใจเย็น

“ความจำเสื่อมงั้นเหรอ” ซีโน่พึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปมองคนบนเตียงอีกครั้งอย่างใช้ความคิด ซึ่งคุณหมอก็พยักหน้ายืนยันอีกครั้ง

“ใช่ครับ”

“อืม ฉันเข้าใจแล้ว หมอออกไปเถอะ” ซีโน่เมื่อคิดอะไรบางอย่างออกก็เอ่ยบอกให้ทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด จะเหลือไว้ก็แต่ลูกน้องของเขาสองคนเท่านั้น

ตึก ตึก ตึก! ซีโน่สาวเท้าเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าคนที่มองมายังเขาอย่างตื่นๆ และระแวงตลอดเวลาด้วยสีหน้านิ่งๆ

“คะ...คุณเป็นใคร” อันนามองบุคคลตรงหน้าที่มายืนใกล้ๆ ด้วยความไม่คุ้นเคยและเธอก็จำเขาไม่ได้ด้วย

“ฉันซีโน่” ซีโน่บอกอีกคนไปด้วยท่าทีปกติ ก่อนจะมองเธอชัดๆ อีกทีใบหน้าของเธอยังคงสวยเหมือนเดิมแต่แววตากับเปลี่ยนไปมันมีแต่ความหวาดระแวงและตื่นตระหนก ไม่ได้เฉยชาเหมือนที่เจอกันที่ประเทศไทยในครั้งนั้น

“ซีโน่” อันนาก็พึมพำออกมาก่อนจะพยายามใช้ความคิดอย่างหนักว่าคนตรงหน้าคือใครทำไมถึงมาอยู่กับเธอได้หรือว่าเขาจะรู้จักเธอ

“แล้วฉันเป็นใคร ชื่ออะไร คุณรู้จักฉันใช่ไหม” อันนารีบถามอีกคนออกไปด้วยความอยากรู้ แม้จะยังระแวงคนตรงหน้าแต่ถ้าเขารู้จักเธอจริงๆ มันก็ยังดีกว่าที่ต้องรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวในภาวะแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?

“รู้จักสิ เธอชื่ออันนา เธอเป็นเมียของฉันแล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน” ซีโน่ตัดสินใจพูดบางอย่างออกไปด้วยท่าทีปกติ ทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องนี้ถึงกับทำสีหน้าตกใจออกมาพร้อมกัน รวมถึงอันนาด้วย

“ฉะ…ฉันเป็นภรรยาของคุณงั้นเหรอ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป