บทที่ 6 สามีที่เธอจำไม่ได้
บทที่6
สามีที่เธอจำไม่ได้
“ฉะ…ฉันเป็นภรรยาคุณงั้นเหรอ” อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจออกมาพร้อมกับแววตาที่สับสนไม่อยากเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง
“อืม เธอเกิดอุบัติเหตุรถชนในระหว่างเดินทางจากประเทศไทยมาที่นี่” ซีโน่ยังใช้สายตานิ่งๆ ตัวเองจ้องมองอีกคนอยากไม่หลบสายตาเพื่อให้เธอไม่นึกสงสัยในตัวเขา
“ประเทศไทย?” อันนาขมวดคิ้วอีกครั้งพร้อมกับพยายามนึกตามที่อีกคนให้ข้อมูลมา แต่จะว่าไปนอกจากเขาจะพูดภาษาอังกฤษกับเธอเขาก็ยังสลับพูดภาษาไทยกับเธออีกด้วย ถึงแม้เธอจะจำอะไรไม่ได้แต่การใช้ภาษาต่างประเทศของเธอก็ยังใช้งานได้ดีอยู่
“แล้วฉันจะเชื่อคุณได้ยังไง ว่าเอ่อ...เราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ” อันนายังคงถามอีกคนออกไปด้วยความระแวงสงสัย
“หึ! ถ้าไม่ใช่ ฉันจะมาดูแลเธอแบบนี้เหรอ” ซีโน่เดินไปนั่งลงยังเก้าอี้ตรงหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่สอบถามเขาไม่หยุดด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“งั้นคุณช่วยเล่าเรื่องของฉันกับคุณให้ฟังหน่อยได้ไหม” แม้ว่าเธอจะจำอะไรไม่ได้แต่สัญชาตญาณความเอาตัวรอดของเธอก็ยังคงมีอยู่
“อืม ได้สิ ฉันกับเธอเจอกันที่ประเทศไทยเราคบกันไม่นานก็ตัดสินใจแต่งงานกันเธอก็เลยเดินทางมาอยู่กับฉันที่ฮ่องกงแต่เธอดันเกิดอุบัติเหตุซะก่อน” ซีโน่ยังคงแต่งเรื่องราวขึ้นมาด้วยท่าทีสบายๆ เสมือนเป็นเรื่องจริงจนคนที่นั่งฟังอยู่เริ่มที่จะคิดตามและคล้อยตามคำพูดของเขา
“แล้วฉันไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องเลยเหรอคะ” หลังจากฟังเขาเล่าแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีใครถึงได้ตัดสินใจมาอยู่กับเขาที่นี่ได้
“อืม พ่อแม่เธอเสียชีวิตหมดแล้ว ญาติพี่น้องคนอื่นก็ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว”
อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้ นี่เธอนอกจากจะจำอะไรไม่ได้แล้วชีวิตเธอยังอาภัพขนาดนี้เลยเหรอ
“นี่เอกสารเดินทางของเธอ” ซีโน่ยื่นกระเป๋าสุดแสนจะธรรมดาคืนให้กับคนตรงหน้า
พรึบ! อันนารีบรับมาแล้วเปิดดูด้านในกระเป๋าใบนั้น มันมีหนังสือเดินทางและกระเป๋าตังค์ของเธอที่มีรูปถ่ายของเธอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอนึกไม่ออกว่าเป็นใคร สมองของเธอตอนนี้มันว่างเปล่ารู้แต่เพียงว่าตอนนี้เธอเป็นภรรยาของคนตรงหน้าตามที่เขาให้ข้อมูลมาเท่านั้น
“มันคือเรื่องจริงใช่ไหม ทำไมฉันถึงจำคุณไม่ได้ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย” อันนายังคงพูดออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจที่เธอนึกอะไรไม่ออกเลย
“สมองเธอได้รับการกระทบกระเทือนทำให้ความจำเสื่อมชั่วคราวแต่เธอไม่ต้องกังวลไป เธอเป็นเมียฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง” ซีโน่พูดด้วยน้ำเสียงปกติพร้อมกับมองอีกคนด้วยสายตาพยายามอ่อนโยนเพื่อให้อีกคนเชื่อสนิทใจว่าเขาคือสามีของเธอจริงๆ เพราะเขารู้ว่าผู้หญิงก็คงชอบความอ่อนโยนจอมปลอมแบบนี้กันทั้งนั้น ซีโน่แสยะยิ้มออกมาเพียงนิดเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
“ปกติฉันเรียกคุณยังไงคะ” อันนาเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่อีกคนบอกกับเธอแถมยังยืนยันว่าเธอคือภรรยาของเขาจริงๆ เธอก็ควรจะเชื่อใจเขาในเมื่อสุดท้ายแล้วเธอก็เป็นภรรยาเขาอยู่ดี อีกทั้งเธอก็ไม่รู้จักใครและจำใครไม่ได้ด้วย
“เรียกฉันว่าซี” ซีโน่บอกอีกคนไปด้วยน้ำเสียงปกติและพยายามจะใจเย็นพูดกับเธอที่เอาแต่ซักถามไม่หยุดแบบนี้
“คุณซี” อันนาลองเอ่ยเรียกอีกคนตามที่เขาบอกมา
“เอาเป็นว่าเธอพักผ่อนให้หายดีก่อนแล้วกัน พอหายแล้วฉันจะพาเธอกลับบ้านของฉัน” ซีโน่เมื่อเห็นอีกคนหยุดซักถามไปแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจะกลับไปยังคาสิโนตัวเอง
“ค่ะ ฉันเชื่อคุณได้จริงๆ ใช่ไหม” อันนาถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจก่อนจะหันไปมองยังบุคคลอื่นที่อยู่ในห้องนี้ด้วยความหวาดระแวงนิดๆ
“อืม ฉันจะกลับไปทำงานแล้ว เธอก็พักผ่อนซะ” ซีโน่บอกอีกคนออกไปอีกครั้งก่อนจะหันไปบอกลูกน้องตัวเองให้คอยเฝ้าเธออยู่ที่นี่
“คะ...คุณทำงานอะไรคะ” อันนาเมื่อเห็นว่าเขาจะไปทำงานเธอเองก็อยากถามเรื่องราวของเขาเพิ่มเติม อย่างน้อยได้รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเพิ่มขึ้นก็น่าจะดีกว่าไม่รู้อะไรเลย
“ฟู่ว…ฉันทำธุรกิจผิดกฎหมาย ดีใจไหมล่ะที่มีผัวเป็นมาเฟีย” ซีโน่ตอบอีกคนออกไปตามตรงพร้อมกับยิ้มมุมปากออกมา เขาก็อยากจะรู้ปฏิกิริยาของคนตรงหน้าเหมือนกันว่าถ้ารู้ว่าเขาทำงานผิดกฎหมายเธอจะว่ายังไง ที่จริงเขาเองทำธุรกิจหลายอย่างทั้งขาวและเทาแต่เขาเลือกจะให้อีกคนรับรู้ด้านมืดของตัวเองให้มันจบๆ ไปจะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามทีหลังให้วุ่นวายอีก
“อ่อ ค่ะ” อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็เพียงพยักหน้ารับรู้เท่านั้นไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเพราะเธอคิดว่าการที่เขายอมบอกกับเธอตรงๆ แบบนี้แสดงว่าที่ผ่านมาเขาก็คงไม่มีอะไรปิดบังเธอ และการที่เธอตกลงแต่งงานกับเขาไปแล้วนั้นก็เท่ากับว่าเธอยอมรับเขาได้ทุกอย่าง
ซีโน่ที่เห็นว่าเธอพยักหน้ารับรู้ด้วยท่าทีปกติแบบนั้น ก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ไม่คิดว่าอีกคนจะไม่รู้สึกกลัวเขา อีกทั้งยังเหมือนยอมรับตัวตนของเขาได้อีก
“ฉันจะให้คาร์กดูแลเธอที่นี่ มีอะไรก็ให้มันโทรหาฉัน ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ฉันจะซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่” ซีโน่บอกอีกคนด้วยน้ำเสียงปกติ เขาพยายามใจเย็นและรักษาท่าทีไม่ให้หงุดหงิดจนเธอรู้สึกไม่ไว้ใจ
ซีโน่เองเมื่อเห็นอีกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจเขาก็รู้สึกพอใจไม่น้อยก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอใกล้ๆ และก้มลงไปจูบริมฝีปากบางนั้นหนักๆ หนึ่งที
จุ๊บ! อันนาที่ถูกกดจูบลงมาแบบไม่ได้ตั้งตัวก็แสดงสีหน้าตกใจออกมาพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงกับสัมผัสจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี แต่เธอดันไม่คุ้นเคยกับสัมผัสของเขาเลย
“ปกติฉันก็จูบเธอแบบนี้” ซีโน่ยกยิ้มนิดๆ หลังจากจูบเธอไปด้วยความพอใจ วูฟกับคาร์กที่เห็นแบบนั้นก็รีบก้มหน้าลงพร้อมกับรู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะปกติเจ้านายตัวเองไม่เคยจูบผู้หญิงง่ายๆ แบบนี้มาก่อน
“ฉันไปล่ะ” ซีโน่ผละจากเธอออกมาก็เดินหันหลังกลับไปยังประตูห้องด้วยท่าทีปกติ วูฟที่เห็นแบบนั้นก็รีบก้มหัวลาคนที่ยังนั่งหน้าแดงอยู่บนเตียงคนไข้เพราะการกระทำของผู้เป็นสามีมันโจ่งแจ้งเกินไปน่ะสิ ลูกน้องเขายังอยู่ในห้องอยู่เลย
“ขอให้นายหญิงหายไวๆ ครับ” เมื่อวูฟพูดออกไปแบบนั้นก็ได้รับสายตาคมกริบจากเจ้านายตัวเองที่กำลังจะเปิดประตูออกไปยังด้านนอก
“ใครให้มึงเรียกเธอว่านายหญิง!” ซีโน่กดเสียงต่ำถามลูกน้องตัวเองออกไปทันที พร้อมกับสีหน้าของเขาที่มันเปลี่ยนไปหลังจากออกมาจากห้องพักฟื้นของอีกคน มันมีแต่ความเจ้าเล่ห์และพอใจกับแผนการตัวเองเท่านั้น
“ก็นายบอกว่าเธอเป็นเมีย เอ่อ...ภรรยานี่ครับ ไม่ให้เรียกนายหญิงแล้วเธอจะเชื่อได้ยังไง” วูฟเองพอรู้ว่าเจ้านายตัวเองคิดจะทำอะไรต่อจากนี้ เขาก็เพียงเล่นตามน้ำที่เจ้านายวางไว้เท่านั้นเอง
“เออ! อยากเรียกอะไรก็เรียกไป” ซีโน่อดรู้สึกหัวเสียไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะค่อนข้างถูกใจเธอแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเอาเธอมาเป็นเมียจริงๆ ของเขาสักหน่อย เขาก็แค่เพียงทำเพื่อเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นซีโน่ก็ยกยิ้มออกมาก่อนจะหันไปมองยังประตูที่เขาพึ่งออกมาด้วยสายตานิ่งเรียบดังเดิม
“นายจะหลอกเธอจริงๆ เหรอครับ ถ้าวันหนึ่งเธอเกิดจำได้ขึ้นมา…” วูฟที่พูดออกไปไม่ทันคิดก็ต้องรีบสงบปากลงพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาเจ้านายเมื่อเขาเผลอพูดอะไรไม่คิด
“กูมีวิธีของกู ถึงกูจะหลอกเธอจริงแล้วมันยังไง ในเมื่อตอนนี้เธอจำอะไรไม่ได้นอกจากกู” ซีโน่ยังคงพูดออกมาด้วยท่าทีไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนเขาก็ทำมันได้ทั้งนั้นในเมื่อเธอเดินเข้ามาหาเขาเอง ก็ต้องยอมรับทุกอย่างจากเขาให้ได้
ชีวิตเขาแค่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการก็พอแล้วไม่จำเป็นต้องนึกถึงความรู้สึกคนอื่นให้มันยุ่งยากรำคาญใจ
“อยากได้นักใช่ไหมหลาน รอหน่อยแล้วกัน หึ!” ซีโน่แสยะยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะคิดวางแผนการต่อไปว่าจะทำยังไงให้เธอเชื่อใจเขาให้มากที่สุด ถึงมันอาจจะต้องเปลี่ยนตัวเองนิดๆ หน่อยๆ เพื่อให้อีกคนไว้ใจมันก็คงไม่ลำบากเกินไปสำหรับเขาหรอก
“หึ! การเสแสร้งจอมปลอมก็คงเป็นสิ่งที่มนุษย์ชื่นชอบไม่ใช่เหรอ...”
