บทที่ 8 รอยยิ้ม
บทที่8
รอยยิ้ม
สองสัปดาห์ต่อมา
วันนี้เป็นวันที่อันนาได้ออกจากโรงพยาบาลเนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเธอหายเป็นปกติแล้วจะคงเหลือแต่ส่วนของแผลตรงศีรษะที่ยังคงต้องระวังอยู่
“เรียบร้อยแล้วก็ไปกันได้ละ” ซีโน่เอ่ยขึ้นเสียงเรียบด้วยท่าทีปกติ ก่อนจะยกยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าอีกคนหันมามองเขาอย่างคนตัดสินใจ
อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็ใช้ความคิดครู่นึงก่อนจะตัดสินใจเดินตามเขาไปในที่สุด สีหน้าอดที่จะกังวลไม่ได้เพราะหลายวันที่ผ่านมาเขาไม่เคยมาดูแลเธอเลยมีแต่ลูกน้องของเขาที่อยู่เฝ้าเธอตลอดเวลา มันทำให้เธออดระแวงสงสัยไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่เธอตกลงแต่งงานด้วยจริงๆ เหรอ
คฤหาสน์ซีโน่
ใช้เวลาไม่นานซีโน่ก็พาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาด้วยความเกร็งและประหม่ามาถึงพื้นที่ส่วนตัวของเขา
“ไม่ต้องเกร็ง ต่อไปที่นี่จะเป็นบ้านของเธอ” ซีโน่นำมือตัวเองไปจับมือเล็กของเธอมากดจูบเบาๆ เพื่อให้เธอคลายกังวล แม้ปากเขาจะยกยิ้มบางๆ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย อันนาที่มัวแต่ประหม่าอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นความเจ้าเล่ห์นั้น
“ค่ะ” อันนาที่เห็นว่าคนตรงหน้ายิ้มให้ตัวเองแบบนั้นก็รู้สึกคลายกังวลลงมากเธอจึงพยักหน้ารับและยิ้มตอบเขาด้วยความสดใสเช่นกัน ซึ่งรอยยิ้มของเธอมันทำให้คนที่จ้องมองอยู่ถึงกับชะงักนิ่งไปก่อนที่เขาจะค่อยๆ เบนสายตาหนีพร้อมกับคงท่าทีปกติเอาไว้ดังเดิม
ภายในบ้าน
“เดี๋ยวเธออยู่ห้องด้านนั้นนะ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวฉันให้คนจัดการให้เธอหมดแล้ว” ซีโน่บอกอีกคนออกไปด้วยท่าทีสบายๆ พร้อมกับพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนใหญ่อีกห้องที่อยู่ไม่ไกลจากห้องของเขานัก
“ปกติเรานอนแยกกันเหรอคะ” อันนาที่เดินเข้ามาในห้องที่มันดูหรูหราเอามากๆ จนเธอรู้สึกแปลกๆ กับสถานที่ ก็อดถามไม่ได้อีกอย่างเธอรู้สึกไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลยสักนิด เธอยังคงมองเขาด้วยความสงสัยในเมื่อเขาบอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขาทำไมถึงต้องนอนแยกห้องกันด้วย
“เปล่า! แต่ช่วงนี้เธอยังไม่สบายอยู่ไว้หายดีแล้วค่อยย้ายกลับมานอนด้วยกัน” ซีโน่บอกอีกคนออกไปด้วยท่าทีปกติอีกครั้ง เพราะถึงแม้เขาจะให้อีกคนมาอยู่ในฐานะเมียแต่คนที่ชอบความเป็นส่วนตัวแบบเขามันก็ยากที่จะให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายภายในห้องส่วนตัวของเขาได้และเขาไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกสงสัยอะไรมากมายขนาดนี้ นับว่าเธอเป็นคนที่ฉลาดคนนึง นี่ถ้าเธอไม่ความจำเสื่อมเขาคงหลอกเธอไม่ได้ง่ายๆ
“อ่อ โอเคค่ะ” อันนาที่ได้ยินเขาตอบมาแบบนั้นก็พยักหน้ารับอย่างไม่เรื่องมากก่อนจะหันไปยิ้มให้เขาบางๆ เธอเองก็อยากมีเวลาปรับตัวเพื่อเริ่มความทรงจำใหม่ๆ กับเขาเหมือนกัน อีกทั้งยังต้องคอยรื้อฟื้นความทรงจำเดิมๆ อีกด้วย ถ้าเธอจำอะไรได้บ้างมันอาจจะทำให้เธอใช้ชีวิตง่ายขึ้นกว่านี้
“ถ้างั้นเธอก็พักผ่อนไปก่อน ฉันจะให้แม่บ้านทำอาหารไว้ให้” ซีโน่บอกอีกคนที่ยังคงมองสำรวจไปทั่วห้องแบบนั้นด้วยสีหน้าไม่คุ้นเคย
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” อันนาหันไปยิ้มให้เขาอีกครั้งอย่างคนรู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่เขาดูใส่ใจเธอมากขึ้น
“อืม” ซีโน่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาหนีรอยยิ้มของคนตรงหน้า เขาไม่ชอบเอาซะเลยรอยยิ้มแบบนั้นของเธอ มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างบอกไม่ถูก
ช่วงเย็น
หลังจากอันนาเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เธอก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอีกทีหลังจากได้ยินเสียงเคาะประตูด้านนอก
ก๊อก ก๊อก!
แกรก! อันนาเดินไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาเคาะห้องเธอในเวลานี้ ก่อนจะขมวดคิ้วออกมาด้วยความสงสัยกับผู้หญิงตรงหน้าที่ดูน่าจะอายุไล่ๆ กับเธอ
“นายหญิงจะทานข้าวเลยไหมคะ หงส์เตรียมไว้ให้แล้ว” หญิงสาวตรงหน้าที่แทนตัวเองว่าหงส์เอ่ยถามเจ้านายสาวออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“หงส์?” อันนาทวนถามคนตรงหน้าออกไปด้วยความสงสัย
“ค่ะ หงส์เป็นแม่บ้านที่นี่แล้วนายก็ให้หงส์คอยดูแลนายหญิงด้วยค่ะ” หญิงสาวรูปร่างผอมบางบอกกับเธออีกครั้งโดยที่ยังมีรอยยิ้มตาหยีแบบสาว หมวย
“อ่อ ฉันอันนานะคะ เรียกอันเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” อันนาบอกอีกคนออกไปด้วยรอยยิ้มใจดีพอเห็นว่ามีผู้หญิงอยู่ภายในบ้านแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกดีไม่น้อยเพราะหลังจากที่ลงจากรถยนต์จนถึงทางเข้าบ้าน ก็มีแต่ลูกน้องผู้ชายเต็มไปหมดถึงทุกคนจะดูแปลกใจกับการมาของเธอแต่สุดท้ายทุกคนก็ก้มหน้าลงด้วยท่าทีปกติดังเดิมซึ่งเธอก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเธอเลยล่ะ
“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณอันนาเป็นนายหญิงของที่นี่นะคะ” หงส์ยังคงพูดคุยกับอันนาด้วยรอยยิ้มดังเดิมก่อนจะพาเธอเดินลงไปยังห้องอาหารที่มันดูใหญ่โตไปหมดจนอันนารู้สึกเกร็งและไม่ชินเอาซะเลย
“แล้วคุณซีล่ะจ๊ะ” อันนาเมื่อนั่งลงเรียบร้อยก็เอ่ยถามถึงใครอีกคนที่เธอไม่เจอเขาอีกเลยนับแต่เขาเดินออกจากห้องเธอไป
“นายใหญ่ไปทำงานค่ะ”
“อ่อ เขาไปแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” อันนาถามออกไปด้วยความสงสัยปนอยากรู้
“ใช่ค่ะ นายมีธุรกิจเยอะค่ะบางวันไม่กลับบ้านเลยก็มีแต่มีนายหญิงมาอยู่ด้วยแบบนี้ก็คงรีบกลับทุกวันแน่เลยค่ะ” หงส์พูดออกไปตามความคิดตัวเองอย่างคนไม่รู้เรื่องอะไร อันนาที่ได้ยินแบบนั้นก็แค่ยิ้มบางๆ ออกมา
“หงส์อยู่ที่นี่มานานหรือยังจ๊ะ” อันนาถามอย่างชวนคุยพร้อมกับนั่งทานข้าวไปด้วยท่าทีปกติ จริงๆ เธอแค่เพียงอยากรู้เรื่องราวของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเพิ่มเติมสักนิดก็ยังดี
“พึ่งมาค่ะ ปกติที่นี่ไม่มีแม่บ้านอยู่ประจำ แต่พอมีนายหญิงมาอยู่ นายเลยให้พี่ไป๋ไปตามหงส์มาอยู่ดูแลนายหญิงค่ะ”
“เอ่อ...พี่ไป๋เป็นลูกน้องของนายและก็เป็นแฟนของหงส์ค่ะ” หญิงสาวตรงหน้าพูดออกไปพร้อมกับท่าทีเขินอายไปด้วย อันนาที่เห็นแบบนั้นก็รู้เอ็นดูคนตรงหน้าไม่น้อย เธอช่างพูดช่างจาจนอันนารู้สึกไม่เหงาเลย
“อ่อ แล้วก็อีกเรื่องค่ะ หงส์พูดภาษาไทยได้ นายเลยให้หงส์มาอยู่ดูแลนายหญิง” หงส์ยังคงพูดจาออกมาด้วยท่าทีน่าเอ็นดูและดูภูมิใจกับตัวเองจนอันนาเผลอหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกชอบคนตรงหน้าเอามากๆ
หลังจากทานข้าวเรียบร้อยอันนาก็ขึ้นมายังห้องตัวเองพร้อมกับนำกระเป๋าถือตัวเองมาเปิดดูอีกครั้งเผื่อว่าเธอจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง เธอนั่งมองรูปตัวเองกับผู้หญิงอีกคนที่นั่งข้างๆ เธอด้วยรอยยิ้มหวานกระทั่งภายในใจของเธอมันรู้สึกบีบรัดขึ้นมาจนรู้สึกจุกหน่วงก่อนที่น้ำตาของเธอมันจะไหลออกมาเองโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“หืม นี่เราร้องไห้งั้นเหรอ” อันนายกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มใสตัวเองอย่างมึนงง ก่อนจะหันไปมองรูปถ่ายใบนั้นอีกครั้งและหยิบออกมาดูชัดๆก่อนจะพบว่าด้านหลังภาพมีตัวหนังสือเขียนกำกับเอาไว้
“ถ่ายกับแม่ครั้งแรก” อันนาอ่านตัวหนังสือตรงหน้าเบาๆ พร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ในใจที่เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง
“แม่..ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของเธอ” อันนาเมื่อรู้แบบนั้นก็เก็บรูปถ่ายใบนั้นเอาไว้อย่างดีก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างรู้สึกอบอุ่นในใจ ถึงแม้ซีโน่จะบอกว่าแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้วแต่ในใจของเธอนั้นแค่เพียงได้มองภาพใบนี้มันกับรู้สึกเต็มตื้นและอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…
อีกด้าน ณ คาสิโน
วันนี้เหล่าเพื่อนๆ รวมถึงซีโน่ต้องย้ายมาประชุมกันที่คาสิโนของจาฟาร์อย่างกะทันหันเพราะอีกคนไม่สามารถเดินทางไปที่ผับได้ในวันนี้
พรึบ! บรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่มาถึงแล้วก็นั่งลงยังห้องรับรองด้วยท่าทีปกติก่อนจะหันไปยิ้มด้วยความอ่อนโยนกับหลานสาวสุดที่รักของพวกเขาอย่างฌาณาเนื่องจากวันนี้ภรรยาของจาฟาร์ติดธุระจึงทำให้เขาต้องนำลูกน้อยมาทำงานด้วย ทุกๆ คนจึงจำต้องยอมเปลี่ยนสถานที่นัดหมายกันใหม่
“คนสวยของลุง มาให้ลุงอุ้มหน่อยสิครับ” ซีโน่พูดจาหยอกล้อกับหลานสาวด้วยความอ่อนโยนก่อนที่จะลุกไปอุ้มเอาหลานสาวจากหน้าตักของเพื่อนรัก จาฟาร์ที่เห็นแบบนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“ชอบเด็กขนาดนี้ ก็รีบๆ มีเองซะสิ พ่อมึงจะได้เลิกบังคับ” จาฟาร์พูดออกไปด้วยความเอือมระอาคนตรงหน้าที่ชอบมาแย่งลูกสาวสุดที่รักของเขาไปกอดไปหอมจนน่าหมั่นไส้
“ไม่นานหรอก หึ!” ซีโน่ตอบเพื่อนไปด้วยท่าทีนิ่งๆ พร้อมกับยกยิ้มออกมา กระทั่งเหล่าเพื่อนๆ ที่นั่งมองอยู่ทำสีหน้ามึนงงออกมาพร้อมกันเพราะปกติเวลาพูดเรื่องมีครอบครัวมีลูกซีโน่จะทำสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาทันที
“มึงหมายความว่าไง” ฟรานที่นั่งเงียบๆ อยู่ก็เอ่ยถามเพื่อนตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ซีโน่ที่ได้ยินแบบนั้นก็แค่หันมายิ้มกวนๆ ตอบเพื่อนเท่านั้น
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” จาฟาร์ถามขึ้นบ้างความจเพราะตั้งแต่มีลูกสาวเขาก็ไม่อยากให้เพื่อนตัวเองทำอะไรที่มันเลวร้ายเกินไป
“คนที่กูช่วยไว้” ซีโน่ยอมตอบเพื่อนตัวเองไปด้วยท่าทีนิ่งเรียบปกติ
“ทำไมถึงเลือกเธอ” ฟรานถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วซีโน่ไม่ชอบผูกมัดกับใครไม่ว่าทางไหนก็ตาม
“เธอถูกใจกู อีกอย่างเธอไม่ใช่คนที่นี่ มันคงง่ายที่จะตกลงกัน” ซีโน่บอกเพื่อนออกไปตามที่เขาคิด ดูจากประวัติของเธอที่ให้ลูกน้องไปสืบเธอมีหลายอย่างที่ตรงตามความต้องการของเขา อย่างน้อยก็เรื่องเงินที่เธอน่าจะยินดีรับไว้ถ้าต้องแลกกับความสบาย นั่นคือสิ่งที่ซีโน่คิดไว้
“ไม่ใช่คนที่นี่ หมายความว่าไง?” จาฟาร์ถามขึ้นอีกครั้งหลังจากลุกไปดึงลูกสาวกลับมานั่งยังตักของตัวเองดังเดิม
“เธอเป็นคนไทย ถูกหลอกมาทำงานเมื่อสามสัปดาห์ ก่อนที่เธอจะวิ่งมาตัดหน้ารถกู”
“คนที่มึงพาไปโรงพยาบาล” เจอาร์ที่นั่งฟังเรื่องราวอยู่ก็ถามขึ้นมาบ้าง
“อืม ตอนนี้เธออยู่ที่บ้านกู”
“ฮะ! ทำไมเธอยอม มึงจ้างเธอเหรอวะ” เจอาร์ถามออกมาอีกครั้งก่อนจะนึกไปคำพูดตัวเองที่ครั้งนึงเคยให้เพื่อนจ้างคนมาอุ้มท้องให้
“เปล่า...เธอความจำเสื่อม กูก็แค่บอกเธอว่าเธอเป็นเมียกูแล้วกำลังจะแต่งงานกัน” ซีโน่พูดออกมาด้วยท่าทีปกติไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันจะส่งผลอะไรบ้าง
“ไอ้เหี้ย มึงเหี้ยเกินไปหรือเปล่าหลอกคนความจำเสื่อมเนี่ยนะ” เจอาร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็สบถออกมาเพราะสิ่งที่เพื่อนเขาทำอยู่ตอนนี้มันค่อนข้างจะเกินไปหน่อยกับผู้หญิง
ด้านฟรานกับจาฟาร์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เพียงนั่งฟังเงียบๆ จะมีเพียงแค่มุมปากเท่านั้นที่ยกยิ้มขึ้นเพียงนิด
“หึ! อย่าไปตกหลุมพรางตัวเองก็แล้วกัน” เจอาร์พูดออกมาอีกครั้งอย่างเหน็บแนมเพื่อนตัวเอง
“ไม่มีทาง!” ซีโน่แสยะยิ้มและตอบอย่างคนมั่นใจ...
