บทที่ 1 กลับบ้าน
บทที่1
กลับบ้าน
สนามบินประเทศฮ่องกง
ตึก ตึก ตึก! เสียงฝีเท้าจากฝาแฝดชายหญิงคู่หนึ่งก้าวเดินมาพร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดที่กำลังเข็นกระเป๋าเดินทางอีกหลายใบตามหลังทั้งคู่มา นี่เป็นการกลับมาอยู่ประเทศบ้านเกิดอย่างถาวรของทั้งสองคนหลังจากไปเรียนต่อกระทั่งจบปริญญาโทและใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาถึงหกปีเต็ม
ทั้งสองคนกลายเป็นจุดสนใจทันทีที่ก้าวเดินออกจากสนามบินมายังรถยนต์คันหรูที่จอดรอรับอยู่ ด้วยความสวยหล่อทำให้สะดุดตาผู้คนซ้ำยังเป็นฝาแฝดที่หน้าตาคล้ายคลึงกันอีก จะแตกต่างก็แต่ดวงตาเท่านั้นเพราะผู้เป็นพี่มีดวงตานิ่งเรียบ ส่วนน้องสาวนั้นกลับมีแววตาสดใสเป็นประกาย
“เอด้าทำอะไรอยู่ ขึ้นรถได้แล้ว” เสียงทุ้มนิ่งเรียบของแฝดผู้พี่อย่างเอดาร์ทเอ่ยเรียกน้องสาวตัวเองขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
“ด้ากำลังจะโทรให้เฮียเจมารับ” เอด้าซึ่งเป็นน้องสาวเอ่ยบอกผู้เป็นพี่อย่างเอดาร์ทออกไป ซึ่งเอดาร์ทที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เลือกที่จะรอให้น้องสาวได้ทำตามใจที่ตัวเองต้องการ...
อีกด้าน
ครืดดด~ เสียงโทรศัพท์ของเจอาร์ดังขึ้นในขณะที่กำลังนั่งพักสายตาภายในรถเพื่อเดินทางไปยังผับตัวเอง เขาเหลือบมองสายที่โทรเข้ามา ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นว่าเป็นใครอีกคนที่เขาไม่ได้เจอเธอมานานหลายปี เมื่อเห็นว่าอีกคนโทรเข้ามาไม่หยุดเขาจึงตัดสินใจกดรับสายเผื่อตัดรำคาญ
“ว่าไง” เสียงทุ้มนิ่งเรียบกรอกตามสายไปด้วยอารมณ์ไม่ได้ยินดียินร้ายกับคนที่โทรมามากนัก
(เฮียเจ ด้ากลับมาแล้วน้า มารับด้าหน่อยสิคะ) ทันทีที่ปลายสายกดรับเอด้าก็รีบกรอกเสียงตามสายไปด้วยความสดใสดีใจจนคนรับสายรู้สึกได้
“เฮียไม่ว่าง เฮียต้องทำงาน” เจอาร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆปกติพร้อมกับนวดขมับไปด้วยเมื่อคนในสายเริ่มจะดราม่าใส่เขาไม่หยุด
(ด้ากลับมาทั้งที เฮียไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง)
“เฮ้อ เฮียบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดแบบนี้ แค่นี้นะ เฮียต้องทำงาน” ไม่รอให้คนในสายพูดอะไรออกมาอีก เจอาร์ก็กดตัดสายไปทันทีก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปไว้ข้างๆเบาะอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณด้าเหรอครับนาย” เดย์วินมือขวาของเจอาร์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองเจ้านายตัวเองที่นั่งคิ้วขมวดผ่านกระจกมองหลัง
“อืม จะให้กูไปรับที่สนามบิน มาถึงก็ทำกูปวดหัวทันที” เจอาร์บ่นออกไปเสียงเรียบก่อนจะหลับตานิ่งๆอีกครั้ง
“หึ ไม่ไปรับเธอหน่อยละครับ” เดย์วินที่ได้ยินแบบนั้นก็อดขำออกมาไม่ได้ เขาเองก็รู้จักและเห็นเอด้ามาตั้งแต่เธอยังเด็กเพราะครอบครัวของเจอาร์กับเอด้ารู้จักสนิทสนมกันเพราะพ่อของทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกันและรู้ด้วยว่าอีกคนตามติดเจ้านายเขาและแอบชอบมาตั้งแต่ยังเด็กแล้วเพราะตัวเดย์วินเองก็อยู่กับเจอาร์มาตั้งแต่จำความได้เพราะพ่อของเขาเคยเป็นมือขวาของพ่อเจอาร์ในสมัยที่นายท่านยังไม่วางมือจากธุรกิจผิดกฎหมาย
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวคิดไปไกลอีก” เจอาร์ตอบไปตามความจริงเขาไม่อยากทำให้เอด้าคิดอะไรเกินเลยกับเขาไปมากกว่าพี่ชายอย่างที่เขาพยายามบอกเธอมาโดยตลอด
“เธออาจจะเลิกชอบนายแล้วก็ได้นะครับ นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว”
“กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น กูจะได้ไม่ต้องปวดหัวไปมากกว่านี้” เจอาร์พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆก่อนจะนึกไปถึงวีรกรรมของเอด้าตั้งแต่สมัยเด็กกระทั่งเธอโตเป็นวัยรุ่น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันเธอถึงตามติดเขาแจและชอบบอกว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขาแค่คนเดียว
หรืออาจจะเพราะว่าในตอนเด็กเขาเองก็ดูแลเธอเป็นอย่างดีและไม่ค่อยแกล้งเธอเหมือนกับไอ้พวกนั้น นั่นก็คือกลุ่มเพื่อนๆของเขานั่นแหละ
ทั้งหมดรู้จักกันมานานแล้วเพราะครอบครัวทำธุรกิจสีเทาเหมือนกันกระทั่งพ่อของเขากับพ่อของเอด้าวางมือจากธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อภรรยากับลูกแต่ถึงอย่างนั้นธุรกิจบางอย่างที่ทิ้งไม่ได้ เจอาร์กับเอดาร์ทแฝดพี่ของเอด้าก็ยังคงสานต่อเงียบๆไม่ให้ผู้เป็นแม่ตัวเองรับรู้
ในช่วงที่เจอาร์เริ่มเป็นวัยรุ่นมีผู้หญิงเข้าหาเขามากมายแต่พวกเธอเหล่านั้นก็จะถูกเอด้ากีดกันด้วยวิธีแสบๆ ทั้งกลั่นแกล้งสารพัดและชอบบอกกับทุกคนว่าเธอเป็นแฟนของเขาทำให้เจอาร์ในตอนนั้นทั้งหงุดหงิดและไม่พอใจเป็นอย่างมาก
แต่หลังจากเหตุการณ์ที่เธอแกล้งคู่ขาของเขาจนได้รับบาดเจ็บจากการที่เธอแกล้งผลักอีกคนล้ม เอด้าก็ย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศแบบกะทันหันทั้งๆที่ตอนนั้นเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ไปได้สักพักแล้ว
และตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ได้ติดต่ออะไรหาเขาอีกเลยซึ่งเจอาร์เองก็รู้สึกทั้งโล่งใจและสบายใจเพราะเขาจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับเธออีก แม้ในใจลึกๆก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอีกคนถึงหายไปเลยไม่แม้แต่ส่งข้อความมาหาเขาด้วยซ้ำ…
