บทที่ 2 อยากลองอีกครั้ง

บทที่2

อยากลองอีกครั้ง

อีกด้าน ณ สนามบิน

“ด้าขึ้นรถได้แล้ว เฮียเจเขาไม่มาหรอก” เอดาร์ทที่เห็นน้องสาวนิ่งเงียบไปหลังจากโทรหาใครอีกคนที่ดูเหมือนว่าเขาจะพูดไม่ผิดที่บอกว่าเจอาร์ไม่มารับน้องสาวเขาหรอก

“ด้าอยากรอดูก่อน เฮียอาจจะมา” เอด้ายังคงดื้อดึงแม้ในใจเธอเองก็รู้ว่าเขาไม่มีทางมารับเธอหรอก

“ด้า พี่บอกให้ขึ้นรถ ป๊ากับแม่รอนานแล้ว” เอดาร์ทกดเสียงต่ำลงพร้อมกับมองไปที่น้องสาวตัวเองนิ่งๆ ซึ่งเอด้าที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้ามุ่ยออกมาเพราะเมื่อไหร่ที่เอดาร์ทแทนตัวเองว่าพี่นั่นหมายความว่าเขาจริงจังและเอด้าห้ามดื้อรั้นใส่เขาเป็นอันขาด

“ด้าโกรธดาร์ทแล้วนะ รออีกนิดนึงก็ไม่ได้เหรอ” เอด้ากระทืบเท้าเบาๆอย่างคนโดนขัดใจแต่ก็ยอมเดินขึ้นรถตามที่พี่ชายฝาแฝดบอกแม้ว่าเอดาร์ทจะเป็นพี่ที่เกิดก่อนไม่กี่นาทีของเธอแต่เอด้าก็ไม่เคยเรียกอีกคนว่าพี่เลยสักครั้งซึ่งเอดาร์ทเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาเองก็ชินแล้วกับการแทนชื่อตัวเองกับน้องสาว

“เฮ้อ หายโกรธได้แล้วน่า” เอดาร์ทพูดขึ้นมาก่อนเมื่อเห็นว่าอีกคนเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา

“ดาร์ทขอโทษโอเคไหม” เอดาร์ทเอ่ยคำขอโทษออกไปพร้อมกับยกมือโยกหัวน้องสาวตัวเองเบาๆ

“ด้าไม่ได้โกรธดาร์ท ด้าแค่น้อยใจเฮียเจ ไม่ว่าตอนไหนเฮียเจก็ไม่เคยเห็นด้าสำคัญเลย” เอด้าพูดขึ้นมาอย่างคนน้อยใจแม้เธอจะทำใจมาบ้างแล้วแต่พอเจออีกคนเย็นชาใส่แบบนั้นมันก็อดรู้สึกเจ็บไม่ได้

“ไหนบอกว่าจะตัดใจ ไม่ติดต่อเฮียได้ตั้งนาน ทำไมหงอยอีกแล้วล่ะ” เอดาร์ทถามออกไปพร้อมกับขมวดคิ้วสงสัยเพราะในครั้งที่เอด้าตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกาแบบกะทันหันเธอบอกกับเขาว่าจะตัดใจจากเจอาร์

เธอไม่ติดต่อหาอีกคนเป็นเวลาหลายปีแต่ก็ยังคงติดตามข่าวคราวอีกคนอยู่ตลอด ในตอนที่เอด้าตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกาตอนนั้นสภาพจิตใจของเธอไม่ค่อยดีนักทำให้เอดาร์ทตัดสินใจตามน้องสาวไปเรียนต่อด้วยเพราะความเป็นห่วง

“ถ้ามันตัดใจได้ง่ายขนาดนั้น ด้าก็คงเลิกชอบเฮียเจไปตั้งนานแล้วล่ะ” เอด้าพูดออกมาเบาๆก่อนที่เธอจะนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนที่มันยังฝังอยู่ในความทรงจำของเธอ

ตอนนั้นเธอได้ยินเจอาร์พูดกับเอดาร์ทพี่ชายของเธอเพราะพี่ชายของเธอไปถามเจอาร์ตรงๆว่ารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่ ซึ่งคำตอบก็คือเจอาร์คิดกับเธอแค่น้องสาวและมันจะไม่มีทางเป็นอย่างอื่น

ในตอนนั้นเอด้ารู้สึกเสียใจหนักมากเพราะเธอแอบชอบเจอาร์มานานแต่เมื่อได้ยินกับหูตัวเองแบบนั้นแล้วเอด้าเลยคิดว่าเธอควรจะตัดใจจากเขาก่อนที่ความรู้สึกมันจะถลำลึกไปมากกว่านี้ เธอจึงตัดสินใจไปเรียนต่อและไม่ติดต่อหาเขาอีกเลย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ยากมากกว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวัน แต่สุดท้ายเธอก็เลิกชอบเขาไม่ได้อยู่ดี

“แล้วจะเอายังไงต่อ จะชอบเฮียเจต่อไปแบบนี้งั้นเหรอ”

“ด้าอยากลองดูอีกครั้ง ด้ากลับมาครั้งนี้ก็อยากจะลองสู้อีกครั้ง ถ้าทำทุกอย่างแล้วเฮียเขายังคงไม่ชอบด้า ตอนนั้นด้าจะตัดใจและเดินออกมาเอง” เอด้าตอบอีกคนออกไปพร้อมกับยิ้มบางๆออกมา

“รู้ใช่ไหมว่าตัวเองอาจต้องเสียใจ เฮียเขามีข่าวกับดารานางแบบไปทั่วแบบนั้น”

“ด้ารู้ อีกอย่างข่าวกับพวกดารานางแบบพวกนั้นก็เป็นข่าวเก่าบ้างสร้างกระแสให้ตัวเองบ้าง ด้าถามเจ้รีนมาแล้ว” ซึ่งลีรีนก็คือภรรยาของมาร์ตินเพื่อนของเจอาร์นั่นเอง ลีรีนเป็นผู้บริหารและเจ้าของสื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศฮ่องกงจึงไม่แปลกที่เอด้าจะสืบข่าวจากพี่สาวคนสนิทตัวเองได้

ตลอดระยะเวลาหลายปีแม้เธอไม่ได้ติดต่อเจอาร์เลยแต่เธอยังคงติดตามข่าวคราวของเขาผ่านช่องทางต่างๆ มันก็รู้สึกเจ็บไม่น้อยเมื่อเห็นว่าเขาควงคนนั้นทีคนนี้ที แต่ในเมื่อเขายังไม่ได้ตกลงคบกับใครอย่างจริงจัง เธอเองก็ยังมีโอกาสและเธอจะไม่ยอมให้โอกาสที่มีหลุดลอยไปอีก

“กลับมาครั้งนี้ด้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำอะไรต้องมีสติ เข้าใจที่ดาร์ทพูดใช่ไหม” เอดาร์ทเองเมื่อเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของน้องสาวเขาเองก็ไม่อยากไปทำลายความมุ่งมั่นนั้นก็คงได้แต่ดูแลอยู่ห่างๆและคอยเตือนสติเธอแบบนี้

“อืม ขอบคุณดาร์ทมากนะ ที่เข้าใจด้า” เอด้ายิ้มสดใสออกมาอีกครั้งก่อนจะเข้าไปกอดพี่ชายตัวเองเอาไว้อย่างออดอ้อนเมื่อเธอสบายใจขึ้น

คฤหาสน์จินเถียน

“ลงจากรถได้แล้ว แม่ยืนรอนานแล้วนะ” เอดาร์ทบุ้ยหน้าไปยังมารดาที่ยืนยิ้มรออยู่เมื่อทั้งสองคนได้เดินทางมาถึงบ้านตัวเอง

พรึบ! เอด้าเมื่อเห็นแบบนั้นก็รีบลงจากรถด้วยความรวดเร็วพร้อมกับรอยยิ้มสดใสดีใจที่ได้กลับมาบ้านสักที

“คุณแม่ ด้ากลับมาแล้ว คิดถึงที่สุดเลยค่ะ” เอด้าทั้งกอดทั้งหอมแม่ตัวเองด้วยความดีใจ

“แม่ก็คิดถึงหนู ในที่สุดก็กลับมาอยู่กับแม่สักทีนะ” อาย อารดา ผู้เป็นแม่ก็ยิ้มกว้างพร้อมกับกอดตอบลูกสาวด้วยความคิดถึงไม่ต่างกันก่อนจะมองไปยังลูกชายของตัวเองด้วยแววตามีแต่ความคิดถึงเช่นกันทั้งลูกสาวลูกชายของเธอโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว ซ้ำยังสวยหล่อกันจนเธอรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจ

“สวัสดีครับแม่” เอดาร์ทเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่พร้อมกับยิ้มนิดๆ แม่ของทั้งสองคนเป็นคนไทยที่แม้จะอายุมากแล้วก็ยังคงสวยหวานไม่เปลี่ยน ไม่แปลกใจเลยที่พ่อของพวกเขาชอบออกอาการหึงหวงแม้จะแต่งงานอยู่กินกันมาหลายปีแล้วก็ตาม

“อ้าวๆ ปล่อยภรรยาผมก่อนครับคุณดาร์ท” เสินชุน จินเถียน ผู้เป็นพ่อของทั้งสองคนก็เดินออกมาพร้อมกับพูดจาหยอกล้ออย่างไม่จริงจังนัก

“หึ! ภรรยาคุณแต่เป็นแม่และเป็นผู้หญิงที่ผมรักที่สุดนี่ครับ” เอดาร์ทพูดออกมาขำๆก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดคนเป็นพ่อด้วยท่าทีนิ่งๆแต่เต็มไปด้วยความคิดถึงไม่ต่างจากผู้เป็นแม่เลย

“ปะป๊าขา คิดถึงด้าไหมคะ” เอด้าเมื่อผละจากอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ก็รีบหันหน้าไปออดอ้อนพ่อตัวเองด้วยท่าทางน่ารัก

“โธ่ ป๊าคิดถึงหนูที่สุด ลูกสาวสุดที่รักของป๊า” เสินชุนรีบเดินไปสวมกอดลูกสาวตัวเองด้วยความรักความคิดถึง เอดาร์ทที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าออกมายิ้มๆเพราะเขารู้ว่าพ่อของเขานั้นทั้งโอ๋และตามใจเอด้าสุดๆ โหดกับทุกคนยกเว้นภรรยากับลูกนั่นแหละคือพ่อของเขา

แม้จะวางมือจากวงการมาเฟียมานานแล้วแต่ความน่าเกรงขามก็ยังคงอยู่ ไหนจะลูกน้องเก่าๆบอดี้การ์ดของพ่อเขาก็ยังคงมีเต็มบ้านเช่นเดิม ซึ่งเอดาร์ทกับเอด้าก็ชินกับภาพเหล่านี้แล้วล่ะ เห็นน้องสาวของเขาขี้อ้อนแบบนั้นเธอไม่ได้สวยเซ็กซี่อย่างเดียวหรอกนะ เธอหลงใหลศิลปะป้องกันตัวและชอบการยิงปืนสุดๆ อะไรที่เขาชอบทำเอด้าจะเข้าร่วมด้วยทั้งหมด ที่บ้านของพวกเขาถึงมีทั้งโรงยิมและสนามยิงปืนภายในบ้านโดยพ่อเขาเป็นคนจัดหามาให้ตามใจลูกสาว ซึ่งผู้เป็นแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเห็นว่าเป็นกีฬาคลายเครียดอย่างหนึ่ง

“เข้าบ้านกันดีกว่า พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน ป๊ามีของขวัญต้อนรับกลับบ้านด้วยนะ” เสินชุนเดินโอ๋ลูกสาวตัวเองเข้าบ้าน ทิ้งให้ผู้เป็นภรรยากับลูกชายส่ายหน้ายิ้มๆกับภาพตรงหน้า

“ไปค่ะลูกชายแม่ พ่อเขามีลูกสาวแล้ว” อารดาพูดออกไปด้วยความเอ็นดูปนหยอกล้อเมื่อเห็นว่าสองพ่อลูกดูจะเข้าขากันดีสุดๆเดินนำไปก่อนแล้ว

“หึ ครับแม่” เอดาร์ทยกยิ้มออกมาด้วยความขบขันกับคำพูดผู้เป็นแม่ก่อนจะเดินตามหลังพ่อและน้องสาวตัวเองเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกมีความสุขเพราะเขาเองก็รอเวลานี้มานานเหมือนกัน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป