บทที่ 3 ของขวัญ
บทที่3
ของขวัญ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
เอด้ายังคงส่งข้อความหาเจอาร์และโทรหาเขาไม่หยุดแต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อยซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอดตั้งแต่สองปีก่อนที่เธอคิดจะกลับมาอยู่ฮ่องกงถาวร เธอก็เริ่มส่งข้อความหาเขาโทรหาเขาบ้างอย่างที่เธอเคยทำ ถึงแม้ว่าอีกคนจะตอบบ้างไม่ตอบบ้างเธอก็ไม่คิดถอดใจหรอกนะเพราะเธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าครั้งนี้เธอจะสู้และทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้
“ด้ามาทานข้าวได้แล้วลูก” อารดาเอ่ยเรียกลูกสาวให้มาทานข้าวได้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ค่ะแม่” เอด้ายอมเก็บโทรศัพท์และเดินตามผู้เป็นแม่ไปอย่างไม่อิดออด
เมื่อถึงโต๊ะอาหารที่มีพ่อกับพี่ชายของเธอนั่งรออยู่ก่อนแล้วเอด้าจึงรีบนั่งลงด้วยความเกรงใจเพราะเหมือนว่าทุกคนกำลังรอเธออยู่แค่คนเดียว
“โทรหาเฮียเจเหรอ” เอดาร์ทที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้น
“อืม เฮียไม่รับสายด้าเลยจะไปหาก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน” เอด้าบ่นออกมาเพราะเธอไม่รู้จริงๆว่าอีกคนจะเข้าไปทำงานที่ไหน เนื่องจากเจอาร์มีทั้งผับที่ต้องดูแล แถมยังมีบริษัทนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอีก และเขาก็ยังมีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ทำขึ้นมาเพื่อกว้านซื้อที่ดินในย่านทำเลทองไม่ว่าที่ดินผืนนั้นจะแพงแค่ไหนหรือเจ้าของขายยากขนาดไหนเจอาร์ก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
เรียกได้ว่าเขาหลงใหลในการสะสมที่ดินเหล่านั้นก็ว่าได้และไม่ต้องแปลกใจที่เอด้ารู้เรื่องของเขาทุกอย่างเพราะเธอจดจำทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเขาได้ทั้งหมดอยู่แล้ว
“หึ เรานี่นะ ยังตามติดเฮียเขาแจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” เสินชุนที่นั่งมองหน้างอง้ำลูกสาวอยู่ก็หัวเราะออกมาเบาๆเพราะเขาเองก็รู้ว่าลูกสาวของตัวเองนั้นชื่นชอบเจอาร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับลูกสาวเขาเลย ถึงแม้เขาเองจะอยากได้เจอาร์มาเป็นลูกเขยก็ตามทีแต่ก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเรื่องของเด็กๆหรอกนะ
“ก็ด้าคิดถึงเฮียเจนี่คะ” เอด้าเองพูดออกมาตรงๆตามความรู้สึกตัวเองเพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเธอคิดยังไงกับเจอาร์
“เฮ้อ ป๊าดูลูกสาวป๊าสิครับ” เอดาร์ทได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจและนี่แหละคือเอด้า ถ้าเธอตั้งใจกับอะไรแล้วเธอจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจตัวเองง่ายๆแน่
“เอาน่าๆอย่าว่าน้องเลย จะทำอะไรก็ทำไป ป๊าขออย่างเดียวให้มีสติและรักตัวเอง โอเคไหมตัวแสบ” เสินชุนเอ่ยบอกลูกสาวไปด้วยรอยยิ้มบางๆเพราะเขารู้ดีว่าลูกสาวตัวเองดื้อและแสบแค่ไหน
“ค่ะป๊า แล้วไหนของขวัญต้อนรับด้ากลับบ้านคะ” เอด้าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในสิ่งที่พ่อตัวเองพูด ก่อนที่เธอจะหันหน้าไปถามผู้เป็นพ่อถึงของขวัญด้วยสีหน้าคาดหวังแทนเพราะนี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่เธอกลับมาอยู่บ้าน
“ทานข้าวเสร็จก่อน ป๊าจะพาไปดู” เสินชุนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มดังเดิม ซึ่งอารดาผู้เป็นแม่ก็ยิ้มออกมาไม่ต่างกัน
“โอเคค่า ด้าตื่นเต้นจัง” เธอทำสีหน้าตื่นเต้นออกมาก่อนจะลงมือทานข้าวด้วยรอยยิ้มสดใสดังเดิม
เมื่อทานอาหารเย็นเรียบร้อย ทั้งหมดก็เดินตามเสินชุนออกมายังบริเวณโรงจอดรถขนาดใหญ่ของบ้าน กระทั่งเอด้าเป็นฝ่ายกรี๊ดออกมาก่อนด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“กรี๊ดด ปะป๊าา ให้ด้าจริงๆใช่ไหมคะ” เมื่อเดินมาเห็นรถสปอร์ตสุดหรูพร้อมกับชุดตกแต่งอย่างครบครันขนาดนี้ เธอจะไม่ร้องกรี๊ดออกมาได้ยังไง ร่างบางเดินไปกอดหอมพ่อตัวเองอย่างพออกพอใจกับของขวัญเป็นที่สุด
“เด็กคนนี้นี่ ป๊าให้จริงๆสิ นั่นสีขาวของลูกส่วนสีดำของเอดาร์ท” เสินชุนเอ่ยบอกลูกสาวกับลูกชายไปด้วยรอยยิ้มใจดี ด้านอารดาเองส่ายหัวออกมากับความเล่นใหญ่ของลูกสาว
“หึ” เอดาร์ทได้แต่ยิ้มขำออกมาไม่ต่างกัน บอกแล้วพวกเขาเป็นแฝดที่ค่อนข้างจะชอบอะไรเหมือนกัน เอดาร์ทชอบรถและความเร็วมากซึ่งเอด้าเองก็ไม่ต่างกัน ดูจากการตื่นเต้นจนออกนอกหน้าของน้องสาวสิ ซ้ำยังรีบเดินเข้าไปสำรวจภายในรถของตัวเองด้วยรอยยิ้มพอใจนั่นอีก
แต่มีอย่างหนึ่งที่ทั้งสองคนชอบไม่เหมือนกัน เอดาร์ทนั้นไม่ชอบงานศิลปะและงานที่ต้องใช้สมาธิมากๆอย่างเอด้า ซึ่งน้องสาวของเขาค่อนข้างจะมีอารมณ์ศิลปินมากกว่าเขาเยอะเลยล่ะ
“ปะป๊า สุดยอดมากก” เอด้าชะโงกหน้าออกมาจากข้างในรถพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้กับผู้เป็นพ่ออย่างพอใจสุดๆ
“ดาร์ทล่ะลูก ชอบไหม” เสินชุนหันมาถามลูกชายตัวเองบ้าง เจ้าตัวยืนยิ้มนิ่งๆ มองน้องสาวตัวเองอยู่ด้วยความเอ็นดู
“ชอบมากครับป๊า ขอบคุณนะครับ”
“นี่คันใหม่พร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งครบครันจากบริษัทเราเลยนะ ต่อไปป๊าต้องฝากดาร์ทเข้าไปดูแลแทนแล้วนะลูกชาย” เสินชุนบอกลูกชายตัวเองออกไปพร้อมกับมอบหมายงานให้ทันที เนื่องจากบริษัทนำเข้าและจำหน่ายรถสปอร์ตและอุปกรณ์ตกแต่งรถหรูดังกล่าวเป็นธุรกิจของครอบครัวตระกูลจินเถียน ซึ่งตอนนี้เอดาร์ทได้เรียนจบกลับมาแล้วก็ต้องเข้ามาบริหารงานแทนผู้เป็นพ่อ
“ครับป๊า ผมพร้อมเริ่มงานเสมอ” เอดาร์ทบอกผู้เป็นพ่อออกไปด้วยรอยยิ้มนิดๆดังเดิมก่อนจะสาวเท้าเดินไปสำรวจรถสปอร์ตของตัวเองบ้าง
ภายในบ้าน
“ดาร์ทกับด้าขึ้นไปคุยกับพ่อที่ห้องทำงานหน่อยนะ” เสินชุนเอ่ยบอกลูกทั้งสองของตัวเองหลังจากที่ได้มอบของขวัญต้อนรับกลับบ้านให้อย่างเรียบร้อยและดูเหมือนว่าจะถูกอกถูกใจลูกๆทั้งสองเป็นอย่างมาก
“ค่ะ/ครับป๊า”
เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงห้องทำงานใหญ่ เอดาร์ทกับเอด้าก็นั่งลงด้วยท่าทีปกติเพราะพวกเขาพอจะรู้ว่าพ่อของตัวเองจะพูดเรื่องอะไร
“ป๊าจะพูดกับด้าก่อนนะเพราะงานบริษัทนำเข้าของเราป๊าจะให้เอดาร์ทเข้าไปดูแล ส่วนด้าลูกพร้อมเมื่อไหร่ก็เข้าไปช่วยเจ้เอลิสดูแลบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าของลูกได้แล้ว เจ้เขาบ่นหาลูกทุกวัน” เสินชุนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มขำเมื่อนึกไปถึงหลานสาวแท้ๆของตัวเองที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเอด้า เจ้าตัวชอบบ่นหาลูกสาวเขาไม่หยุดเพราะเธอต้องบริหารงานคนเดียวมาสักพักใหญ่แล้วตั้งแต่เริ่มเปิดบริษัทแบรนด์ Adalis
“ค่ะป๊า ด้าตั้งใจจะไปหาเจ้ลิสพรุ่งนี้” เอด้าพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะเธอเองก็เกรงใจพี่สาวไม่น้อยเนื่องจากเธอเรียนจบด้านแฟชั่นดีไซน์มา ส่วนเอดาร์ทนั้นเรียนจบบริหารธุรกิจ ตลอดระยะเวลาหลายปีเธอทำเสื้อผ้าและออกแบบด้วยตัวเองทุกตัวก่อนจะส่งงานมาให้เอลิสญาติผู้พี่จัดการต่อจนกระทั่งตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าของพวกเธอติดอันดับต้นๆของประเทศและกำลังจะขยายไปยังประเทศอื่นๆด้วย
เรียกได้ว่าผู้คนอยากใส่และชื่นชอบเสื้อผ้าที่เธอออกแบบเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างแพงแต่ทุกคนก็ยังยอมควักเงินซื้อเพราะมันสวยและมีสไตล์จริงๆ
“โอเค ถ้าด้าเข้าใจแล้วก็ไม่มีอะไรแล้วลูก หนูไปพักผ่อนเถอะ ป๊าจะคุยกับพี่ชายเราต่อ”
“ค่ะป๊า” เอด้าตอบพ่อตัวเองออกไปอย่างไม่เรื่องมากก่อนจะลุกออกไปยังห้องตัวเองที่อยู่ไม่ไกลนัก
“มันมีงานบางอย่างที่ป๊าอยากให้ลูกเข้าไปดูแลด้วยตัวเอง ดาร์ทรู้ใช่ไหม” เสินชุนเอ่ยบอกลูกชายออกไปเสียงเรียบ เมื่อลูกสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว
“ครับป๊า” เอดาร์ทขานรับอย่างเข้าใจในงานที่พ่อของเขาต้องการให้เข้าไปดูแล
“คาสิโนตรงนั้นป๊าให้เจอาร์ช่วยดูแลแทนมานานแล้ว ตอนนี้ดาร์ทกลับมาแล้วเข้าไปดูแลเองดีกว่านะ ป๊าเองก็เกรงใจเจอาร์ มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเฮียเขาแล้วกันนะ”
“ได้ครับป๊า วันนี้ผมจะออกไปหาเฮียพอดี เฮียจะเลี้ยงต้อนรับน่ะ” เอดาร์ทบอกพ่อตัวเองออกไปพร้อมกับยกยิ้มบางๆ เขาเองสนิทกับเจอาร์มานานธุรกิจบางอย่างก็มีทำด้วยกัน ถึงแม้ว่าพ่อของพวกเขาจะวางมือกันไปหมดแล้วแต่ธุรกิจบางอย่างก็ยังตกมายังลูกๆให้ทำต่ออยู่ดีซึ่งเอดาร์ทก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาเองก็รู้สึกว่ามันสนุกและท้าทายดี
“ห้ามให้แม่ลูกรู้เด็ดขาด ไม่งั้นป๊าตายแน่” เสินชุนพูดออกมาด้วยสีหน้านึกกลัวภรรยาจริงๆ
“หึ” เอดาร์ทเพียงยิ้มขำออกมาเพราะเขารู้ว่าพ่อตัวเองก็พยายามเคลียร์ทุกอย่างในด้านของงานสีเทาที่เคยทำออกไปให้หมดเพราะไม่อยากให้แม่ของเขาไม่สบายใจ
“ป๊าจะให้เซทท์คอยช่วยงานลูก”
เซทท์ก็คือเด็กหนุ่มที่โตมากับเอดาร์ทเรียกว่าเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กกระทั่งเอดาร์ทไปเรียนต่อที่อเมริกา เซทท์เองก็ถูกส่งไปเรียนด้วยกัน ถึงแม้จะเป็นเพียงลูกชายของลูกน้องคนสนิทเสินชุน แต่เขาก็เอ็นดูเซทท์เหมือนลูกชายคนหนึ่งของเขา
“ครับป๊า มันน่าจะรู้เรื่องหมดแล้ว” เอดาร์ทตอบออกไปนิ่งๆเพราะเซทท์ก็เหมือนเพื่อนสนิทเขาคนหนึ่งที่เติบโตมาด้วยกัน
“โอเค งั้นดาร์ทไปเถอะจะไปหาเฮียเขาไม่ใช่เหรอ”
“ครับ” เอดาร์ทลุกออกไปด้วยท่าทีปกติก่อนจะเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปตามนัดของบรรดาเฮียๆของเขา...
