บทที่ 2 ผู้หญิงชั่ว
เธอยังยืนนิ่ง มองเขาอย่างไม่เข้าใจในเจตนา ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ แววตาก็บ่งบอกว่าเกลียดชังเธอจนแทบไม่อยากจะหายใจร่วม แต่ทำไมถึงจะมาตัดสูทกับเธอ ทั้งที่ปกติแล้ว ผู้ชายมักซื้อสูทสำเร็จแบรนด์เนมชื่อดังมากกว่า
“ทำไม แค่สูทก็ไม่มีปัญญาตัดเหรอ”
“มีค่ะ”
“มีก็มาวัดตัวสิ จะมโนกะขนาดเอาเองจากที่เคยกอดฉันคงไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนี้ฉันเปลี่ยนไปแล้ว”
ใช่ เขาเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนทุกอย่าง ถึงแม้ว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขาจะยังคงหล่อเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะออร่าดาราดังมันจับ เรือนกายที่สูงใหญ่ ไม่ได้ผอมเพรียวมีกล้ามเล็กน้อยเหมือนตอนสมัยเรียน ดวงตาคู่คมแสนมีเสน่ห์ที่เคยทอดมองเธออย่างหลงใหล ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นเกลียดชังยิ่งกว่าสิ่งใด ความอบอุ่นอ่อนโยนที่เคยมอบให้ ตอนนี้มีเพียงท่าทีห่างเหินถือตัว ราวกับเธอคือสิ่งสกปรกที่น่ารังเกียจ
“ค่ะ ขออนุญาตนะคะ”
เธอหยิบสมุดคู่ใจกับสายวัด มาวัดตัวให้เขาอย่างคล่องแคล่ว จดสัดส่วนของลำคอและแขนเสื้อลงสมุด ก่อนหันมาอีกที คนตัวโตก็กางแขนออกให้เธอวัดรอบอก
คนตัวบางสูดหายใจเข้าลึกๆ โอบแขนทั้งสองข้างไปที่แผ่นหลังเพื่อดึงสายวัดทำให้ตัวเธอขยับใกล้เขาจนหน้าอกอวบอิ่มเกินตัวห่างจากหน้าอกหนั่นแน่นของเขาไม่ถึงคืบ
ความใกล้ชิดทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ มาจากตัวเธอ เป็นกลิ่นของโลชั่นทาผิวที่เธอชอบใช้ผสมกับกลิ่นเนื้อตัวของเธอที่มันผสมผสานกันราวกับกลิ่นฟีโรโมนเรียกแมลงตัวผู้
ปุณณิธิกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามควบคุมจังหวะการหายใจให้ช้ากว่าจังหวะระรัวของหัวใจดวงโตที่ห้ามไม่ได้
ไม่ต่างอะไรจากคนตัวบาง เพราะหัวใจดวงน้อยของเธอเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะกับการใกล้ชิดผู้ชายที่ยังคงอยู่ในหัวใจอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงในตัวเขายิ่งทำให้เธออดหวนคิดถึงคืนวันแห่งความสุขไม่ได้
กว่าที่เธอจะวัดตัวเขาเสร็จ ดาราหนุ่มก็กัดกรามข่มจังหวะเต้นของหัวใจจนเหนื่อย
“เชิญคุณเลือกแบบ เนื้อผ้าและสีได้เลยนะคะ”
“ไม่ละ อยากตัดสีอะไร แบบไหน ก็ตัดมา แต่ถ้าฉันไม่ถูกใจคงได้แก้กันอีกยาว เพราะฉันไม่ใช่คนที่ชอบอะไรง่าย ๆ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณควรเลือกแบบและสีที่ถูกใจนะคะ เพราะฉันไม่สามารถเดาได้หรอกค่ะ ว่าคุณจะชอบแบบไหน ถ้าเลือกให้แล้วไม่ถูกใจ จะเสียเวลาของคุณเปล่าๆ นะคะ”
“แต่เธอเคยรู้นี่ ว่าฉันชอบอะไร แบบไหน อ้อ ลืมไป เดี๋ยวนี้ฉันไม่ได้ชอบอะไรเหมือนเดิมแล้ว เมื่อก่อนหลงผิดชอบของเน่าเหม็นตั้งนาน แต่ฉันยืนยันคำเดิม จะตัดอะไรก็ตัดมา หรือเรื่องแค่นี้ช่างตัดชุดร้านดัง ไม่มีปัญญาคิดเอง”
“ค่ะ ได้ค่ะ นัดลองชุดรอบแรกเป็นวันที่ 30 เดือนหน้านะคะ”
“เอาเบอร์โทรเธอมา”
“คุณโทรมาเบอร์ร้านได้ค่ะ ฉันไม่เคยทำงานลูกค้าไม่ทัน ยังไงวันที่ 30 คุณได้ลองชุดรอบแรกแน่นอนค่ะ”
“บอกให้เอามาก็เอามาเถอะน่า แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าฉันพิศวาสอยากได้เบอร์เธอ ฉันไม่ชอบเสียเวลาโทรมาแล้วต้องรอสายวุ่นวาย ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากมายขนาดนั้น”
“สักครู่ค่ะ”
เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะจดเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวให้กับเขาไป เมื่อเขาได้กระดาษแผ่นนั้น ก็หันหลังเดินออกจากร้านทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้หญิงที่มองตามแผ่นหลังแกร่งจนลับสายตาไป..ผ่านม่านน้ำตา อีกเลย
ทันทีที่ประตูรถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบปิดลง ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัยก็กระหน่ำทุบมันอย่างแรงไม่ยั้ง ดวงตาคมกร้าวดุแดงก่ำมองไปยังประตูกระจกหน้าร้าน กรามแกร่งขบกันแน่นจนสันขึ้นนูน มือที่กระหน่ำทุบลงไปบนพวงมาลัยสั่นระริก
“น้ำมนต์ ผู้หญิงชั่ว เธอกลับมาให้ฉันเห็นหน้าเองนะ แล้วอย่ามาหาว่าฉันเลวล่ะ”
เสียงทุ้มต่ำเหี้ยมเกรียมเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดเม้มแน่น ร่างกายใหญ่โตหอบสะท้าน พยายามอย่างยิ่งที่จะปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แต่ก็ไม่อาจทำได้ เมื่อภาพความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ได้รับจากผู้หญิงคนนั้นมันย้อนกลับเข้ามาในสมองอย่างชัดเจนเป็นฉาก ๆ ราวกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันนี้เท่านั้น
“น้ำมนต์ เย็นนี้ไปดูหนังที่คอนโดของพี่นะ”
ปุณณิธินักศึกษาชั้นปีที่สี่เดินเข้ามาหาคนรักสาวที่เรียนอยู่ชั้นปีที่สามถึงตึกคณะเพื่อชวนเธอไปกินข้าวเย็นและดูหนังที่คอนโดมิเนียมสุดหรูกลางเมืองของเขา ก่อนหน้านี้เขาพยายามชวนเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอกลับไม่ยอมใจอ่อนไปกับเขาเสียที ทั้งที่คบหากันในฐานะคนรักมาครบปีแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าเดือนคณะนิเทศศาสตร์อย่างเขา จะพบรักกับสาวคณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นที่ไม่ค่อยออกไปพบปะสังสรรค์กับใครเท่าไรนัก
การเจอกันของคนทั้งคู่ราวกับเป็นสิ่งที่พระเจ้ากำหนด เมื่อเขาขับรถเฉี่ยวเธอที่กำลังจะเดินข้ามถนน แล้วกามเทพก็แผลงศรรักใส่คนทั้งคู่ทันที หลังจากวันนั้น เขาก็ตามจีบเธอ ไม่นานก็ได้คบหากันเป็นแฟนเรื่อยมาจนถึงบัดนี้
“พี่ปุณณ์”
สาวน้อยที่อายุเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะมาหมาด ๆ เมื่อไม่กี่วันแก้มแดงปลั่ง แม้ว่าเขากับเธอจะคบหากันมาจนครบปีแล้ว แต่นอกจากกอดกับจูบ เธอก็ไม่เคยยอมให้เขาทำอะไรตามใจอย่างที่พวกผู้ชายชอบทำ และไม่เคยพาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่อันตรายอย่างห้องของเขาสองต่อสองแบบนี้
“เราคบกันมาหนึ่งปีแล้วนะครับ น้ำมนต์ยังไม่เชื่อใจพี่อีกเหรอ ว่าพี่รักน้ำมนต์แค่ไหน”
คนตัวโตใช้ไม้ตาย ดวงตาคมกริบที่อ่านไม่ออกคู่นั้นมองจ้องสบตากับเธออย่างไม่มีเลี่ยงหลบ ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำคร่อมจังหวะด้วยความประหม่า
“รู้ค่ะ แต่ว่า”
“พี่สัญญา ว่าพี่จะไม่ทำอะไร ถ้าน้ำมนต์ไม่ยอม โอเคไหม”
“แต่นี่ก็เย็นแล้วนะคะ ถ้ากลับบ้านดึก พ่อแม่จะว่าน้ำมนต์”
แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันศุกร์ แต่เด็กดีตั้งใจเรียนอย่างเธอไม่เคยเถลไถล ต่อให้จะไปไหนมาไหนกับเขาหรือเพื่อนในกลุ่มตอนเย็นจนกลับบ้านมืดค่ำ แค่เพียงโทรบอกพ่อกับแม่เอาไว้ ท่านก็ไม่เคยจะว่าอะไร
แต่ครั้งนี้ เธอกลัวใจตัวเอง ว่าจะไม่สามารถหักห้ามความต้องการตามธรรมชาติของชายหญิงได้ ด้วยเธอเองก็รักเขาจนหมดหัวใจ
