บทที่ 6 เราเลิกกันเถอะ
แต่ในเมื่อเขาบอกว่ามันมีจุดที่เขาไม่พอใจ เขาควรบอกเธอสิถึงจะถูก เธอจะได้แก้ให้เขาได้ตรงจุด
“ถ้าในสายตาของช่าง ฉันว่ามันโอเคแล้วค่ะ”
“ขี้เกียจล่ะสิ แค่จุดตำหนิยังมองไม่ออก แล้วมาเป็นช่างตัดชุดได้ยังไง ร้านพี่บีไม่ใช่ร้านตัดผ้ากระจอก ๆ นะ เด็กใจแตกที่หนีตามผู้ชายทั้งที่ยังเรียนไม่จบ เขารับเข้าทำงานก็แทนที่จะทำให้ดี ดันทำร้านเขาเสียหาย ลาออกไปดีกว่ามั้ง”
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อข่มอารมณ์ รู้ว่าเขาตั้งใจปั่นประสาท แต่ในฐานะลูกจ้าง เธอไม่มีสิทธิ์เสียมารยาทกับลูกค้าคนสำคัญที่มีสื่ออยู่ในมือแบบนี้
“ขอโทษค่ะ ฉันตอบตามที่ฉันมองเห็นและรู้สึก”
“แล้วที่มองเห็น ฉันทำให้เธอรู้สึกอย่างไรล่ะ”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาผ่านกระจกเงาด้วยความตกใจในคำพูดนั้น แต่แล้วยิ่งตกใจจนหัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่ออยู่ ๆ เขาก็หมุนตัวกลับมาหาเธอ และยืนด้วยท่วงท่าสุดเท่ให้เธอพิจารณาอีกครั้ง
“เอ่อ คือ ฉันรู้สึกว่าชุดนี้มันเป็นดีไซน์ที่ไม่เป็นทางการ ค่อนข้างแฟชั่น และแบบนี้กำลังนิยม การตัดเย็บพอดีตัวทำให้คุณดูเด็กลง สีของชุดขับผิวคุณให้สว่างและโดดเด่นยิ่งขึ้น แขนเสื้อ ขากางเกง หรือทุกส่วนของชุดก็กำลังดี ไม่ขัดตา ไม่ได้ยาวเกินไปค่ะ ฉันจึงคิดว่าแบบนี้ดีที่สุดและเข้ากับคุณที่สุดแล้ว”
เขาแค่นหัวเราะหยัน เธอเก่งมาก เรื่องนี้ต้องยอมรับ เขาเองก็คิดแบบที่เธอคิดนั่นแหละ แต่อย่านึกว่าเธอจะรอดพ้นเงื้อมมือเขาไปได้ อย่างไรก็จะไม่มีทางทำงานที่นี่ได้อย่างสงบสุขหรอก เขารับประกันเลย
“แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ ฉันว่าตรงเอวมันแน่นไปนิด ไม่เห็นหรือไงว่าฉันยัดเสื้อใส่เข้าไปในกางเกงไม่ได้”
เขาเปิดเสื้อสูทออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาพับชายเสื้อยกขึ้นเอาไว้อย่างลวก ๆ ราวกับว่าไม่สามารถยัดชายเสื้อเชิ้ตลงไปในขอบกางเกงได้ หรือว่าเขาจะอ้วนขึ้นจากตอนที่เธอวัดตัวให้คราวก่อน
“ขอดูหน่อยนะคะ”
เธอยกชายเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น แล้วขยับเอวกางเกงดู ก็พบว่ามันอยู่ในตำแหน่งกำลังดี แถมขอบเอวกางเกงยังคงขยับหมุนไปมาได้ แปลว่ามันไม่ได้คับไปจนยัดชายเสื้อไม่ได้อย่างที่เขาบอกแน่นอน
“มันไม่ได้คับนะคะ ฉันยังขยับมันได้อยู่เลย แล้วทำไมคุณถึงยัดชายเสื้อไม่ได้”
“ก็ยัดไม่ได้ ถ้าเธอบอกว่าได้ ก็ทำให้ดูสิ”
เธอตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็ต้องก้มหลบตาเขาเหมือนเดิม สุดท้ายก็ตัดสินใจจับชายเสื้อเชิ้ตสีขาวยัดลงไปในขอบกางเกง ซึ่งก็ทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยสักนิด
“นี่ไงคะ ก็ใส่ได้นี่”
“ข้างหลังล่ะ”
เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วสอดมือเข้าไปในเสื้อสูทตัวนอก เอื้อมมือไปด้านหลัง ค่อย ๆ ยัดชายเสื้อลงไปทีละนิด
การกระทำของเธอมันทำให้หน้าอกอวบใหญ่เกินตัวแทบจะแนบชิดกับร่างกายของเขา กลิ่นโลชั่นอ่อน ๆ และกลิ่นเนื้อตัวของเธอผสมผสานกันเป็นฟีโรโมนชั้นดี ทำเอาเขาลอบสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ กลิ่นนี้ที่เขาเคยซุกไซ้สูดดมไม่มีเบื่อ แม้มันจะผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเจอกลิ่นกายของผู้หญิงคนไหนที่หอมเย้ายวนถูกใจเขาที่สุดอย่างเธอ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
เธอถอยห่างมาจากเขาทันที ซึ่งเขาเองก็กระแอมแก้เก้อเพราะเผลอไผลสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ นั่นจนสุดปอด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเขาทำแบบนั้น
“อืม ก็โอเค แต่ไม่ค่อยถูกใจสี เดี๋ยวตัดใหม่อีกชุดนึงแล้วกัน มาวัดตัวสิ”
สุดท้ายเธอก็ต้องวัดตัวให้เขาใหม่ตามที่ลูกค้าวีไอพีอย่างเขาต้องการ แถมยังต้องมานั่งรอเขาเลือกผ้าและแบบสำหรับตัดสูทชุดใหม่อีกต่างหาก
คนกวนประสาทเปลี่ยนใจไปมาจนสมุดบันทึกของเธอถูกขีดฆ่าจนเละเทะดูไม่ได้ ต้องเสียเวลาจดทุกอย่างลงไปใหม่อีกครั้งเมื่อเขาตัดสินใจได้
“เดือนหน้านะคะ เดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกวันที่อีกทีค่ะ”
“ทำไมบอกตอนนี้ไม่ได้ หรือว่าอยากจะโทรหาฉัน อ้อ ฉันยังไม่ได้ให้เบอร์โทรไว้สินะ อยากได้นักก็เอาไปสิ”
เขาส่งนามบัตรให้ แต่เธอกลับมองหน้าเขาด้วยแววตาว่างเปล่า ไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี ด้วยรู้ว่าที่เขาทำทั้งหมดในวันนี้ก็แค่เพื่อตั้งใจกวนประสาทเธอเป็นการแก้แค้นเท่านั้น
จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็เรื่องเมื่อสิบปีที่ผ่านมา เธอมันเป็นคนผิดจริง ๆ แต่คนอย่างเธอมันไม่ได้มีทางเลือกมากมายนักในชีวิตเสียหน่อย ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้..หรือตอนนั้น
เสียงห้ามล้อดังสนั่นท่ามกลางหยาดฝนโปรยปรายในช่วงที่พายุลูกใหญ่พัดเข้าไทย รถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบจอดกึกอยู่กับที่ในซอยเล็ก ๆ ใกล้กับคอนโดมิเนียมของเขา
“น้ำมนต์ เมื่อกี้ว่าไงนะ พี่ฟังไม่ชัด”
เขาพยายามห้ามปลายเสียงไม่ให้สั่น แต่ก็ทำได้ยากยิ่ง เมื่อสิ่งที่เธอพูดออกมาในคราแรกนั้น เขาได้ยินมันอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
“น้ำมนต์ขอโทษ เรา..เราเลิกกันเถอะค่ะ”
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ต้องพยายามห้ามปลายเสียงไม่ให้สั่น แต่คนตัวบางซึ่งนั่งกุมมือทั้งสองข้างแน่น พยายามอย่างยิ่งยวดไม่ให้แสดงอาการอะไรออกมา แม้ปลายเล็บจะจิกลงไปบนหลังมืออย่างแรงจนขึ้นรอย แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น มันกลับไม่เท่าที่หัวใจของเธอรู้สึก
“ทำไม..”
“น้ำมนต์จะแต่งงานค่ะ น้ำมนต์กับเขาแอบคบกันมาพักใหญ่แล้ว เขาเป็นเจ้าของโรงแรมทางใต้ พ่อแม่ก็เห็นด้วย พี่ปุณณ์ปล่อยน้ำมนต์ไปเถอะนะคะ น้ำมนต์ขอร้อง”
