บทที่ 9 แค่เด็กเลี้ยง 5 เอาไม่ลง

เรียนเสร็จแล้วฉันก็รีบมาที่ร้านกาแฟที่เคยทำอยู่ เปลี่ยนชุดแล้วฉันเข้าประจำตำแหน่ง คุณธีร์เขาส่งข้อความมาว่าช่วงนี้ติดธุระไม่ได้เข้ามาให้ฉันดูแลตัวเอง

ฉันก็เลยถือโอกาสมาทำงานซะเลย

“มาแล้วเหรอบัว”

“ค่ะพี่หว่าหวา”

“พี่นึกว่าบัวจะไม่มาซะแล้ว”

“ขอโทษนะคะ บัวเคลียร์เรื่องทางบ้านค่ะ ตอนนี้เหมือนจะเรียบร้อยแล้ว”

“มีอะไรก็บอกพี่นะ พี่ยินดีช่วย”

“ขอบคุณค่ะพี่”

เจ้าของร้านนี้ชื่อหว่าหวา เป็นรุ่นพี่ที่จบไปสามปีแล้ว เราเคยรู้จักกันจากการเป็นสายรหัส พี่เขาเห็นว่าฉันหางานก็เลยรับฉันเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ เธอท่าทางดูแรง แต่ที่จริงเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ

“เออนี่ แซนวิชที่บัวเคยทำมาน่ะลูกค้าชอบมาก เขาติดใจถามพี่ว่าไม่ขายแล้วเหรอ บัวอยากทำมาขายที่ร้านไหม พี่ไม่คิดเงิน”

“ได้เหรอคะ”

“ได้สิ ลูกค้าชอบขนาดนี้ต้องมีมาขายนะ”

“ได้ค่ะ บัวจะทำมาส่งนะคะ”

“จ้า”

“ขอบคุณนะคะพี่”

“ขอบคุณอะไร พี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

“ช่วยสิคะ ถ้าพี่ไม่ช่วยบัวจะได้ทำงานนี้ได้ยังไง”

“เอาน่า ช่วย ๆ กัน แล้วรวินท์เป็นยังไงบ้าง”

“เรื่อย ๆ ค่ะ”

“สู้นะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น”

“ค่ะ”

พี่หว่าหวาเธอรู้เรื่องฝาแฝดของฉัน รู้เรื่องราวในชีวิตของฉันค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด และเธอก็ไม่ได้รู้ว่าฉันตัดสินใจขายตัวเพื่อแลกเงิน

ศักดิ์ศรีน่ะสำคัญ ใคร ๆ ก็อยากมี แต่ศักดิ์ศรีกับชีวิตของรวินท์เมื่อเทียบกันแล้วฉันพร้อมที่จะทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อพี่ชายของฉัน...

กลับจากร้านกาแฟฉันก็ตรงไปซื้อของมาเตรียมทำแซนวิชส่งพี่หว่าหวาตอนเช้า พี่เขาบอกว่าตอนเช้าจะขายดีเพราะคนซื้อติดมือไปกินรองท้อง

ก็เรียกได้ว่าซื้อของมาแอบทำระหว่างที่คุณธีร์ไม่มาหาก็แล้วกัน คือมันมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่โรงอาหารของคณะวิศวะ ก็คือเอลลี่ที่กำลังจะกลับได้เข้าไปทักทายอาจารย์เซรีนที่เป็นเพื่อนกับพี่ชายของเอลลี่ จากนั้นก็เลยเกิดการทักทายกันขึ้น

เป้าหมายของเอลลี่ก็เพื่ออยากทักทายอาจารย์ธีร์ทัศ

การเผชิญหน้าในเวลาที่อยู่ข้างนอกทำให้ฉันรู้สึกกลัว กลัวที่จะถูกจับได้ ก็เลยทำได้เพียงยืนนิ่งเงียบ

แล้วต่อจากนั้นคุณธีร์ก็ส่งข้อความมาว่า ‘ช่วงนี้ไม่ได้เข้าไปนะ’

ตอนแรกก็เฟล ๆ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกดีมากเพราะฉันสามารถแอบทำแซนวิชส่งพี่หว่าหวาได้ แล้วก็รับทำข้าวกล่องส่งให้แฟนของพี่หว่าหวาด้วย พี่โจเขาเปิดบริษัท เห็นว่าฉันทำข้าวกล่องขายเขาก็เลยให้ลูกน้องของเขาช่วยอุดหนุน คราวนี้มันก็ถูกปากพวกเขาก็เลยสั่งบ่อย ๆ กระทั่งฉันหยุดทำเพราะรวินท์ป่วย

แต่ว่าวันนี้พี่หว่าหวาบอกว่า  ‘เดี๋ยวทำแล้วเอามาส่งให้พี่ที่ร้าน พี่ให้พี่โจเอาไปส่ง ออเดอร์หนูก็รับทางเพจก็ได้’

ก็เลยเป็นที่มาที่ฉันจะทำอาหารและแซนวิช ต้องขอบคุณพี่หว่าหวาจริง ๆ ที่พยายามหาทางช่วยฉันหาเงิน

เมนูอาหารที่เปิดรับมีข้าวผัดกุ้งหมึก ข้าวกะเพราหมูหมึกกุ้ง ราดหน้าทะเล เป็นสามเมนูที่ฉันรันในอาทิตย์นี้ อาทิตย์หน้าก็จะเปลี่ยนเมนูอีกที ส่วนแซนวิชก็หมูหยองแฮมน้ำสลัด แฮมปูอัดไส้กรอก

ซื้อเครื่องมาครบก็จัดเตรียมวัตถุดิบจนเรียบร้อย จากนั้นก็เข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม จะได้ตื่นขึ้นมาทำตั้งแต่ตี 3 เสร็จเร็วก็จะได้เอาไปส่งพร้อมกับไปเรียน...

ฉันทำแบบนั้นอยู่สองอาทิตย์ เป็นช่วงเวลาที่คุณธีร์ไม่ได้มาหา เป็นเวลาที่ดีมากเพราะฉันมีเวลาหาเงินเข้ากระเป๋า รายได้ไหลเข้ารัว ๆ แม้ว่าเป็นเงินไม่มาก แต่เมื่อเก็บไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะเยอะเอง มีเงินเข้าทุกวันดีกว่าไม่มีเงินเข้าใช่ไหมล่ะ หาไปเรื่อย ๆ และประหยัดใช้บางทีก็อาจจะมีเงินคืนคุณธีร์บ้างเพราะว่าฉันเอาของเขามามากจริง ๆ

วันนี้เป็นวันหยุดไม่มีเมนูอาหาร แต่ว่ามีแซนวิชที่ต้องส่ง ฉันตื่นขึ้นมาทำตอนตี 4 นั่งทำแล้วก็ดูทีวีไปพลาง ๆ ในตอนนั้นเองที่เสียงแตะคีย์การ์ดดังขึ้นแล้วร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาในห้อง เขาหันมามองฉันด้วยสีหน้างุนงง ส่วนฉันลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป