บทที่ 4 ท้าทาย
Chapter 4 ท้าทาย
กรุงเทพฯยามค่ำคืนดูวุ่นวายจากกลุ่มคนที่ทยอยกันกลับบ้าน รถบนท้องถนนค่อนข้างแน่น เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย
ในรถหรูสีดำเงาวับที่แล่นไปบนท้องถนนปะปนกับรถหลากหลายรุ่น ภาณุภัทรมีสมาธิอยู่กับการประชุมออนไลน์ผ่านแล็ปท็อป งานของเขาไม่มีเวลาเข้าออกที่ตายตัว สามารถทำงานได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเขาจะอยู่ส่วนไหนของโลกก็ตาม
เหมือนจะสบาย แต่ก็ไม่ เหมือนจะง่าย ก็ไม่ง่าย การก้าวมายืนอยู่จุดสูงสุด มีคนอยู่ใต้อาณัติมากมาย มันคือความท้าทายคนวัยหนุ่มเช่นเขา
ต้องทำอย่างไรที่จะคุมคนเหล่านั้นให้เชื่อง ไม่มีใครคิดจะโค่นบัลลังค์ที่เขาครอบครอง ยืนหยัดมาได้ตลอดสิบกว่าปี
เอี๊ยด! ปรี๊น ๆ
โครม!
เสียงที่มาพร้อมกัน พร้อมสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่บริเวณท้ายรถ ภาณุภัทรเงยหน้าสบตากับคนขับผ่านกระจกส่องหลัง เก็บซ่อนอารมณ์คุกรุ่นไว้ภายใต้สีหน้าสุขุม เขารู้แล้วว่ามีอุบัติเหตุ เพียงแต่มันเกิดได้อย่างไร
คนขับต้องมีคำตอบ
"มีรถตัดหน้าเราครับ ผมเลยเบรกกะทันหัน"
อินทัชที่นั่งคู่มากับคนขับหันมามองหน้าเจ้านายหนุ่ม
"โชคดีที่เบรกทันนะครับ ไม่งั้นโดนทั้งหน้าทั้งหลัง"
"คุณลงไปเคลียร์ รีบเคลียร์รีบจบ อย่าให้ผมต้องเสียเวลา"
"ครับ"
อินทัชรับคำแล้วรีบลงจากรถ ชายหนุ่มเดินไปท้ายรถ มอเตอร์ไซด์แต่งเต็มแม็กซ์พร้อมแว้นซ์นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
เขาถอนหายใจเครียด รถเจ้านายไฟท้ายแตกกระจาย ตัวถังบุบ สีถลอก ค่าซ่อมน่าจะเกินสามแสน แววตาเข้มมองคู่กรณีที่เป็นเด็กวัยรุ่น ประเมินดูแล้วไม่น่าจะมีปัญญาจ่ายค่าซ่อมแน่นอน
เขาเดินเข้าไปมองสำรวจบนร่างกายเด็กหนุ่มคนนั้น ดูภายนอกแล้วไม่น่าจะบาดเจ็บมาก แต่ภายในนั้นก็คงต้องไปตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที
"เป็นไงบ้าง บาดเจ็บตรงไหนมั้ย"
อเล็กซ์มองคนตรงหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า ร่างสูงใหญ่นั้นดูดีและภูมิฐาน ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าของรถหรือไม่
"พี่เป็นเจ้าของรถเหรอครับ"
"ถ้าไม่บาดเจ็บก็แล้วไป ฉันจะไม่เอาเรื่องนายที่ขับรถมาชนท้าย ต่างฝ่ายต่างไปละกัน อย่าให้เรื่องถึงตำรวจ มันจะยาว"
อินทัชไม่ตอบคำถาม เขารีบปิดจ็อบเพราะเจ้านายต้องรีบไปงานเลี้ยง หากแต่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่จบง่าย ๆ
"พี่เล่นเบรกกะทันหันแบบนี้ ผมเบรกไม่ทันหรอกนะครับ แล้วอีกอย่างผมก็อาจต้องไปเช็คร่างกายที่โรงบาล จะช้ำในหรือเปล่าก็ไม่รู้"
แววตาเข้มหรี่มองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างรู้ทัน เขาเจอมาเยอะลูกไม้แนว ๆ นี้
"สรุปต้องการเรียกค่าเสียหายว่างั้น ทั้งที่ขับมาชนท้ายเขาเอง"
"ถ้าเอาจริง ๆ ผมไม่ได้ผิดอะไร เพราะพี่เล่นเบรกแบบนี้ ไม่คิดจะช่วยค่าซ่อมรถผมหน่อยเลยเหรอ"
อเล็กซ์โบ้ยหน้าไปทางมอเตอร์ไซด์ของตน
"รถผมก็พังเห็นมั้ยพี่"
อินทัชยกยิ้มให้กับคนที่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ทั้งที่ให้โอกาสแล้วแท้ ๆ เพราะทางเขาจะนำรถไปเคลียร์กับประกันเอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมคว้าเอาไว้
"โอเค ไม่จบ ขอคุยกับเจ้านายพี่แป๊บนะ"
เขาเดินไปเปิดประตูด้านหลัง ชะโงกหน้าเข้าหาคนที่นั่งไขว่ห้างรออยู่ในรถด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"คู่กรณีไม่ยอมจบครับ ต้องการเรียกค่าเสียหายจากเรา"
"ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายชนเราน่ะเหรอ"
"ครับ บอกต้องการค่ารักษาตัวกับค่าซ่อมรถ"
"อืม...งั้นโทรตามประกันมาเคลียร์"
ภาณุภัทรกระตุกยิ้ม เปิดประตูรถที่อยู่อีกฝั่ง เขาไม่อยากขึ้นโรงพักเพราะจะเสียเวลา แต่คนที่ทำให้เขาเสียเวลาซ้ำยังรู้มาก คงต้องโดนสั่งสอนเสียบ้าง
อเล็กซ์มองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในสูทเรียบหรูที่เดินลงมาทีหลัง เขามองค้างให้กับใบหน้าอันหล่อเหลาทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจแสนสะกด แววตาคมกริบที่เขาไม่กล้าสบตาด้วย อีกฝ่ายเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ต้องการเท่าไหร่"
เสียงฟังดูทุ้มนุ่ม ก็ไม่ได้จะน่ากลัวอะไร เด็กหนุ่มคิด
"อะ...เอ่อ...รถผมต้องซ่อมครับ น่าจะหลักหมื่น"
"เอาเช็คมา"
ภาณุภัทรหันไปสั่งอินทัช อีกฝ่ายเดินกลับไปในรถ ก่อนจะหยิบสมุดเช็คมาส่งให้เจ้านาย ภาณุภัทรเขียนตัวเลขลงไป แล้วฉีกส่งให้เด็กหนุ่มตรงหน้า
"ฉันไม่มีเงินสด เอาเช็คนี่ไปขึ้นเงิน"
อเล็กซ์รับมาถือเอาไว้ เขาดูตัวเลขที่อีกฝ่ายระบุมา...สองหมื่น...อืม...ก็สมน้ำสมเนื้อดี เด็กหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ
"ผมไปได้เลยใช้มั้ยพี่ เพราะเราเคลียร์กันจบแล้ว"
ภาณุภัทรคลี่ยิ้ม แววตาเข้มมองหน้าเด็กหนุ่ม ความเด็ดขาดฉายออกมาจากแววตาคู่คม
"ยัง นายต้องอยู่รอประกันก่อน เราจะไปจบเรื่องนี้กันที่โรงพัก"
