บทที่ 6 ทางตัน
Chapter 5 ทางตัน
ฤดูฝนมาเยือน ฝนเริ่มตกชุก ท้องฟ้าเหนือเมืองใหญ่ร้องคำราม ฟาดแสงสีทองเป็นเส้นแลดูน่ากลัว ยามดึกสงัด อลินดานั่งอยู่บนเตียงนอน ตรงหน้าคือเงินปึกหนึ่งที่เก็บรวมรวมไว้
เธอหยิบมานับทีละใบ มีทั้งแบงค์ม่วง แบงค์แดง แบงค์เทามีไม่มาก กวาดเศษเหรียญมาได้อีกจำนวนหนึ่ง มันคือที่เงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรง ตั้งใจเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวการศึกษา
"ยังไม่ถึงสองหมื่นเลย"
หญิงสาวถอนหายใจ มองเงินตรงหน้าแล้วเศร้า ความเครียดยิ่งถาโถม เวลาก็ใกล้เข้ามาทุกที หากอยากรักษาบ้านไว้ก็ต้องนำเงินก้อนไปจ่ายเจ้าหนี้ เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง
เมื่อถึงเลขศูนย์เมื่อไหร่ หล่อนก็ตายเมื่อนั้น
อีกทั้งเรื่องที่น้องชายก่อเอาไว้ รวม ๆ กันแล้วเป็นหนี้เกือบล้าน ต่อให้เรียนจบมีทำงานทำ เธอก็ยังไม่รู้เลยว่า จะหาเงินล้านแรกจากการเป็นลูกจ้างได้ตอนไหน เงินมันมากเกินไปสำหรับคนต้นทุนชีวิตไม่สูงเช่นเธอ
เธอไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ที่ผ่านมาก็พยายามทำตัวเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา สู้เพื่ออนาคตที่ดี แต่ครั้งนี้มันหนักเกินไป หนักเกินที่สองมือเล็ก ๆ จะแบกรับเอาไว้ได้
"สงสัยเธอคงต้องปล่อยแล้วแหละ ลินเอ๊ย"
คนที่กำลังสับสนมืดมนหนทางเปิดม่านมองออกไปด้านนอก ท้องฟ้าถูกเมฆฝนครอบงำ ไร้ดาวที่พร่างพราย จันทร์อับแสง ไม่ต่างอะไรกับชีวิตของเธอในตอนนี้เลย
เมื่อกำลังจะจมน้ำ ลมหายใจใกล้มอดดับ จิตสำนึกสุดท้ายก็ร้องเตือน ต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนผืนน้ำที่เชี่ยวกรากจะพรากลมหายใจเธอไปจากร่าง
เหมือนจะเห็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่แสนริบหรี่ เมื่อใบหน้าของเพื่อนแวบเข้ามาในช่วงเวลาที่ต้องการใครสักคน
"แจง..."
"ขายบริการให้คนรวย งานสบาย รายได้ดี"
คำพูดของเพื่อนมีค่าก็เมื่อวันที่ชีวิตเดินมาถึงทางตัน หาทางออกไม่ได้ หันหาใครไม่เจอ
แจง...เมนิลา...เพื่อนของเธอส่งตัวเองเรียนด้วยอาชีพขายบริการ ไม่เคยพึ่งพาเงินทางบ้านสักบาท ซ้ำยังมีเงินกินเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ปากกัดตีนถีบเช่นเธอ
เมนิลาเป็นคนสวยชนิดที่เป็นดาราก็ยังได้ อีกฝ่ายใช้เรือนร่างและความสวยให้เป็นประโยชน์ เมื่อความจนบีบบังคับให้ทำ เพื่อนของเธอเลยเดินเส้นทางสายนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง
ส่วนเธอ...ก็ไม่ใช่ย่อย สวยเทียบเคียงเมนิลา มีผู้ชายมาขายขนมจีบไม่ซ้ำหน้า ถ้าเพื่อนทำอาชีพนี้ได้ เธอก็ต้องทำได้
'หรือเรา...จะไปทำแบบแจงบ้าง'
นั่นคือความคิดของคนที่กำลังเข้าตาจน หล่อนไม่อยากเสียบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่มี ไม่อยากเห็นพ่อแม่และน้องต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ ระหกระเหินไปหาบ้านเช่า ซึ่งก็ต้องมีรายจ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้นอีก
ถึงแม้...ปัญหานี้พ่อของเธอจะก่อมันขึ้นมาก็เถอะ แต่ทำไงได้ เกิดมาเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้ว หากพอมีทางออกที่จะได้เงินมารักษาบ้านเอาไว้ หล่อนจะไม่ลองเดินไปทางนั้นเชียวหรือ
ชีวิตคนจนมันก็บัดซบแบบนี้แหละ หล่อนหัวเราะเยาะให้กับโชคชะตาของตัวเอง
หญิงสาวทิ้งกายลงนอนหนุนหมอน แววตาว่างเปล่าเหม่อมองเพดาน คิดซ้ำไปซ้ำมาในหัว ท่ามกลางฝนที่โหมกระหน่ำราวพายุคลั่ง ฟ้าแลบแปลบปลาบจนน่ากลัว
......
บริเวณหน้าคอนโดที่ค่าเช่าหลักหมื่น สองสาวในชุดนักศึกษาพากันหิ้วของกินกันเต็มไม้เต็มมือ ทั้งคู่ขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นเก้า ซึ่งเมนิลาเช่าห้องอยู่ที่นี่
อลินดาเป็นฝ่ายชวนเพื่อนหาซื้ออาหารเย็นมากินด้วยกันที่ห้อง เมนิลาแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติอลินดาไม่เคยไปไหนหลังเลิกเรียน เพราะทำแต่งาน
ในห้องที่การตกแต่งเรียบหรู อลินดาช่วยเพื่อนเทอาหารใส่จาน ก่อนจะทยอยนำไปวางที่โต๊ะหน้าทีวี สองสาวพากันนั่งบนพื้น ในอิริยาบถสบาย ๆ ผ่อนคลายเพราะความกันเอง
เมนิลาหยิบโซจูรสองุ่นออกมาจากตู้เย็น มีแก้วใบเล็ก ๆ ติดมือมาด้วย ต้องการละเลียดโซจูทีละน้อยเหมือนนางเอกในซีรีส์เกาหลี
ทีวีเจ็ดสิบสองนิ้วเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อน แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องราวในนั้นสักเท่าไหร่
"แกนึกยังไงถึงชวนฉันกินส้มตำ ปกติเห็นงกหาแต่เงิน ฉันชวนไปไหนก็ไม่เคยไป"
อลินดานั่งเงียบ ไม่รู้จะเริ่มต้นเปิดปากถามเพื่อนอย่างไรดี
หากแต่สีหน้าและแววตาของคนตรงหน้า ก็ทำให้เมนิลารู้สึกแปลก ๆ มันดูไม่ปกติ
"ลิน...แกเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าแกดูเหม่อ ๆ มาทั้งวันแล้ว"
"แจง..."
อลินดากดความอ่อนแอเอาไว้ไม่ได้ เธอปล่อยน้ำตารินไหลต่อหน้าเพื่อน ซึ่งปกติไม่เคยทำ
"เฮ้ย! ลิน แกร้องไห้ทำไม ฉันตกใจนะ"
เมนิลาขยับเข้าไปใกล้เพื่อน ดึงกระดาษทิชชูให้อีกฝ่ายรับไปซับน้ำตา
"แจง ฉันมีเรื่องทุกข์ใจมาก ๆ เลยตอนนี้ ฉันไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร นอกจากแก"
