บทที่ 7 ทางตัน (2)

เมนิลานิ่งเงียบ รู้ในนิสัยของเพื่อนดี เพื่อนของเธอเป็นคนเข้มแข็ง ไม่เคยรบกวนใครง่าย ๆ คราวนี้ท่าจะหนักจริง เธอไม่เคยเห็นหยาดน้ำตาของอลินดามานานมากแล้ว

"ลิน แกมีเรื่องอะไร ฉันจะช่วยอะไรแกได้ไหม"

อลินดาเช็ดน้ำตา สูดลมหายใจให้ลึก มองหน้าเพื่อน ตัดสินใจเอ่ย

"แจง ฉันอยากทำงานแบบแก"

"เฮ้ย! ลิน เอาจริงดิ"

"ฉันพูดจริง ฉันอยากขายตัว ฉันร้อนเงินจริง ๆ"

เมนิลานิ่งเงียบ ถอนหายใจ มองไปทางอื่น

"แกไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหม ถึงอยากขายตัว"

"อืม...ฉันไม่มีญาติพี่น้อง ไม่รู้จะไปหยิบยืมใคร เงินเป็นแสน ๆ ภายในเวลาไม่กี่วัน"

"แล้วแกจะเอาเงินไปทำอะไร"

"พ่อฉันติดการพนันอย่างหนัก เอาบ้านไปจำนอง แล้วขาดส่งจนตอนนี้เขาจะมายึดบ้านอยู่แล้ว"

"จริงดิลิน ถึงขั้นยึดบ้านเลยเหรอ"

"ใช่ ค้างอยู่ห้าแสน แกคิดดูดิ ฉันจะไปหาจากไหนกันล่ะ"

"แล้วพ่อแม่แกเขาว่าไง ไม่รับผิดชอบอะไรเลยเหรอ ปล่อยให้ลูกต้องมาหาเงินงก ๆ"

"เขาจะปล่อยให้ยึด ฉันเครียดมาก สงสารบ้าน เสียดายบ้าน มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เรามีอยู่"

"ทำไมพ่อแกทำแบบนั้นวะ ไม่นึกถึงลูกเมียเลยว่าจะไปอยู่ที่ไหน"

เมนิลามองใบหน้าที่เศร้าหมอง สงสารเพื่อนที่กำลังจะไร้ที่อยู่ แล้วพ่อแม่ก็ดันปล่อยเบลอ

"แล้วไอ้เล็กก็ดันไปก่อเรื่อง มันขับไปชนท้ายรถเบ้นซ์ ประกันเรียกค่าซ่อมมาเกือบสี่แสน แกก็รู้ น้องฉันจะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินมาใช้เขา ต่อให้ผ่อนก็เถอะ ทุกวันนี้แทบจะกินยังไม่มี"

"เฮ้อ...ทำไมแกซวยอย่างนี้วะลิน มีแต่เรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ"

"ต่อให้ไม่ได้ก่อ ฉันก็ทนมองบ้านถูกยึดไปไม่ได้หรอก และทางนี้มันก็เป็นทางเดียวที่ฉันจะหาเงินก้อนได้ในเวลาอันรวดเร็วทันใช้หนี้"

เมนิลาถอนหายใจเครียด

"จริง ๆ ฉันไม่อยากให้แกเข้ามาสู่วังวนนี้เลย ถ้ามีทางเลือกอื่นน่ะนะ วงการนี้เข้าแล้วออกยาก ฉันบอกเอาไว้เลย"

อลินดานิ่งกับคำพูดเพื่อน ทำไมจะเข้าแล้วออกยาก หล่อนตั้งใจจะทำครั้งเดียว ใช้หนี้หมดแล้วจะไม่ย้อนไปในวังวนนี้อีก

"ก็เพราะฉันไม่มีทางเลือกไง ฉันจึงตัดสินใจจะให้แกช่วย"

"แกจะไม่เสียใจภายหลังใช่ไหม ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฉุดเพื่อนให้มาเดินเส้นทางนี้"

แววตาจังจริงสบตากับเพื่อน คิดแค่ว่าครั้งเดียวเท่านั้น แล้วมันจะผ่านไป

"ไม่...ไม่เสียใจ ฉันเลือกแล้ว ฉันเป็นคนเลือกเส้นทางเดินของตัวเอง แกไม่เกี่ยว ไม่มีใครบังคับให้ฉันทำ"

เมนิลานิ่งเงียบ แววตาคู่สวยไล่มองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ลิน...ฉันถามแกตรง ๆ นะ แกยังซิงใช่มั้ย"

คนถูกถามหน้าแดง หลุบตาหนีสายตาเพื่อน

"หยะ ยังซิงน่ะสิ ฉันไม่เคยมีแฟนแกก็รู้"

"นั่นสินะ ฉันก็ถามไปได้"

เมนิลาหัวเราะออกมาเบา ๆ ขณะสายตาก็พิจารณามองเพื่อน อลินดาเป็นคนสวย หุ่นสวยมีสัดส่วนชัดเจน อกเป็นอก เอวเป็นเอว ซ้ำยังผิวสวย เธอคิดว่าถ้าเอาไปลงในกลุ่มที่ประมูลสาวพรหมจรรย์ ค่าตัวเพื่อนคงได้หลายแสนแน่นอน น่าจะพอช่วยปลดหนี้บ้านได้

"แล้วแกถามทำไมเหรอ ซิงไม่ซิงมันเกี่ยวยังไง"

"แกแน่ใจใช่มั้ยว่าจะทำแน่ ฉันจะได้หางานให้แก"

"อืม...ฉันนอนคิดมาทั้งคืนแล้ว

"มันจะมีอยู่กลุ่มหนึ่ง ผู้ชายกลุ่มนี้มีรสนิยมชอบเปิดซิงผู้หญิงพรหมจรรย์ มีการประมูลแข่งกันด้วย ถ้าแกโชคดีไปเจอคนสายเปย์ แกอาจได้ค่าตัวหลายแสนเลยนะเพื่อน"

อลินดาคลี่ยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าในสายตาเมนิลา

"หลายแสนเนี่ย แค่คืนเดียวใช่มั้ย"

"ใช่...แค่คืนเดียว..."

"อืม...ฉันทำได้...ฉันจะฝืนใจทำเพื่อเงิน...แค่...คืนเดียวเท่านั้น"

"แต่...แกอย่าเพิ่งดีใจ คืนเดียวก็จริง แต่ฉันบอกแกไม่ได้หรอกนะ ว่าแกจะไปเจอคนแบบไหน พวกรสนิยมแปลก ๆ หรือคืนเดียวแต่หลายครั้ง"

เมนิลาไม่อยากพูดให้เพื่อนถอดใจ แต่มันคือความจริงที่ต้องเตรียมใจเอาไว้

"ฉันอยากให้แกทำใจเผื่อไว้ เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนรวยที่ใช้เงินซื้อความสุข เขาซื้อแกไปแล้ว ฉะนั้นเขาจะทำอย่างไรกับแกก็ได้ เมื่อแกก้าวขาเข้าไปแล้ว จะไม่มีวันได้ออกมาง่าย ๆ หรอกนะ"

"แจง...ฉันไม่อยากคิดเลยว่าแกเจออะไรมาบ้าง"

เมนิลากระตุกยิ้ม อลินดามองดูคล้ายหยันให้กับตัวเอง

"เขาจะมองเห็นเราเป็นสินค้าชนิดหนึ่ง คือของเล่นที่ไร้ค่า เหมือนทาส เอาเงินฟาดหัวเราแล้ว เขาจะทำอย่างไรกับร่างกายเราก็ได้ ก็อย่างว่าแหละนะ เราขายเรือนร่างแลกเงิน หาผู้ชายที่รักจริงแทบไม่มี"

"แค่ครั้งเดียวของฉัน ฉันคงไม่ซวยไปเจอพวกวิปริต พวกซาดิสห์ใช่ไหม แกพูดซะฉันกลัว"

"ฉันตอบแกไม่ได้ มันคือโลกในมุมมืดที่คนนอกไม่มีวันได้สัมผัส ฉันถึงอยากให้แกคิดให้ดี ๆ"

"ชีวิตคนอย่างฉัน มีทางเลือกกับเขาด้วยเหรอ ไหน ๆ ก็บัดซบซะขนาดนี้ ก็ให้มันสุด ๆ ไปเลยก็แล้วกัน"

"ใช่ ชีวิตคนต้นทุนน้อยอย่างเรา ไม่มีทางเลือกมากนัก แต่...ฉันยอมรับ ฉันไม่ขยันเหมือนแก ฉันมันรักสบายมากเกินไป ก็เลยเลือกที่จะเดินเส้นทางสายนี้ เส้นทางที่ถูกมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม"

"....."

"แต่ฉันก็ไม่สนใจหรอก เพราะฉันไม่ได้ขอใครกิน แค่ฉันมีเงินส่งตัวเองเรียนจนจบก็พอ ฉันอาจเลิกเมื่อเก็บเงินได้สักก้อน มีงานทำที่มั่นคง ยังหวังอยู่ลึก ๆ ว่าจะเจอรักแท้กับเขาในสักวัน"

สองสาวมองหน้ากัน สบตากันอย่างเข้าใจหัวอก รอยยิ้มบาง ๆ ที่แลกเปลี่ยนกันคือกำลังใจ โลกใบนี้มันโหดร้าย คนที่แข็งแกร่งพอถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้ทางเดินจะเต็มไปด้วยขวากหนามก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป