บทที่ 1 ยัยตัวแสบ
คฤหาสน์เพียงดาวภายในห้องนอนหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยไอรักและไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชน เสียงครางทุ้มต่ำอย่างสุขสมดังแว่วออกมาจากลำคอแกร่งของผู้บรรเลงเพลงรัก สอดประสานไปกับเสียงครางหวานหูของหญิงสาวที่ทอดกายอยู่ใต้ร่าง
ใบหน้านวลเนียนสไตล์ลูกครึ่งหลับตาพริ้ม ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วเรือนกาย หยาดเหงื่อผุดพรายตามผิวเนื้อที่เสียดสีกันอย่างเร่าร้อน จวบจนกระทั่งพายุอารมณ์ของทั้งคู่เดินทางมาเกือบถึงฝั่งฝัน แต่ทันใดนั้น..
“กรี๊ดดดดดดดดด!!” เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังแหวกอากาศขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายห้วงอารมณ์หวามไหวจนแตกกระเจิง ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ก่อนจะหันขวับไปมองยังต้นตอของเสียงนั้น
“ไหม!!!!!!!” ภัคพงศ์เบิกตากว้าง ตะโกนเรียกชื่อน้องสาวเสียงหลง
“ลีน่า!” ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ เปล่งเสียงเรียกคู่ขาพร้อมกับรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวเอาไว้ทันที จากนั้นเขาก็ลุกลี้ลุกลนดึงกางเกงที่กองอยู่ปลายเท้าขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผู้บุกรุกจะทันได้ต่อว่าหรือเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
ห้องนอนของภัคพงศ์ ห้องที่ผู้เป็นน้องสาวเดินเข้าออกเป็นประจำราวกับเป็นห้องของตัวเอง ปรานไหมไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะต้องเปิดเข้ามาเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ ภาพเปลือยเปล่าของชายหญิงที่กำลังเริงรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง ถึงแม้จะมีเพียงแค่แสงไฟสลัวๆ ภายในห้องแต่มันก็ไม่อาจปิดบังสายตาของเธอให้เห็นภาพนั้นได้ มันชัดเจนและรุนแรงต่อความรู้สึกของเธอเหลือเกิน
จังหวะที่ภัคพงศ์รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังเรือนร่างของคู่ขา ในสายตาของปรานไหม มันกลับกลายเป็นการกระทำที่ดูปกป้องและหวงแหนผู้หญิงคนนั้นอย่างออกนอกหน้า วินาทีนั้นสมองของเธอคิดอะไรไม่ออกมีเพียงความโกรธเกรี้ยวและไฟริษยาที่พุ่งทะยานเข้าครอบงำจิตใจ
ปรานไหมจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความโกรธปะทุขึ้นผสมปนเปไปกับความเสียใจและผิดหวังอย่างรุนแรง หญิงสาวหมุนตัวหันหลังกลับ วิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว เธอกำลังเข้าไปเตรียมหาอาวุธบางอย่างเพื่อมาระบายโทสะ
เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที ปรานไหมก็เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องนอนของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในมือเรียวเล็กประคองกระบะทรายแมวใบใหญ่เอาไว้แน่น เธอพุ่งตรงดิ่งกลับไปยังห้องของพี่ชายอีกครั้งด้วยแววตาเคียดแค้น
“กรี๊ดดดดดดด!!... อร๊ายยย!!! ภัคคะ”
เฮ้ย!.....ไหม!!” เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของทั้งสองคนดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของหญิงสาว
“โครม!.....”
ปรานไหมที่กำลังหน้ามืดด้วยแรงอารมณ์ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอสาดทรายแมวในกระบะใส่ร่างของคนที่อยู่บนเตียงอย่างแรงจนหมดเกลี้ยง ไม่มีคำด่าทอ ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ มีเพียงแววตาแข็งกร้าวที่ตวัดมอง ก่อนที่เธอจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าห้องของตัวเองไป ปิดประตูเสียงดังปัง!
“โอ๊ย!....บ้าเอ๊ย!” ลีน่ากรีดร้องลั่น ทรายแมวเม็ดเล็กๆ กระเด็นเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัวและใบหน้าของเธอ รวมไปถึงภัคพงศ์ที่แม้จะพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ยังโดนลูกหลงอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าจะเจออึแมวผสมมาบ้างหรือไม่ แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาคิด
“ลีน่า... คุณรีบใส่เสื้อผ้าซะ เดี๋ยวผมมา” ภัคพงศ์สบถอย่างหัวเสีย เขารีบหันไปสั่งคู่ขาเสียงเครียด ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากห้อง ตรงดิ่งไปยังห้องของน้องสาวตัวแสบที่เพิ่งจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้
“ทำไมไม่รู้จักเคาะประตูห้องก่อนหึ!!!”
ภัคพงศ์เปิดประตูพรวดเข้าไป ตวาดเสียงดุใส่คนเป็นน้อง พร้อมกับตวัดสายตามองใบหน้าหวานที่บัดนี้บึ้งตึงด้วยความโกรธจัด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วบีบแน่น ปรานไหมเชิดหน้าขึ้น จ้องมองเขากลับด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองไม่แพ้กัน เธอพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา
“พี่ภัค!!... ไหมเจ็บนะคะ!!!” ปรานไหมร้องประท้วงเสียงหลง ใช้มืออีกข้างพยายามแกะนิ้วแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของพี่ชายออก
“พี่ถามว่าเมื่อกี้ทำไมไหมถึงไม่เคาะประตูห้องก่อน!” เขาย้ำคำถามเดิม เสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม
“แล้วทำไมพี่ภัคถึงไม่ล็อกประตูห้องล่ะคะ!” เธอเถียงกลับฉอดๆ ไม่ยอมแพ้
“ทำไมพี่ต้องทำแบบนี้ด้วย... ทำไมพี่ต้องพาผู้หญิงคนนั้นมาทำเรื่องน่าเกลียดในบ้านของเราด้วย!” น้ำเสียงของปรานไหมสั่นเครือ แววตาตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด
ภัคพงศ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดของน้องสาว ความโกรธเมื่อครู่เริ่มลดทอนลง
“พี่ขอโทษ... พี่ผิดเองแหละ” เขายอมปล่อยมือจากข้อมือเล็กที่เริ่มขึ้นรอยแดง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง เพราะรู้ดีว่าขืนอยู่ต่อก็คงมีแต่จะทะเลาะกันรุนแรงขึ้นเปล่าๆ
ทันทีที่ภัคพงศ์เปิดประตูห้องกลับเข้ามา ลีน่าที่เพิ่งจะจัดการแต่งตัวเสร็จก็อ้าปากเตรียมจะโวยวาย แต่ชายหนุ่มกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ลีน่า... วันนี้คุณกลับไปก่อนเถอะนะ”
“ทำไมคะภัค... ทำไมคุณต้องแคร์ความรู้สึกของยัยน้องสาวตัวแสบนั่นขนาดนั้นด้วย!” ลีน่าแหวใส่เสียงแหลมอย่างไม่พอใจ
“เอาไว้ผมจะอธิบายให้คุณฟังทีหลัง แต่ตอนนี้... คุณกลับไปก่อนเถอะ ผมขอร้อง” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด
“ภัคคะ... นี่คุณไม่แคร์ลีน่าเลยเหรอคะ...” เธอตัดพ้อ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์ น้องสาวของเขาเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ ที่มาระรานเธอถึงในห้อง แถมยังไม่คิดจะเอ่ยปากขอโทษสักคำ
เธออุตส่าห์คาดหวังว่าจะได้เห็นภัคพงศ์ลงโทษน้องสาวตัวแสบให้หลาบจำ แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลย! ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยดับไฟโกรธในใจเธอได้เลยในตอนนี้ สภาพเนื้อตัวของเธอ เตียงนอน และผ้าห่ม ล้วนเต็มไปด้วยทรายแมวสากๆ โชคยังดีที่เจ้าเหมียวตัวดีไม่ได้มาทิ้งทุ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้!
