บทที่ 2 งอนหรือว่าหึง
“ถ้าคุณยังอยากคบกับผมต่อ... คุณก็กลับไปก่อน” ภัคพงศ์พูดตัดบทเพียงแค่นั้น แววตาของเขาจริงจังจนลีน่าไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวออกจากห้อง พาเธอไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์ ก่อนจะขับออกไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียม
“ภัคคะ... คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนลีน่านะคะ” ลีน่าเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนแกร่ง ออดอ้อนเสียงหวานเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าคอนโด
“ไม่ได้หรอกครับลีน่า... เอาไว้วันหลังนะ” เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“คุณจะรีบกลับไปให้น้องสาวรังแกอีกทำไมคะ” เธอถามอย่างไม่สบอารมณ์
“ลีน่า... คุณไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าเดี๋ยวเรื่องนี้เราค่อยคุยกันวันหลังนะ ผมขอตัวก่อน” ภัคพงศ์ตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขับรถบึ่งกลับบ้านทันที
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ ภัคพงศ์เดินคอตกกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง สภาพห้องที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายเกลื่อนกลาดบนพื้นและบนเตียงนอนกว้าง ทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมาอีกระลอก ชายหนุ่มรีบกดอินเตอร์คอมเรียกป้าแม่บ้านให้เข้ามาจัดการทำความสะอาดโดยด่วน
ระหว่างที่รอแม่บ้านทำความสะอาด ภัคพงศ์ทำได้เพียงเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายใหม่ให้สะอาดหมดจด เขาไม่กล้าแม้แต่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงเพราะยังทำความสะอาดไม่เสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องของปรานไหม เมื่อเธอเปิดประตูให้ เขาก็แทรกตัวเข้าไปนั่งลงบนเตียงนุ่มข้างๆ เธอ
ทั้งสองคนต่างนั่งนิ่งเงียบ ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมาก่อน บรรยากาศอึดอัดโรยตัวปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ภัคพงศ์และปรานไหมมีปัญหาผิดใจกันรุนแรงขนาดนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันเลยสักครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น...บิดาและมารดาของทั้งคู่ต่างก็สังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกๆ ทำไมถึงได้มีท่าทีหมางเมิน ไม่ยอมพูดจากันเช่นนี้ ปรานไหมไม่เคยแสดงอาการมึนตึงใส่พี่ชายของเธอเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับทำตัวห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้ทั้งครอบครัวมีนัดออกไปทำธุระนอกบ้านพร้อมกัน เนื่องจากมีงานเลี้ยงต้อนรับการเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารคนใหม่ของบิดา หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกัน
ตลอดเส้นทางที่นั่งรถกลับบ้าน ปรานไหมเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมปริปากพูดจา หรือแม้แต่จะปรายตามองภัคพงศ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเวลาผ่านไปพักใหญ่ ร่างเล็กๆ ของสาวน้อยที่นั่งหลังตรงมาตลอดทาง ก็ค่อยๆ โอนเอนมาซบลงบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่ม ภัคพงศ์หันไปมองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพบว่า น้องสาวตัวแสบหลับสนิทไปเสียแล้ว
“ไหม!! ไหม...ถึงบ้านแล้ว” ภัคพงศ์เขย่าแขนเรียกน้องสาวขี้เซาเบาๆ แต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเลย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอกำลังหลับสนิท ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจช้อนร่างบางขึ้นอุ้มไว้ในวงแขนแกร่งอย่างทะนุถนอม
“อ้าว! น้องหลับไปแล้วเหรอเจ้าภัค” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายอุ้มน้องสาวลงมาจากรถ
“ครับคุณพ่อ... น้องคงจะเพลียน่ะครับ”
“งั้นแกก็อุ้มน้องขึ้นไปนอนบนห้องซะ”
“ครับ... แล้วคืนนี้คุณพ่อจะออกไปไหนอีกหรือเปล่าครับ”
“ไม่ล่ะ... พ่อจะพักผ่อน” บิดาตอบพลางลอบยิ้มในใจ ลึกๆ แล้วเขาก็อยากให้ลูกชายจอมเพลย์บอยคนนี้ ยอมอยู่ติดบ้านเพื่อคอยดูแลน้องสาวบ้าง
ร่างอรชรถูกภัคพงศ์อุ้มพาขึ้นมาจนถึงห้องนอนของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของเขา ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาดตา ตัดกับสีชมพูอ่อนหวาน ดูโรแมนติกและเหมาะกับหญิงสาวอย่างเธอเป็นที่สุด
ภัคพงศ์ค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ จัดท่านอนให้เธออย่างระมัดระวัง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้ ทว่า... ทันทีที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้อง ปรานไหมก็พลิกตัว ตวัดผ้าห่มออก แล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
“นี่ไหม... แกล้งหลับเพื่อให้พี่อุ้มขึ้นมาส่งถึงเตียงงั้นเหรอ”
“ทำไมคะ ก็มันหน้าที่ของพี่ที่จะต้องดูแลน้องไม่ใช่เหรอ”
“จะไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นทันควัน ก่อนที่ปลายเท้าเล็กๆ ของเธอจะทันได้แตะพื้นเสียด้วยซ้ำ
“ไหมจะลงไปข้างล่างค่ะ... พอดีว่ายังไม่ง่วง” เธอตอบเสียงสะบัด ไม่ยอมสบตาเขา
“เดี๋ยวนี้เจ้าเล่ห์นักนะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างจับผิด
“ไหมได้ยินว่าคุณพ่อจะไม่ออกไปไหนแล้ว พี่ภัคคงจะรอโอกาสขับรถออกไปหายัยนั่นน่ะสิ”
“ทำมาเป็นรู้ดี ใครบอกเธอว่าพี่จะออกไป”
“เปล่า!!..ก็แค่เดา เมื่อคืนสักไม่เสร็จกิจนี่ คงจะงุ่นง่านน่าดู ไปสานต่อให้เธอสิ”
“ไหม!!..นับวันจะแก่แดดขึ้นทุกทีๆ แล้วนะ”
“ชิ!!!” น้องสาวหันหน้ามาค้อนก่อนจะทำท่าจะก้าวเดินหนี ภัคพงศ์ก็เอี้ยวตัวไปคว้าร่างบางเอาไว้ ดึงรั้งให้หญิงสาวถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง และตกอยู่ในอ้อมกอดรัดรึงของเขาทันที
“พี่ว่า... เราสองคนน่าจะคุยเรื่องเมื่อคืนให้รู้เรื่องกันก่อนนะ”
ยิ่งได้เห็นริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันแน่น หากแต่ยังคงสั่นระริกน้อยๆ เขาก็ยิ่งได้ใจ วงแขนแกร่งกระชับกอดร่างนุ่มนิ่มเอาไว้แน่นขึ้น อยากจะกอดเธอเอาไว้แบบนี้ให้นานแสนนาน ภัคพงศ์เกลียดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างเขากับเธอแบบนี้ที่สุด
“ไหมจะฟ้องคุณพ่อ ว่าพี่ภัคพาผู้หญิงมาทำอะไรกันในบ้าน!” ปรานไหมขู่ เธอพยายามดิ้นรนขัดขืนให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขา
“ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน... พี่ต้องขอโทษจริงๆ ที่พี่เผลอทำอะไรไปแบบนั้น” เขารีบเอ่ยคำขอโทษด้วยน้ำเสียงจริงจัง หวังจะให้เธอใจเย็นลง
แต่ปรานไหมไม่พร้อมที่จะรับฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ทันทีที่เธอดิ้นหลุดจากการเกาะกุมของเขาได้ หญิงสาวก็รีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ภัคพงศ์ยืนมองตามแผ่นหลังบางไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ หวังว่าน้องสาวตัวดีคงแค่จะไม่ขี้ฟ้องอย่างที่ปากพูดหรอกนะ
