บทที่ 3 ต้องสั่งสอน
“คุณภัค คืนนี้จะกลับเข้าไปนอนที่ห้องหรือยังคะ ป้าเปลี่ยนผ้าที่หมอนผ้าห่มให้ยกชุดเลย” หญิงสูงวัยที่เป็นแม่บ้านเอ่ยถาม
“ยังดีกว่าครับ ผมไม่ชอบกลิ่นใหม่ ทิ้งเอาไว้สักพักดีกว่าครับ ผมขอนอนห้องรับแขกไปก่อนครับป้า” เสียงทุ้มต่ำของภัคพงศ์เอ่ยขึ้นแกมขอร้อง ป้าสายใจแม่บ้านผู้สูงวัยที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นเพียงไม่กี่คนที่รู้ใจเขา และทุกคำพูดของเขาก็ดังเข้าหูของปรานไหมที่ตั้งใจเดินตามมาเพื่อปรับความเข้าใจกับพี่ชาย แต่ยังไม่ทันที่ภัคพงศ์จะได้เอ่ยอะไร ปรานไหมก็เดินผ่านเขาไปหาคุณแม่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณแม่...” ปรานไหมเอ่ยเรียกมารดาที่กำลังจะแยกตัวออกไป ทำให้คุณปราณีต้องหยุดชะงักตามเสียงเรียกนั้น
“ไหม!... มีอะไรเหรอลูก แม่นึกว่าหนูหลับไปแล้วซะอีก” คุณปราณีหันกลับมามองลูกสาวด้วยความงุนงง เพราะเมื่อครู่ตอนกลับมาถึงบ้าน ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น แต่ตอนนี้กลับวิ่งป๋อมาหาเธออย่างกระตือรือร้น
“คุณแม่ไหมจะไปล่วงหน้าก่อนกำหนด พรุ่งนี้ให้เลขาฯ คุณพ่อจองตั๋วเครื่องบินเลยได้มั้ยคะ”
“จะรีบไปเหรอจ๊ะ... หนูเริ่มเรียนตั้งอาทิตย์หน้าไม่ใช่เหรอ” คุณปราณีถามด้วยความสงสัย
“ก็ไหมอยากไปเตรียมตัวก่อนนี่คะ เพื่อนๆ เขาก็เริ่มไปกันวันพรุ่งนี้แล้ว” เธอตอบปัดๆ ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
“กู๊ดไนท์นะคะคุณแม่ ไหมไปนอนก่อน”
ปรานไหมทิ้งรอยยิ้มจางๆ ไว้ให้มารดา ก่อนจะเดินขึ้นบันไดตามป้าสายใจแม่บ้านไป แต่ก่อนจะลับสายตา เธอก็แวะเข้าไปกอดคุณพ่อที่เดินสวนมาพร้อมกับกล่าวราตรีสวัสดิ์ โดยจงใจทำเป็นมองไม่เห็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ภัคพงศ์มองตามแผ่นหลังบอบบางของน้องสาวที่เดินลับหายไป ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกุมหัวใจพลันจางหายไปพร้อมกับเธอ เขายืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น พยายามคิดหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น
“พ่อไม่รู้หรอกนะว่าสาเหตุมันมาจากอะไร แต่ลูกควรจะคุยกับน้องให้รู้เรื่องก่อนที่น้องจะไปเรียนต่อ” คุณเอกวุฒิเอ่ยขึ้นพร้อมกับตบบ่าชายหนุ่มที่เขารักและเอ็นดูไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ของตัวเอง เขารู้จักภัคพงศ์ดีกว่าใคร เพราะเขาเลี้ยงภัคพงศ์มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ภัคพงศ์คลอดได้เพียงสองวัน
คุณเอกวุฒิเดินกลับเข้าห้องไปพร้อมกับโอบเอวภรรยาสุดที่รัก คุณปราณีหันมายิ้มให้กำลังใจภัคพงศ์ ก่อนจะเดินตามสามีเข้าไปในห้องนอน
“เฮ้อ!” ภัคพงศ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินขึ้นบันไดตามทิศทางที่ปรานไหมเดินนำไปก่อนหน้านี้ เมื่อมาถึงประตูห้องนอนของปรานไหม ภัคพงศ์เปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ
“ไหม... พี่ขอโทษ” ประโยคแรกที่ภัคพงศ์เอ่ยขึ้นทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง และพบว่าปรานไหมกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ เด็กสาวเพียงแค่หันมาตามเสียงเรียกนั้น แต่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ กับคำพูดของภัคพงศ์ เธอเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางด้วยแววตาที่เคร่งเครียด
ภัคพงศ์ยอมรับว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะตั้งแต่จำความได้ ปรานไหมไม่เคยโกรธเขาเลย เขากับเธอตัวติดกันยิ่งกว่าเงาตามตัว ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ปรานไหมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาทุกเรื่อง และแน่นอนว่าเรื่องนี้ปรานไหมต้องโกรธเขามาก แต่เพราะเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ภัคพงศ์จึงไม่รู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร ยอมรับเลยว่าเด็กสาววัยสิบแปดทำให้เขาเสียการควบคุมตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง
ภัคพงศ์ตัดสินใจไม่นอนในห้องรับแขก และกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาทำภารกิจเดียวกับปรานไหม คืออาบน้ำชำระร่างกายและเปลี่ยนชุดนอน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็เดินออกจากห้องนั้น มุ่งหน้าไปยังห้องที่จากมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เปลี่ยนความตั้งใจแรกที่จะนอนห้องของตัวเองเป็นนอนห้องของน้องสาวเพื่อปรับความเข้าใจ
ภัคพงศ์ผลักประตูห้องนอนเข้าไปก็เจอแต่ความมืดมิด เขาจ้องมองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ ก่อนจะพบกับร่างบางที่นอนเข้าสู่นิทราไปแล้ว ภัคพงศ์ย่องเข้าไปอย่างเงียบๆ และช้อนตัวปรานไหมขึ้นไว้ในอ้อมแขนแกร่ง เพราะถ้าเธอตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ภัคพงศ์อยากจะปรับความเข้าใจกับน้องสาวด้วยตัวเอง
“ไหม... พี่รู้นะว่าไหมยังไม่หลับ” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างๆ มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอที่บ่งบอกว่าเธอกำลังแกล้งหลับ
“แน่ใจนะ... ว่าไม่อยากคุยกับพี่”
“งั้นพี่ก็จะถือว่า....ไหมไม่ได้มีปัญหาอะไร ไหมเข้าใจพี่ทุกอย่างแล้วสำหรับเรื่องเมื่อคืน” ภัคพงศ์แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับจะยั่วโมโหเธอ
“ไม่!” ปรานไหมผุดลุกขึ้นนั่งทันที หันมาทางภัคพงศ์ที่กึ่งนอนกึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“พูดได้แล้วเหรอ” ภัคพงศ์ถามออกไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว พร้อมกับเอนตัวลงนอน เอาแขนหนุนศีรษะอย่างสบายอารมณ์ เพราะเขาสบายใจแล้ว เพียงแค่ปรานไหมยอมพูดและหันมามองเขาอีกครั้ง ให้เธอโวยวายยังดีเสียกว่าทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตน
“ไหม... ไม่ชอบให้พี่ภัคพาผู้หญิงอื่นเข้ามาในบ้าน แถมยังมีอะไรแบบไม่เกรงใจกันอีก” หญิงสาววัยสิบแปดพูดออกมาตามความรู้สึกที่แท้จริงในใจของเธอ
“พี่ก็แค่พามาที่ห้องของพี่ ไม่ได้พามาห้องนอนของไหมสักหน่อย” ภัคพงศ์ตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย ราวกับเป็นเรื่องปกติ
“พี่ภัค!... ถ้าเป็นที่อื่นไหมจะไม่ว่าเลย แต่ห้องนอนเราติดกัน พี่ก็รู้ว่าไหมได้ยิน ” ปรานไหมบอกอย่างเหลืออด ความโกรธพุ่งพล่านเมื่อเห็นว่าเขาทำเป็นไม่เดือดร้อน เขาไม่แคร์ความรู้สึกของเธอเลย
“อ๋อ!!..นี่ไหมอยากรู้ถึงขนาดแอบฟังเลยเหรอ”
“ไม่ต้องแอบฟังหรอกค่ะ สั่นสะเทือนทั้งห้องแบบนั้น ใครอยู่ก็ต้องได้ยิน”
